บทที่ 4 มูเตลู

“โดยเฉพาะเวลาที่แกอยู่กับเค้าสองต่อสอง เวลาหยิบหรือจับเอกสารส่งให้เค้า ก็ไม่ต้องรีบร้อนนะ แกทำยังไงก็ได้ให้ปลายนิ้วสัมผัสเค้าเบาๆ เหมือนบังเอิญ แต่มันคือความตั้งใจ! แล้วก็ผสานสายตาของแกเข้าไปจิกกัดเค้าสักนิด นิดเดียวนะ ไม่ต้องเยอะ”

“ต่อมาถ้าเค้าสนใจแก สายตาที่เค้าเคยเย็นชาก็อาจจะเปลี่ยนไป แกต้องหมั่นสังเกตดี ๆ  จากนั้นเวลาที่แกมีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เค้าอีก แกก็แกล้งๆ ทำเป็นสะดุดหรืออะไรก็ได้ เพื่อให้ตัวแกไปใกล้ชิดเค้าบ่อย ๆ จำไว้นะทุกอย่างที่เกิดขึ้น แกต้องทำเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แกต้องสร้างความบังเอิญให้มันสมเหตุสมผลนะ”

“โห...แบบนี้ฉันจะไม่โดนจับได้ก่อนเหรอ.!” อิงฟ้าตาโต

“ก็ทำให้เนียน ๆ สิ... แต่ยังไม่หมดหรอกนะมันยังมีต่อจากนี้อีก เอาไว้ให้แกได้ไปเป็นเลขาฯ ของเค้าจริง ๆ ซะก่อน แล้วฉันค่อยสอนแกเพิ่่ม!”

“ไปมูที่ไหนดี ฉันอยากได้งานนี้อะ” อิงฟ้าพูดออกมาอย่างจริงจัง ดวงตาสุกใสเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เจนนิสาถึงกับหลุดขำพรืดออกมา

“แกจะมูเพื่อให้ได้งานหรืออยากได้แฟนถามจริ๊ง!!!” เจนนิสาแกล้งถามเสียงสูงเมื่อรถจอดติดไฟแดง แล้วหันไปจ้องหน้าอิงฟ้าอย่างจับผิด

“แหม่!!!..เล่นถามซะตรงเชียว” อิงฟ้าหน้าแดงก่ำเล็กน้อย ทำท่าทีเขินอายแต่ดวงตากลับพราวระยิบ

“ก็ถ้าอยากได้งาน สายมูเค้าจะไปกันที่ศาลเจ้าพ่อเสือ ส่วนถ้าอยากได้ผัวละก็..ศาลย่านาก ว่าไง!!!...แกอยากได้อะไรล่ะ” เจนนิสาไล่เรียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังที่คนนิยมไปขอพรตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ให้เพื่อนฟังอย่างตรงไปตรงมา

“หุยยย!!!...เอาแค่เป็นแฟนก่อนเถอะ!!!...แล้วแกว่าเอาที่ไหนดีล่ะ! ช่วยฉันคิดหน่อยสิ” อิงฟ้าถามย้ำอย่างกระตือรือร้น เธอไม่ได้ล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย ความปรารถนาในใจมันตีรวนกันไปหมด ทั้งอยากได้งาน และอยากได้ใจดลภพ

เจนนิสาหันจ้องหน้าเพื่อนเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ฉันถามจริง ๆ แกรักเค้ามั้ย พร้อมจะเป็นของเค้าหรือเปล่า” คำถามของเจนนิสานั้นตรงไปตรงมาจนอิงฟ้าถึงกับสะดุ้ง

“เฮ่ย!!!...ถามอะไรแบบนั้นเล่า ฉันยังไม่เคยนะ แล้วก็ไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้นสักหน่อย” อิงฟ้าหน้าแดงเถือกไปถึงใบหู เธอหลบสายตาเพื่อนอย่างประหม่า ความรู้สึกอายถาโถมเข้ามา เมื่อถูกเพื่อนจับจ้องและพูดถึงเรื่องส่วนตัวที่เธอไม่เคยเปิดเผยกับใครแบบจริงจัง

