บทที่ 2 1.2 ไซซ์กะลาครอบ
สาวผมสีกาแฟในชุดเดรสเขียวอ่อนผูกโบว์สองข้างที่หัวไหล่โชว์เนินอกขาวของวัยแรกแย้ม ส่วนทรงผมสั้นที่เคยมัดเป็นทรงเขาคู่แหลมถูกปล่อยแผ่สยายเต็มแผ่นหลังขาวยืนกางแขนรับลมอยู่ด้านนอกระเบียงของรู๊ฟท็อบบาร์
เตียวหุยรีบร้อนเดินมากวาดตาจ้องเขม็งมายังสาวน้อยในชุดสวยที่กำลังยืนตากลมบ่นบางอย่างเสียงดังอุบอิบ เขาจึงย่องไปใกล้ ๆ ไม่ให้เธอเธอรู้ตัว
"นมยัยนั่นใหญ่ชะมัดเลย หรือเราต้องไปอัพไซซ์ให้ใหญ่กว่านี้ เดี๋ยวเตียวจ๋าจับแล้วไม่ฟิน"
เตียวหุยหน้าแดงแปร๊ดร้อนผ่าววูบวาบไปทั่งร่าง ที่แท้เด็กคนนี้ก็น้อยใจเรื่องไซส์ของหน้าอกนี่เอง
"จะขนาดเล็กหรือแบนแต๊ดแต๋อาก็ชอบทั้งนั้นแหละ ขอให้เป็นของเปี๊ยะก็พอ" เสียงเข้มอู้ลมเดินเข้ามาใกล้ ๆ เปาะเปี๊ยะรีบกระเถิบตัวหนีโดยที่ตนเองยังคงหันหลังอยู่ เธอกระเถิบไปตามความยาวของระเบียง
"ยะ...อย่าเข้ามานะคะ เปี๊ยะไม่พร้อมให้เตียวจ๋าเห็น คือเปี๊ยะไม่สวยอ่ะ"
หมับ
เอวเล็กถูกคว้าให้พลิกกายกลับไปปะทะ "ตรงไหนที่ไม่สวยกันคะ หมายถึงตรงนี้เหรอ"
เขาหลุบตาต่ำลงเล็กน้อยแล้วรีบสบตาสาวชุดเดรสเขียว
"ค...ค่ะ พอดีมันเล็ก เล็กเหมือนกะลาครอบ" อธิบายซะเห็นภาพ
เตียวหุยยิ้มเขาไม่สนหรอกว่ามันจะเล็กจะใหญ่ แต่การที่เปาะเปี๊ยะพูดออกมาขนาดนี้กำหนัดต้องห้ามที่กักเก็บไว้ก็เริ่มปั่นป่วนชวนให้ปวดหน่วงที่ท้องไปหมด
"จะขนาดเท่าเม็ดมะยม หรือจะเรียบเหมือนหน้ากลอง อาก็ไม่สนหรอกค่ะ" เตียวหุยจับมือเล็กที่พยายามปิดหน้าอกของตนออก
"จริงเหรอคะ" เปาะเปี๊ยะอมยิ้มแล้วรีบมองไปทางอื่น เพราะตอนนี้เขากำลังจ้องเธอไม่วางตา "ตะคริวกินตาเตียวจ๋าเหรอ จ้องเปี๊ยะอยู่ได้"
"ไม่ให้จ้องได้ยังไง ไม่ได้เห็นหน้ามาตั้งนาน" หยิบมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวของเธอขึ้นมาแล้วจรดริมฝีปากลงบนหลังมือ "ขอโทษนะที่อาทำกับเปี๊ยะได้แค่นี้ อาสัญญากับพ่อซุสเอาไว้" อธิบายแต่ปลายจมูกก็ยังคงสูดดมหลังมือเธออยู่อย่างนั้น
"สัญญาเรื่องอะไรเหรอคะ "
แววตาไร้เดียงสากระพริบช้า ๆ ทำให้เห็นแผงขนตางอนเรียงตัวสวยที่ปัดเคลือบมาสคาร่าส่งให้เห็นดวงตากลมโตสุกใสเหมือนดวงดาว และปลุกเร้าให้หัวใจของชายหนุ่มอายุสามสิบสี่อึกทึกคึกโครม
นัยน์ตาคู่คมไล้มองผิวเนียนละเอียดของดวงหน้ารูปหัวใจ เลื่อนมายังปลายจมูกเชิดโด่งที่รับกับริมฝีปากอิ่มได้รูปเป็นกระจับชวนให้น่าบดจูบ
ลำคอแกร่งรู้สึกแห้งผาก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เปาะเปี๊ยะมองเห็นลูกกระเดือกเซ็กซี่ที่กำลังเคลื่อนตัวไปมาจึงส่งปลายนิ้วซุกซนเกลี่ยไล้แล้วเขี่ยเล่น
เตียวหุยแข็งขืนกัดกรามแน่นต้านสู้จังหวะการลากเคลื่อนของนิ้วมือเล็ก "เตียวจ๋าตัวแข็งเชียว"
ตอนนี้ไม่ใช่แค่ตัวที่แข็ง เพราะมีส่วนอื่นที่กำลังแข็งขึ้นมาทีละนิด หากว่าเธอยังไม่หยุดไล้ลูกกระเดือก เขาต้องตบะแตกแน่ "เปี๊ยะ"
มือใหญ่คว้ากอบกุมมือของเปาะเปี๊ยะแล้วจับวางทาบกับผิวแก้มของตน
"อีกสี่วัน แค่สี่วัน" เชฟหนุ่มพึมพำเสียงกระเซ่า
"อีกสี่วันมันทำไมเหรอคะ" เด็กสาวทำหน้านึก อีกสี่วันข้างหน้าคือวันอะไรกัน เปาะเปี๊ยะลองย้อนนับเดือนและวันเวลาดูอีกที ก็ถึงบางอ้อเพราะอีกสี่วันก็คือวันเกิดของเธอนั่นเอง
"นึกออกหรือยัง" เขาถามกลับ
"วันเกิดของเปี๊ยะเองค่ะ แสดงว่าเตรียมเซอร์ไพรส์อะไรไว้ให้ใช่ไหม" เปาะเปี๊ยะยิ้มแล้วกุมหน้าเตียวหุย
ช่างเป็นเด็กซื่อตาใสที่ไร้มลพิษจริง ๆ ถึงจะคลั่งรักเขาแต่ก็ยังไม่ทันมารยาของผู้ชายอยู่ดี
"ใช่ค่ะ เซอร์ไพรส์ใหญ่ เซอร์ไพรส์จุกแน่นอน" เชยคางมนขึ้น ส่งประกาบวับวาวเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก
"ตื่นเต้นจังเลยค่ะ รอไม่ไหวแล้วเปี๊ยะอยากรู้จังว่าคืออะไร คุณเชฟบอกได้ไหมคะว่าเตรียมอะไรไว้ ให้เปี๊ยะทายเล่น ๆ ก็ได้" เปาะเปี๊ยะคล้องมือลงมาที่หลังคอของเขาเหมือนกับที่ชอบทำเมื่อสมัยยังเด็ก
"เปี๊ยะทายไม่ถูกหรอก" เตียวหุยบอกแล้วช้อนตัวของเธอขึ้นสูง "ไปคุยกันสองต่อสองดีกว่า อาเบื่องานเลี้ยงไร้สาระพวกนี้ อาจะพาไปกินของอร่อย"
"เอาสิคะไปกันเลย ลุย" ชูกำปั้นขึ้นยิ้มหวานจนตาปิด
เตียวหุยอุ้มสาวน้อยอายุสิบเก้าย่างยี่สิบเดินลงจากลิฟต์ ตรงเข้าไปในรถแวนหรูของเดอะเซฟเฟอะ ตั้งแต่ขึ้นรถมาเขาก็ให้เธอนั่งตักมาตลอดทาง จนถึงบ้านโทนขาวสไตล์ลอฟต์สองชั้นที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
"เอ่อนึกว่าจะพากลับบ้าน แล้วนี่บ้านใครเหรอคะ" ทำท่าจะลุกขึ้นแต่กลับถูกเตียวหุยกระชับรวบกอดจนหน้าจมหายไปในอ้อมอก
"บ้านของเราค่ะ" เปาะเปี๊ยะรีบมุดหน้าออกมาจากอกของเชฟหนุ่ม เบิกตากว้าง
"บ้านเรา หมายถึงบ้านที่เราสองคนอยู่ด้วยกันเหรอคะ"
"ถูกต้อง บ้านที่จะมีแค่อากับเปี๊ยะแค่สองคน ไปเถอะค่ะอาจะทำบะหมี่ให้กิน"
เตียวหุยอุ้มเปาะเปี๊ยะวางลงที่เคาน์เตอร์ครัวขนาดใหญ่มหึมาภายในบ้าน "เปี๊ยะแกะหูกระต่ายให้อาหน่อยสิ"
