บทที่ 10 แผนการของภูเขาน้ำแข็ง
"ไม่มีความหมายอะไรเลยค่ะ"
"อารยา"
"ดิฉันเพียงแค่คิดว่า คุณแม่กัลยาดูแลลูกสาวละเอียดมากขึ้นทุกวันเท่านั้นเองค่ะ"
สายถูกตัดทิ้งทันที
อารยาดึงโทรศัพท์ออกจากหู ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมากลางดึก
ขณะที่อีกฝั่ง เวไนยวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแรงกว่าปกติเล็กน้อย
"ไร้สาระ" เขาพูดซ้ำกับตัวเองอีกครั้ง
จากนั้นกลับไปเปิดอีเมล เลื่อนลงมาที่บรรทัดเดิม
'พี่นนท์กำลังจีบหนูค่ะ'
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไม่รู้ทำไมคำนี้ถึงได้ดูเกะกะและน่ารำคาญลูกตา ชายหนุ่มกดตอบกลับผ่านระบบส่วนตัวของมูลนิธิ เคอร์เซอร์กะพริบบนหน้าจอ เขาเริ่มพิมพ์
'ตั้งใจเรียนก็ดีแล้ว ส่วนเรื่องรุ่นพี่...'
หยุด ลบ พิมพ์ใหม่
'การมีรุ่นพี่คอยให้คำแนะนำเป็นเรื่องดี แต่ควรรู้จักรักษาระยะห่างกับคนที่เพิ่งรู้จัก'
เวไนยมองข้อความ มันดูแข็งกระด้างเกินไป ลบอีก พิมพ์ใหม่
'ขอบใจที่เล่าให้แม่ฟัง เรื่องเรียนให้ตั้งใจเหมือนเดิม หากมีคนช่วยเหลือเรื่องงานก็ควรขอบคุณเขา แต่อย่ารบกวนเวลาคนอื่นมากเกินไป'
เขาอ่านทวน ฟังดูสมเหตุสมผล มีมารยาท และเป็นคำแนะนำจากผู้ใหญ่ แต่พอกำลังจะส่ง สายตากลับตกลงตรงคำว่า กำลังจีบหนู
เวไนยตัดสินใจเติมอีกหนึ่งประโยค
'และตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องรีบมีแฟนนะคะ'
ชายหนุ่มหยุดชะงัก อ่านประโยคสุดท้ายซ้ำ คิ้วเข้มขมวดมุ่น นี่มันดูเหมือนแม่จริงๆ เกินไปหรือเปล่า เขาคิดจะลบ แต่สุดท้าย...
คลิก
หน้าจอแสดงผลข้อความ 'อีเมลถูกส่งเรียบร้อยแล้ว'
เวไนยปิดคอมพิวเตอร์ ลุกจากเก้าอี้ บอกตัวเองว่าจบเรื่อง
เจ็ดโมงสิบห้านาที เช้าวันถัดมา
กัญญิกากำลังยืนงัวเงียแปรงฟันอยู่หน้ากระจก เมื่อโทรศัพท์มีข้อความแจ้งเตือน เห็นชื่อผู้ส่งแล้วดวงตาก็สดใสขึ้นมาทันที
"คุณแม่ตอบแล้ว"
เธอเปิดอ่านทันที กวาดสายตาอ่านข้อความตั้งแต่ต้น พอถึงประโยคสุดท้าย คิ้วเรียวก็เลิกขึ้น
'และตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องรีบมีแฟนนะคะ'
กัญญิกาคาบแปรงสีฟันนิ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่น
"โอ๊ย คุณแม่ขา"
เธอรีบบ้วนปากล้างหน้า จากนั้นพิมพ์ข้อความตอบกลับอย่างอารมณ์ดี
'คุณแม่คะ หนูไม่ได้จะมีแฟนสักหน่อยค่ะ มีนามันก็แค่แซวเฉยๆ แต่... ถ้าพี่นนท์เขาจีบหนูจริงๆ หนูจะมารายงานคุณแม่เป็นคนแรกเลย ดีไหมคะ'
เธอใส่อีโมจิรูปหน้าหัวเราะปิดท้าย แล้วกดส่งไปอย่างร่าเริง โดยไม่รู้แม้แต่น้อยว่า...
เวลาเจ็ดโมงสิบแปดนาที
ในรถยนต์หรูสีดำขลับที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่อาคารวีกรุ๊ป โทรศัพท์ของเวไนยสว่างวาบขึ้น เขาเปิดอ่านข้อความ หนึ่งรอบ สองรอบ ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ประโยคเดียว
'ถ้าพี่นนท์เขาจีบหนูจริงๆ หนูจะมารายงานคุณแม่เป็นคนแรกเลย'
เวไนยเงยหน้าขึ้นจากจอ
"คุณอารยา"
เลขานุการที่นั่งอยู่เบาะหน้าหันกลับมา "คะ ท่านประธาน"
"มูลนิธิของเรา มีโครงการฝึกประสบการณ์สำหรับเด็กทุนหรือเปล่า"
อารยานิ่งไปนิด "มีบางโครงการค่ะ ทำไมหรือคะ"
เวไนยมองโทรศัพท์ในมือ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุด
"ถามไว้เฉยๆ"
อารยาเหลือบมองเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง ไม่ได้พูดอะไรออกไป แต่รอยยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปากทำให้เวไนยรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
"ยังไม่ต้องทำอะไร" เขาสั่งเสียงเข้ม
"รับทราบค่ะ"
เวไนยหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ในตอนนี้ เขายังไม่มีเหตุผลมากพอที่จะดึงกัญญิกาเข้ามาอยู่ใกล้ตัว
แต่ชื่อของผู้ชายคนหนึ่งได้เข้ามาอยู่ในรายงานของเธอแล้ว และเป็นครั้งแรกที่จักรพรรดิน้ำแข็งแห่งวีกรุ๊ปเริ่มรู้สึกว่า การเฝ้ามองเด็กสาวจากระยะไกลผ่านตัวอักษร อาจจะไม่เพียงพอสำหรับเขาอีกต่อไป
ช่วงบ่ายวันพุธ บรรยากาศใต้ตึกคณะภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยความวุ่นวายของนักศึกษาที่กำลังเร่งปั่นงาน กัญญิกานั่งง่วนอยู่กับการตัดไม้บัลซ่า แผ่นหลังบางค้อมลงจดจ่อกับชิ้นงานจนแทบไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง
"พักสายตาบ้างเถอะเรา เดี๋ยวก็ตัดโดนนิ้วหรอก"
แก้วชาเขียวเย็นเฉียบถูกทาบลงบนแก้มใสจนเด็กสาวสะดุ้งสุดตัว พอเงยหน้าขึ้นก็พบรอยยิ้มอบอุ่นของรุ่นพี่ปีสาม นนท์ดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วทรุดตัวลงนั่ง วางถุงขนมลงบนโต๊ะ
"ขอบคุณค่ะพี่นนท์ กัญญ์กำลังหิวพอดีเลย"
"เห็นมีนาบอกว่าเราบ่นอยากกินขนมปังเจ้านี้ พี่ผ่านมาพอดีเลยแวะซื้อมาฝาก" ชายหนุ่มเอ่ยพลางมองผลงานบนโต๊ะ "งานไปถึงไหนแล้ว วันเสาร์นี้พี่ว่าจะไปเดินดูนิทรรศการวัสดุตกแต่งสวนที่ไบเทค กัญญ์สนใจไปดูงานด้วยกันไหม เผื่อจะได้ไอเดียมาปรับใช้กับโปรเจกต์"
มือที่กำลังหยิบขนมปังชะงักไปนิด กัญญิกาเงยหน้ามองรุ่นพี่ นิทรรศการวัสดุก่อสร้างเป็นสิ่งที่เด็กสถาปัตย์ไม่ควรพลาดจริงๆ แต่การไปเดินด้วยกันในวันหยุด มันออกจะดูแปลกไปสักหน่อย
"มีนาติดธุระกลับบ้านต่างจังหวัด พี่เลยชวนเรา เผื่ออยากไปหาข้อมูล" นนท์รีบเสริมราวกับรู้ทันความคิด "ไปหลายคนสนุกดี พี่ชวนเพื่อนในกลุ่มไปด้วย"
พอได้ยินว่าไม่ได้ไปกันแค่สองคน ความเกรงใจก็ลดลง "ถ้าอย่างนั้น กัญญ์รบกวนติดรถไปด้วยนะคะ"
ตกค่ำวันนั้น กัญญิกาจัดการอาบน้ำจนสบายตัว หญิงสาวนั่งเช็ดผมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวขยับพิมพ์เล่าเรื่องราวในแต่ละวันให้คุณแม่กัลยาฟังตามความเคยชิน
"คุณแม่คะ วันนี้หนูเกือบตัดนิ้วตัวเองแทนไม้บัลซ่าแล้วค่ะ โชคดีที่พี่นนท์เอาขนมมาล่อให้หนูพักสายตาเสียก่อน อ้อ วันเสาร์นี้พี่นนท์ชวนหนูไปดูนิทรรศการวัสดุจัดสวนด้วยค่ะ หนูตื่นเต้นมากเลย เพราะจะได้เห็นของจริงที่ไม่ได้มีแค่ในหนังสือ คุณแม่รักษาสุขภาพด้วยนะคะ"
เธอพิมพ์เล่าเรื่องด้วยความตื่นเต้น โดยหารู้ไม่ว่าอีเมลฉบับนั้นกำลังกลายเป็นชนวนระเบิดในห้องทำงานของใครบางคน
ณ เพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง
เวไนย วรเวชย์ นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยใบหน้าที่เรียบตึง นัยน์ตาสีรัตติกาลอ่านทวนประโยคที่บอกว่าวันเสาร์นี้พี่นนท์ชวนไปดูนิทรรศการซ้ำไปซ้ำมา
ไปดูนิทรรศการงั้นหรือ