“ห๊า!!!!.. นี่แกไปเรียนตั้งเมืองนอกเมืองนา ทำไมแกรอดมาได้วะ” เจนนิสาถึงกับตาโตอ้าปากค้าง เธอไม่คิดว่าคุณหนูอย่างอิงฟ้าจะยังคงความบริสุทธิ์ ท่ามกลางสังคมตะวันตกที่เปิดกว้างเรื่องเซ็กซ์

“เฮ่อ!!!.. มันก็เกือบ ๆ หลายครั้งนั่นแหละ แต่พอฉันไม่มั่นใจว่าเค้าจะรักฉันจริง ฉันก็ไม่ยอมไง” อิงฟ้าบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาฉายแววถึงความตั้งใจจริงในเรื่องความรัก แต่เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมพลีกายให้ใครง่ายๆ หากไม่แน่ใจในความรู้สึกที่อีกฝ่ายมีให้

“แกนี่หัวโบราณนะเนี่ย!!.. ฉันคิดว่าแกกลับเมืองไทยคราวนี้คงได้สามีฝรั่งเป็นตัวเป็นตนกลับมาซะอีก” เจนนิสาแซว พร้อมส่ายหัวอย่างอ่อนใจในความหัวแข็งของเพื่อน

“บ้าเหรอ!!...พ่อกับแม่ฉันได้แพ่นกระบาลเอาสิ” อิงฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งขำกึ่งจริงจัง เพราะรู้ดีว่าคุณพ่อคุณแม่ของเธอหวงเธอมากแค่ไหน

คำพูดของเจนนิสากลับทำให้อิงฟ้ายิ่งมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อดลภพ ชายหนุ่มผู้เย็นชาที่เธอเพิ่งพบแค่ครั้งเดียว ไม่ใช่เพราะแค่ความหล่อเหลาหรือฐานะ แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่ผูกพันกันราวกับมีพรหมลิขิต

ค่ำคืนนั้น อิงฟ้ายังคงนอนไม่หลับ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและคาดหวังกับแผนการพิชิตใจดลภพหนุ่มในฝัน เธอนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรหา เจนนิสา เพื่อนสนิทที่คิดว่าน่าจะยังไม่หลับเช่นกัน

“เจนแกหลับยัง” อิงฟ้ากรอกเสียงลงไปในสายทันทีที่ปลายทางกดรับ

“ยัง” เจนนิสาตอบกลับมา น้ำเสียงสดใสบ่งบอกถึงความอารมณ์ดี

“แล้วไลน์ไปทำไมไม่ตอบล่ะ” อิงฟ้าอดไม่ได้ที่จะบ่นเล็กน้อย เธอส่งไลน์ไปหาเพื่อนเมื่อช่วงหัวค่ำ แต่ก็เงียบฉี่

“ก็เพิ่งคุยกับคุณตรีทศเสร็จนะสิ” เจนนิสาตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ แต่ก็แฝงความสุขเล็กๆ ไว้

“แหม่!!.. คุณมาราธอนเป็นชั่วโมงขนาดนี้ ฉันว่าแกรีบ ๆ แต่งเถอะ” อิงฟ้าแซวกลับไปพลางอมยิ้ม

“อย่ามัวแซวฉ้าน แกมีอะไรก็รีบบอกมา” เจนนิสาตัดบท เพราะรู้ดีว่าเพื่อนโทรมาตอนดึกดื่นแบบนี้จะต้องมีเรื่องสำคัญแน่ๆ

“พอดีฉันไปค้นเจอสถานที่มูแห่งใหม่มานะสิ ได้ทั้งงานทั้งความรักเลยนะแก” อิงฟ้าบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“จะหว่านแหนะสิ ทำไม่ไม่เจาะจงด้านได้ด้านหนึ่งล่ะ” เจนนิสาถามกลับอย่างรู้ทัน เพราะเมื่อช่วงกลางวันเธอเพิ่งแนะนำไป แต่อิงฟ้ากลับไปหาที่อื่นมาแทน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป