บทที่ 8 ชื่อผู้ชายในรายงาน
"ฉันยังไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้" เธอตอบสั้นๆ
มีนามองหน้าเพื่อนรักอย่างเข้าใจ ก่อนจะยอมถอย
"โอเคๆ ไม่เซ้าซี้แล้ว"
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของกัญญิกาก็สั่นเตือน มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาจากหมายเลขที่เธอยังไม่ได้บันทึกชื่อ
'สวัสดีครับ พี่นนท์นะ'
มีนาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นแค่สีหน้าของเพื่อนก็รู้ทันที "ใครส่งมา พี่นนท์ใช่ไหม"
ดวงตาของเพื่อนรักเบิกโตขึ้น "ฮั่นแน่"
"เบาๆ สิ" กัญญิการีบปราม ก่อนจะก้มลงอ่านข้อความต่อ
'เมื่อกี้พี่ลืมบอกไป ถ้าเราจะทำเรนการ์เดน พี่มีไฟล์ตัวอย่างจากงานเก่าของพี่ เดี๋ยวพี่ส่งให้ดูเป็นแนวทางนะ'
ตามด้วยไฟล์เอกสารหนึ่งชุดถูกส่งตามมาติดๆ กัญญิกาไม่ได้คิดลึกอะไร เธอพิมพ์ตอบกลับไปทันที
'ขอบคุณมากเลยค่ะพี่นนท์'
อีกฝ่ายส่งสติกเกอร์หน้ายิ้มตอบกลับมา มีนาชะโงกหน้าเข้ามาดู "แหม ใจดีจังเลยน้า"
"เขาส่งไฟล์งานมาให้ดูเป็นตัวอย่าง"
"จ้า"
"ถ้าแกยังขืนแซวอีก ฉันย้ายโต๊ะหนีจริงๆ นะ"
"โอเคๆ ไม่แซวแล้วค่ะคุณกัญญิกา" มีนาก้มหน้าก้มตากินข้าว
ผ่านไปเพียงสามวินาที
"แต่ฉันว่าพี่เขากำลังจีบแกจริงๆ นะ"
"ยัยมีน!"
เสียงหัวเราะดังลั่นโต๊ะอาหาร กลบความวุ่นวายของชีวิตนักศึกษาไปจนหมดสิ้น
ตกดึกคืนนั้น
สายฝนโปรยปรายลงมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ หยาดน้ำกระทบหลังคากันสาดตรงระเบียงหอพักดังเปาะแปะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ อากาศภายนอกเย็นฉ่ำ แต่ภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่น
กัญญิกานั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ เธออยู่ในชุดนอนเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นเนื้อนิ่ม ผมยาวสลวยถูกมัดรวบขึ้นไปเป็นมวยยุ่งๆ ด้วยกิ๊บหนีบผมตัวใหญ่ ไฟล์เอกสารเกี่ยวกับระบบระบายน้ำและชนิดพืชทนความชื้นที่พี่นนท์ส่งมาให้เมื่อตอนกลางวันมีประโยชน์ต่อการทำรายงานของเธออย่างมหาศาล หญิงสาวจัดการแก้แบบร่างของตัวเองจนเสร็จสมบูรณ์
โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นเตือน หน้าจอแสดงชื่อ พ่อ
กัญญิการีบกดรับสาย "ว่าไงคะพ่อ"
"กินข้าวหรือยังลูก" คำถามทักทายประจำวันดังขึ้น
"กินแล้วค่ะ" ความจริงคือเธอกินขนมปังรองท้องไปแค่สองชิ้น
"กินอะไร"
ลูกสาวเงียบไปอึดใจหนึ่ง
"กัญญ์" น้ำเสียงคนเป็นพ่อรู้ทัน
"ขนมปังค่ะ..."
