บทที่ 8 คำโกหกที่แสนหวาน

ถึงเวลาพักกลางวัน อิงฟ้ารู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่ได้พักจากการเรียนรู้งานอันหนักหน่วงในวันแรก เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรหา เจนนิสาเพื่อนสนิททันที

“เจน!!..ว่างคุยป่าว” อิงฟ้ากรอกเสียงลงไปในสายด้วยน้ำเสียงที่เจือความผิดหวังเล็กน้อย

“มีอะไรจ๊ะคุณหนูอิงฟ้า!!!”

“วันนี้คุณดลภพไม่มาสัมภาษณ์ฉันหรอก คุณปู่ของเขาเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน”

“อ้าวเหรอ!!!...แต่อย่างน้อยแกก็ได้งานนี้แล้วนี่ จะเจอตอนไหนก็ต้องได้เจอสักวันหนึ่งแหละ” เจนนิสาปลอบใจพลางหัวเราะเบาๆ เธอรู้ดีว่าเพื่อนรักคงตั้งใจมาเจอหน้าบอสสุดหล่อในวันนี้

“เป็นไงบ้าง งานวันแรก โอเคมั้ย” เจนนิสาถามต่อ

“ก็ดีนะ พี่อารี สอนงานให้ฉันเยอะเลย เธอใจดีอยู่ แต่เสียดาย คิดว่าจะได้อยู่ในห้องทำงานเดียวกันกับเค้าซะอีก!” อิงฟ้าเล่าอย่างตื่นเต้นปนบ่นเล็กน้อย เธอจินตนาการภาพตัวเองนั่งทำงานเคียงข้างดลภพ แต่ความเป็นจริงคือเธอยังคงนั่งอยู่หน้าห้องทำงานเขา

“มันก็ไม่เสมอไปหรอก บางที่ห้องเลขาฯ กับห้องบอสก็ต้องแยกกันอยู่แล้ว” เจนนิสาพูดพลางหัวเราะ

“เอ่อ...แต่เย็นนี้พี่อารีชวนฉันแวะไปเยี่ยมคุณปู่ของคุณดลย์ที่โรงพยาบาล” อิงฟ้าบอกด้วยน้ำเสียงเจือความตื่นเต้น

“แหม่!!.. ยังไม่ทันเจอตัวเลย เรียกเค้าคุณดลย์ซะแล้ว จริง ๆ เลยนะแกเนี่ย” เจนนิสาแซวทันควัน พลางนึกขำกับความเร็วในการปรับตัวของเพื่อน

“ก็ติดปากมาจากพี่อารีนั่นแหละ แกอะไรก็ คุณดลย์ๆ” อิงฟ้ารีบแก้ตัว ก่อนจะหัวเราะออกมา

“ก็ไปสิ จะขับรถไปเองหรือตามพี่อารีไปล่ะ” เจนนิสาถามอย่างใส่ใจ

“ฉันไม่ได้เอารถมาหรอก อีกอย่างก็ไม่รู้ค่อยทางด้วย อาศัยไปกับพี่เค้าดีกว่า” อิงฟ้าตัดสินใจที่จะไม่ใช้รถของตัวเองในการมาสัมภาษณ์งานเมื่อเช้า เพราะต้องการให้ดลภพเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เข้าถึงง่าย

“ก็เอาสิ มีอะไรโทรหาฉันได้ตลอด ถ้าจะให้ฉันไปรับก็ได้นะ” เจนนิสากำชับ

“ขอบใจแกมากนะเจน” อิงฟ้ายิ้มหวาน แม้เพื่อนจะมองไม่เห็นก็ตาม

“อือ...อย่าลืมมาเลี้ยงชาบูฉันด้วยล่ะ” เจนนิสาไม่ลืมที่จะทวงสัญญา

“ไม่ลืมอยู่แล้ว!” อิงฟ้าตอบกลับอย่างอารมณ์ดี

17.00 น. นาฬิกาบอกเวลาเลิกงาน อิงฟ้าเตรียมเก็บของด้วยความกระตือรือร้น หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความประหม่า เพราะจะได้เจอดลภพในฐานะเจ้านายเป็นครั้งแรกหลังจากที่พยายามอย่างหนัก