ได้คืบก็ต้องเอาศอกเมื่อก่อนเด็กคนนี้เต๊าะเขาไว้เยอะ ต่อจากนี้เขาจะเต๊าะเอาให้ตาลายจนตามเกมไม่ทันไปเลย
"ให้เปี๊ยะแกะงั้นขอเก็บเงินหนึ่งร้อยบาทนะคะ"
"เอาไปหนึ่งพันเลยค่ะ เดี๋ยวโอนเข้าบัญชีเป็นค่าขนม" โน้มตัวลงมาจนปลายจมูกคมสันจิ้มโดนหน้าผากของเธอ
เปาะเปี๊ยะชะงักขยับหน้าออกจำใจแกะให้แต่โดยดีโดยไม่ปฏิเสธ แต่ที่ทำให้ไม่ใช่เพราะเธอหน้าเงิน แต่เพราะหน้าหล่อ ๆ ของอาเตียวต่างหาก
หลังจากอ้อนให้ตัวแสบแกะโบว์หูกระต่ายสำเร็จ เขาก็ปล้นถอดเสื้อท่อนบนจนเกลี้ยง ถอดหมดจนเหลือเพียงซิกแพ็กเปลือยเปล่า โชว์กล้ามเนื้อสิบเอ็ดร่องเป็นไลน์สวยกระแทกตากระแทกใจเด็กสาวมหาลัยวัยละอ่อน
"คุณพระน้ำลายจะหก" เปาะเปี๊ยะแอบเช็ดน้ำลายที่ขอบปาก เพราะกล้ามหน้าท้องอันแสนเซ็กซี่ของเตียวหุย
คนบ้าทำอาหารทำไมต้องถอดเสื้อผ้าด้วยก็ไม่รู้
เชฟหนุ่มหายไปครู่นึงเพื่อไปเปลี่ยนเป็นกางเกงขาก๊วยสีดำแล้วเดินกลับลงมายืนตัวตรงโชวร่างกายกำยำให้เธอเห็นเป็นบุญตา
"จะทำอาหารต้องขนาดนี้เลยเหรอคะ" โพล่งถามออกไปด้วยความสงสัย
"ใช่ค่ะ ถ้าอาอยู่คนเดียวก็แก้ผ้าหมด ไม่ใส่สักชิ้น"
เปาะเปี๊ยะถลึงตาเบนหน้าไปทางอื่นยกมือขึ้นตบ ๆ แก้มเรียกสติ "อ๊ายแซ่บ"
เตียวหุยหัวเราะให้กับท่าทางตื่นเต้นของเปาะเปี๊ยะแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำอาบะหมี่สูตรจีนให้เปาะเปี๊ยะลิ้มรส
เพียงไม่กี่นาทีเมนูกลิ่นหอมเผ็ดร้อนก็ถูกวางลงตรงหน้าเด็กสาว
"โหหอมจัง เรียกว่าอะไรนะคะ" เปาะเปี๊ยะทำจมูกฟุตฟิต
"บะหมี่เสี่ยวเมี่ยนฉงชิ่ง ตัวน้ำซุปเป็นหม่าล่ามีรสชาติกลมกล่อมเผ็ดชา ส่วนเส้นบะหมี่ก็เหนียวนุ่ม เครื่องเคียงมีหมูสับกับถั่วลันเตาบด ไข่ต้ม และกวางตุ้งค่ะ ลองกินดู แล้วก็กินไปเฉย ๆ ห้ามลุกไปไหนอาจะนวดหัวไหล่ให้"
"คะ..นวด" เปาะเปี๊ยะเงยหน้าไปมองเตียวหุยที่นอกจากจะทำเมนูที่เธอไม่เคยกินมาก่อน ยังอาสานวดหัวไหล่ให้อีก
เตียวหุยหายไปหยิบยานวดเจลแบบเย็นมาแล้วบรรจงชะโลมลงบนหัวไหล่เล็กเปลือย เพราะวันนี้เลขาเฉินโทรไปรายงานว่าเธอเหนื่อยจากการวาดรูปตลอดทั้งอาทิตย์ เขาจึงเตรียมแผนเอาใจเด็กสาวไว้ตั้งแต่แรกถึงได้ตัดสินใจพามาที่บ้านหลังนี้
"สบายไหมคะ" เปาะเปี๊ยะพยักหน้าแล้วโซ้ยบะหมี่กินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความเพลิดเพลิน เตียวหุยที่กำลังบีบนวดหัวไหล่ทั้งสองข้างจึงแอบฉวยโอกาสจรดริมฝีปากลงไปบนแผ่นหลังขาวผ่องอย่างเนียน ๆ