"นั่นไม่เรียกกินข้าวนะลูก"
"หนูกำลังติดพันทำงานอยู่นี่คะ"
"งานมันไม่หนีไปไหนหรอก แต่กระเพาะเราจะพังเอาเสียก่อน"
เธออมยิ้ม ตั้งแต่ภาระหนี้สินคลี่คลาย พ่อก็เหมือนกลับมาเป็นพ่อคนเดิมที่สดใสทีละน้อย ไม่ต้องมีเสียงถอนหายใจทุกครั้งที่โทรศัพท์ดัง ปัจจุบันกันตินันท์รับจัดดอกไม้ตามสั่งจากบ้านเช่าเล็กๆ และกำลังเก็บหอมรอมริบเพื่อเปิดร้านใหม่ ซึ่งพ่อสัญญากับเธอไว้ว่า จะกลับมาใช้ชื่อสวนบุษบันอีกครั้งก็ต่อเมื่อกัญญิกาเรียนจบและพร้อมมาทำร้านด้วยกัน
"เสาร์นี้กลับบ้านไหม"
"กลับค่ะ หนูไม่มีเรียน"
"พ่อทำแกงส้มสับปะรดไว้ให้หม้อใหญ่เลย"
"พ่อทำเองเหรอคะ"
"ดูถูกฝีมือพ่อเหรอเรา"
"หนูแค่เป็นห่วงสวัสดิภาพกระเพาะอาหารของตัวเองค่ะ"
เสียงหัวเราะของกันตินันท์ดังมาตามสาย "งั้นกลับมากินเองแล้วค่อยวิจารณ์ก็แล้วกัน"
หลังจากวางสาย กัญญิกานั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่พักหนึ่ง แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้ คืนนี้เป็นคืนที่เธอตั้งใจจะส่งอีเมลหาใครอีกคน
เธอเปิดหน้าต่างอีเมล พิมพ์คำขึ้นต้นอย่างคุ้นเคยและเป็นธรรมชาติ
'ถึง คุณแม่กัลยาที่รัก'
จากวันแรกที่นั่งเกร็งหน้าจอเพราะไม่รู้จะเขียนรายงานอย่างไร บัดนี้กัญญิกากลับสามารถเล่าทุกเรื่องให้ผู้อุปถัมภ์ปริศนาฟังได้อย่างลื่นไหล
'สัปดาห์นี้หนูงานเยอะมากเลยค่ะคุณแม่ หนูเริ่มสงสัยแล้วนะคะว่าอาจารย์คณะหนูแอบมีหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทขายกาแฟหรือเปล่า ถึงได้พยายามทำให้นักศึกษาต้องซื้อกาแฟกินกันทุกคืนแบบนี้'
กัญญิกาหัวเราะเบาๆ ให้กับตัวอักษรของตัวเอง
'แต่มันก็สนุกมากเลยนะคะ วันนี้หนูได้โจทย์ให้ออกแบบพื้นที่หลังห้องสมุด ตรงนั้นน้ำขังเยอะมาก ตอนแรกหนูคิดไม่ออกเลยว่าจะจัดการยังไงดี แล้วบังเอิญมีพี่ปีสามชื่อพี่นนท์มาช่วยแนะนำว่า เราไม่จำเป็นต้องกำจัดน้ำออกทั้งหมด แต่ใช้มันเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบได้เลย'
ปลายนิ้วเรียวหยุดชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตากลมโตทอประกายลึกซึ้ง
'หนูชอบความคิดนี้มากเลยค่ะ มันทำให้หนูนึกย้อนไปถึงเรื่องที่คุณแม่เคยช่วยหนูไว้ บางครั้งชีวิตอาจไม่ได้กลับไปเป็นแบบเดิม แต่เราก็ยังเอาสิ่งที่เหลืออยู่มาสร้างอะไรใหม่ๆ ได้'
กัญญิกามองประโยคนั้นอย่างเงียบงัน ภาพร้านดอกไม้สวนบุษบันหลังเดิมผ่านเข้ามาในความคิด เธอยังคงคิดถึงมันเสมอ แต่ความเจ็บปวดมันไม่แหลมคมเหมือนแต่ก่อนแล้ว
'ตอนนี้คุณพ่อดีขึ้นมากค่ะ รับจัดดอกไม้เล็กๆ อยู่ที่บ้าน เสาร์นี้หนูจะกลับไปช่วยพ่อด้วย สักวันหนูจะทำสวนบุษบันขึ้นมาใหม่จริงๆ นะคะ แล้วหนูจะให้คุณแม่เป็นแขกคนแรกเหมือนที่เคยสัญญาไว้เลยค่ะ'
เด็กสาวคลี่ยิ้ม ก่อนจะนึกถึงเรื่องตลกเมื่อตอนกลางวัน
'ป.ล. วันนี้มีนาบอกว่าพี่นนท์กำลังจีบหนูค่ะ แต่หนูว่ามีนาคิดมากไปเอง พี่เขาแค่เป็นรุ่นพี่ใจดี แล้วก็ส่งไฟล์งานมาให้หนูดูเท่านั้นเอง หนูยังไม่คิดเรื่องมีแฟนหรอกค่ะ ตอนนี้แค่เอาตัวเองให้รอดจากงานอาจารย์ก่อนก็พอแล้ว คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ลูกสาวของคุณแม่คนนี้ยังตั้งใจเรียนเต็มร้อยเหมือนเดิมค่ะ'
กัญญิกาอ่านข้อความทวน พอเห็นคำว่า ลูกสาวของคุณแม่ เธอก็อมยิ้ม ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่คำเรียกเล่นๆ นั้นกลายเป็นความผูกพันที่หล่อเลี้ยงหัวใจของเธอไปแล้วจริงๆ
เธอกดปุ่มส่งข้อความ ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ แล้วเดินไปเปิดประตูระเบียงเพื่อรดน้ำต้นไม้ ฝนหยุดตกแล้ว อากาศด้านนอกเย็นกว่าปกติ เด็กสาวยืนมองกุหลาบจิ๋วที่มีหยดน้ำเกาะตามใบ ก่อนพึมพำกับตัวเอง
"รีบๆ โตนะ"