คุณอารีหญิงวัยกลางคนหันมายิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำออกไปจากออฟฟิศและขับรถพาเลขาฯ คนใหม่มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง คุณอารีพาเธอมายังห้องพักฟื้นพิเศษ ที่มีคุณปู่ของดลภพนอนพักรักษาตัวอยู่

ร่างสูงสง่าของดลภพยืนอยู่ข้างเตียงพร้อมด้วยคุณพ่อและคุณแม่ของเขาที่นั่งเฝ้าคุณปู่ของดลภพ บอสหนุ่มกำลังยืนคุยกับคุณหมอเจ้าของไข้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

อิงฟ้ามองเขาด้วยความหลงใหลอยู่ด้านนอก เธอรอโอกาสให้สะดวกกว่านี้แล้วค่อยเข้าไป เขาดูดีกว่าที่เธอจำได้ในงานการกุศลเสียอีก แสงไฟในห้องพักฟื้นสาดส่องโครงหน้าอันหล่อเหลา ผิวขาวสะอาด และริมฝีปากหยักได้รูป ดวงตาคู่คมที่เคยเย็นชาดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย

เมื่อดลภพคุยกับคุณหมอเจ้าของไข้เรียบร้อยแล้ว เขาก็หันมาเห็นคุณอารีและอิงฟ้าที่ยืนอยู่ด้านนอกห้อง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยตามเดิม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย

“สวัสดีค่ะคุณดลย์ นี่คือคุณอิงฟ้าค่ะ เลขาฯ คนใหม่ของคุณ” คุณอารีแนะนำอย่างสุภาพ เธออายุมากกว่าดลภพเจ้านายของเธอเกือบหนึ่งรอบ แต่เธอก็ให้ความเคารพเป็นอย่างดี ก่อนที่ดลภพจะมาทำหน้าที่ซีอีโอ แทนคุณแม่ของเขา คุณอารีเคยเป็นเลขาฯ ของคุณภัสสรมารดาเขามาก่อน

“พี่อารีเชิญเข้ามาข้างในก่อนครับ” ดลภพยิ้มรับอย่างสุภาพ ก่อนที่สายตาคมจะกวาดมองอิงฟ้าราวกับว่าเขาจำเหตุการณ์คืนนั้นได้เป็นอย่างดี

“สวัสดีครับคุณอิงฟ้า...เชิญครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นสั้นๆ ทำให้อิงฟ้าคาดเดาไม่ถูกว่าเขาจำเธอได้หรือเปล่า

“สวัสดีค่ะบอส” อิงฟ้ายิ้มหวานให้เขาตามที่เจนนิสาสอน เธอพยายามสบตาเขาอย่างมั่นใจ ก่อนจะหลบสายตาอย่างเขินอายเล็กน้อย

การเยี่ยมคุณปู่เป็นไปอย่างเงียบๆ ดลภพยังคงมีท่าทีเย็นชา เขาแนะนำอิงฟ้าให้กับคุณพ่อคุณแม่ของเขา อิงฟ้าจำต้องคอยตอบคำถามของคุณภัสสร มารดาของเขา รวมไปถึงการแสดงความเป็นห่วงเป็นใยและสอบถามเกี่ยวกับอาการของคุณปู่บ้างเป็นครั้งคราว เธอพยายามสังเกตทุกการกระทำ พยายามจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพิชิตหัวใจดลภพ เมื่อได้เวลาอันสมควร คุณอารีก็ชวนอิงฟ้ากลับ

“คุณดลย์คะ เดี๋ยวพี่กับอิงฟ้าต้องขอตัวกลับก่อน ขอให้คุณปู่หายเร็ว ๆ นะคะ”

“ครับ ขอบคุณครับพี่อารี” ดลภพตอบกลับ ก่อนจะหันมามองอิงฟ้าแล้วเอ่ยขึ้น

“คุณอิงฟ้า...เดี๋ยวคุณช่วยอยู่คุยงานกับผมก่อน ผมไปส่งคุณที่บ้านเอง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป