บทที่ 5 กำเนิดคุณแม่กัลยา
อารยาลอบมองใบหน้าด้านข้างของเจ้านายอย่างระมัดระวัง
"จะให้ดิฉันดำเนินการเรื่องข้อหาบุกรุกพื้นที่ผู้บริหารไหมคะท่านประธาน"
"ไม่ต้อง" เวไนยตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเอกสารยับยู่ยี่ที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะ "เอาแฟ้มสวนบุษบันมาให้ผมทั้งหมด"
ยี่สิบนาทีต่อมา แฟ้มข้อมูลที่เขาเคยสั่งยึดทรัพย์โดยไม่แม้แต่จะปรายตาดู ถูกนำมาวางตรงหน้า ชายหนุ่มเปิดพลิกดูเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดิน รายการหนี้ ประวัติการรักษาพยาบาล และมาหยุดอยู่ที่ใบสมัครขอรับทุนการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
เหตุผลในการเลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ถูกเขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบ
หนูอยากเรียนภูมิสถาปัตยกรรม เพราะหนูโตมากับร้านดอกไม้ของแม่ค่ะ หนูอยากใช้สองมือนี้ 'สร้าง' พื้นที่สีเขียวที่มอบความสุขและโอบกอดผู้คน ไม่ใช่สร้างเพียงตึกคอนกรีตที่เย็นชาซึ่งประเมินค่าเป็นแค่ตัวเลขเงินตรา หนูเชื่อว่าหน้าที่ของนักออกแบบคือการสร้างสรรค์สิ่งที่มีชีวิตและจิตวิญญาณ ไม่ใช่ผู้ทำลายค่ะ
เวไนยอ่านประโยคนั้นซ้ำ นัยน์ตาสีรัตติกาลหรี่ลงอย่างใช้ความคิด การถูกท้าทายจากเด็กเมื่อซืนกระตุกสัญชาตญาณการควบคุมของเขาอย่างรุนแรง เธอหยิ่งทะนงและอวดดี กล้าชี้หน้าด่าเขาว่าไร้หัวใจ
เขาอยากจะรู้นักว่า นกอวดดีที่พยายามกางปีกปกป้องรังซอมซ่อ หากถูกเขาจับขังไว้ในกรงที่มองไม่เห็นและป้อนอาหารด้วยมือของเขาเอง มันจะยังผยองอยู่ได้อีกหรือไม่ เขาต้องการครอบครองและเฝ้ามองความพ่ายแพ้ของคนที่กล้าต่อกรกับเขา
เวไนยปิดแฟ้มลงช้าๆ "อารยา โครงการเดินหน้าตามเดิม เราต้องใช้พื้นที่ตรงนั้น"
"รับทราบค่ะ"
"แต่ให้ฝ่ายกฎหมายเปลี่ยนวิธีจัดการ ซื้อสิทธิเรียกร้องตามแผน แล้วเจรจาหนี้ทั้งหมดของครอบครัวใหม่ ชำระส่วนที่จำเป็น ปิดเจ้าหนี้ที่คิดดอกเบี้ยสูง แล้วคำนวณมูลค่าทรัพย์สินตามราคาที่เป็นธรรม หลังหักภาระทั้งหมด ต้องเหลือเงินให้พ่อของเธอตั้งตัวใหม่ได้"
"รับทราบค่ะ"
"และให้มูลนิธิมอบทุนการศึกษาให้เด็กคนนี้จนจบปริญญาตรี จ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด"
อารยามองเขาอย่างพยายามเก็บอาการประหลาดใจ "ท่านประธานจะยังเอาที่ดินของเธอ แต่จะเป็นคนส่งเธอเรียนหรือคะ"
"มันคนละเรื่อง" เขาตอบเสียงเย็นเฉียบ "และอย่าให้เธอรู้เด็ดขาดว่าผมเป็นคนจัดการ ให้ผ่านมูลนิธิทั้งหมด"
"เข้าใจแล้วค่ะ แล้วจะให้แจ้งชื่อผู้สนับสนุนว่าอย่างไรคะ"
เวไนยนิ่งไปนาน ก่อนที่ชื่อหนึ่งจะผุดขึ้นมาจากส่วนลึกของความทรงจำอันห่างไกล ผู้หญิงเพียงคนเดียวในวัยเด็กที่เคยลูบศีรษะเด็กชายซึ่งถูกบิดาสอนให้ต้องชนะทุกอย่าง แล้วบอกเขาว่า ไม่เป็นที่หนึ่งบ้างก็ไม่ตายหรอกค่ะคุณหนู พี่เลี้ยงที่เขาเคยเรียกว่า แม่กัลยา
"ใช้ชื่อนามแฝงว่า คุณแม่กัลยา"
"คุณแม่กัลยา?" อารยาทวนคำด้วยความงุนงง "รับทราบค่ะ"
"เดี๋ยว" ชายหนุ่มเรียกไว้ก่อนที่เลขาจะเดินพ้นประตู "เพิ่มเงื่อนไขไปด้วย บังคับให้เธอส่งรายงานผลการเรียน ความเป็นอยู่ และปัญหาที่เจอทุกสัปดาห์ ส่งตรงถึงคุณแม่กัลยา ผมต้องรู้ว่าทุนที่ให้ไปได้ผลลัพธ์อย่างไร"
"ค่ะท่านประธาน"
นับจากวันนั้น ในขณะที่เด็กสาวจดจำชื่อ เวไนย วรเวชย์ ในฐานะปีศาจไร้หัวใจที่พรากบ้านของเธอไป ชื่อของคุณแม่กัลยาผู้แสนประเสริฐกลับค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในชีวิต ช่างน่าขันที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า มัจจุราชและพระเจ้าของเธอ แท้จริงแล้วคือผู้ชายคนเดียวกัน
หนึ่งปีต่อมา
หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวสว่างขึ้น เวไนยคลิกเปิดอีเมลที่เพิ่งถูกส่งต่อมาจากระบบของมูลนิธิ
ถึง คุณแม่กัลยา
ข้อความบรรทัดแรกปรากฏขึ้น
คุณแม่คะ วันนี้หนูเกือบทำชาไทยหกใส่งานตัวเองค่ะ
คิ้วเข้มขยับขึ้นเล็กน้อย เขาอ่านเรื่องราวชีวิตมหาวิทยาลัยของเธอเรื่อยมา จนกระทั่งถึงรูปกระถางต้นไม้สี่ใบตรงระเบียงหอพัก พร้อมข้อความที่บอกว่านี่คือสวนบุษบันสาขาหอพัก
ขอบคุณที่ให้ชีวิตใหม่กับหนูนะคะ
เวไนยมองข้อความนั้นเงียบๆ เธอปล่อยบ้านหลังเก่าไปจริง แต่ไม่ได้ปล่อยความฝันของตัวเอง มุมปากที่มักจะเหยียดตรงค่อยๆ โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ ลูกนกตัวนี้กำลังเติบโตอยู่ในกำมือของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ และเขาจะยังคงสวมบทบาทเป็นผู้รับสารในเงามืด คอยเฝ้ามองตัวแปรที่กล้าท้าทายเขาต่อไป จนกว่าจะถึงเวลาที่เขาต้องการดึงเธอกลับเข้ามาในอาณาเขตของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
