บทที่ 6 คนชนะอยู่บน คนแพ้อยู่ล่าง

เขาจับมือเธอรั้งมาที่ขอบสระ เตียวหุยสังเกตเห็นเปาะเปี๊ยะกัดริมฝีปากบ้างก็เม้มเขาหากันจนแน่น บางทีคงต้องหากิจกรรมอะไรให้คลายเครียดเสียหน่อย

"เปี๊ยะลงไปว่ายน้ำเล่นก่อนได้เลย ทำตัวสบาย ๆ ไม่ต้องเกร็ง" กระซิบข้างหูประทับริมฝีปากลงมาที่หัวไหล่

เจ้าของวันเกิดว่านอนสอนง่ายหย่อนขาลงไปในน้ำที่เย็นเฉียบแล้วเริ่มว่ายไปกลับอย่างสนุกสนาน เตียวหุยเดินกลับมาพร้อมกับไวน์แดงและแก้วสองใบ เขารินไวน์สีสวยส่งให้เปาะเปี๊ยะ

"มากินไวน์ให้เลือดร้อนดีกว่า"

เงือกสาวว่ายกลับมาจับลงบนขอบสระ แต่ยังไม่ทันจะรับไวน์มาดื่มดี เขาก็ดึงแก้วกลับแล้วรีบหย่อนขาลงมาในสระกรอกไวน์ใส่ปากตัวเองแล้วรั้งท้ายทอยเธอเข้าไป ปล่อยให้น้ำไวน์แดงกลิ่นหอมไหลผ่านลำคอของเธอ มือน้อยพยายามผลักดันแต่กระนั้นก็รู้สึกเสียวซ่านในช่องท้องจนกล้ามเนื้อมือถึงกับอ่อนแรง

น้ำไวน์สีแดงไหลหลากผ่านลำคอระหงจนเหือดแห้ง ทว่าริมฝีปากร้อนที่ประกบครอบครองปากเธออยู่นั้นกลับไม่ยอมผละออก ขณะจูบเตียวหุยยังคงจดจ้องไปที่นาฬิกาบนผนังบอกเวลาห้าทุ่มครึ่ง

อีกแค่นิดเดียวเปาะเปี๊ยะก็จะเป็นของเขา เป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น

แผ่นหลังบางถูกผลักให้บดเบียดกับอกแกร่ง ขณะที่เรียวปากคอยนำทางชี้นำการจูบที่ดูดดื่มให้อีกฝ่าย เปาะเปี๊ยะร้องครางรู้สึกหายใจไม่ออก เพราะถูกเตียวหุยช่วงชิงลมหายใจไปจนหมด พอสักพักเขากลับแทรกลิ้นนุ่มเข้ามากวาดสำรวจโพรงปากของเธอจนถึงกับเข่าอ่อนยวบ

ฝ่ามือสองข้างรู้ใจรวบรับดันบั้นท้ายใต้ผิวน้ำขึ้นแล้ววางลงบนขอบสระ จากนั้นถอนริมฝีปากออก ปรือตาคู่คมกวาดมองของสวยงามที่ตระหง่านอยู่ห่างจากกลีบปากของเขา หน้าอกขนาดน่ารักยุบเข้าออกเป็นจังหวะ ปลายถันแข็งชันตื่นตัวเมื่อถูกเล้าโลมด้วยการจูบ และถูกแทะโลมด้วยสายตา

"ปากนุ่มจัง" เตียวหุยแตะนิ้วลงบนปากล่างที่เจ่อ เห็นได้ชัดว่าเขาลงน้ำหนักกับเธอไปมากพอสมควร ก็ใครจะหักห้ามใจไหว ปากฉ่ำน่าจูบขนาดนั้น

"เตียวจ๋าแกล้งเปี๊ยะ ไหนบอกจะให้กินไวน์แต่...บุกเข้ามาจูบเฉยเลย" ตีลงมาที่บ่ากว้างเม้มปากเป็นเส้นตรง

"ก็เราชอบแกล้งคนอื่นดีนัก จากนี้ไปอาจะแกล้งเปี๊ยะทุกวัน ทุกคืน" ลากปลายนิ้วผ่านร่องอก "แข่งว่ายน้ำกันดีกว่า ถ้าเปี๊ยะแพ้ต้องอยู่ล่างนะ แต่ถ้าชนะอาให้อยู่บน" ว่าเสร็จก็ว่ายไปประจำตำแหน่ง

"บน ๆ ล่าง ๆ เก็งหวยเหรอคะ" ทำหน้างงส่งให้

"เฮ้อน่าหมั่นไส้จริง ๆ บนก็คืออาอยู่บนตัวเปี๊ยะ ล่างก็คือเปี๊ยะอยู่ใต้อา แล้วเราก็ขยับช้า ๆ"

"พอ ๆ ก่อนค่ะ เปี๊ยะเข้าใจแล้ว ฮ่าฮ่า" เปาะเปี๊ยะหน้าร้อนผ่าวรีบตัดบทแล้วว่ายน้ำไปอยู่ข้างเขาเพื่อเตรียมตัวออกสตาร์ท

เตียวหุยแสยะยิ้มคอยดูเหอะวันนี้เขาจะอยู่ทั้งล่างและบนให้สมใจกับความอดทนที่ยิงยาวถึงสิบห้าปี

"เอาล่ะนะ" เขาบอกแล้วพุ่งทะยายตะกุยกระแสน้ำสีฟ้า เหลือบเห็นเงือกสาวด้านข้างว่ายตามมาติด ๆ แต่เสียใจที่เขาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำเก่าของโรงเรียนแถมเคยคัดตัวเข้าทีมชาติจากการสนับสนุนของอาจิณณ์ แต่เขาดันมาตกหลุมรักการทำอาหารจึงเลือกที่จะเป็นเชฟที่เก่งกาจให้ได้

เตียวหุยถึงขอบสระอีกฝั่ง เขาเงยหน้าขึ้นจากผิวน้ำแล้วปาดไล่เช็ดน้ำออกจากใบหน้าคม กระโดดขึ้นไปนั่งรอที่ขอบสระ จากนั้นเงือกสาวก็เดินทางมาถึงเส้นชัย

เปาะเปี๊ยะหายใจเหนื่อยเพราะรู้สึกระดับความเร็วของเธอลดลงเมื่อต้องมาแข่งกับคนตัวโตกว่าที่นั่งยักคิ้วหลิ่วตาตีขาให้น้ำกระจายไปมาเหมือนเด็ก

"เตียวจ๋าว่ายน้ำเร็วจังเลยค่ะ เปี๊ยะตามไม่ทัน"

เขายิ้มแล้วตวัดสายตาไปยังนาฬิกาอีกรอบคราวนี้ยกยิ้มเหมือนจิ้งจอกตัวร้าย "ได้เวลาแล้วค่ะ"

"ได้เวลา" เปาะเปี๊ยะถามย้ำ

เตียวหุยส่งมือให้เธอจับแล้วดึงขึ้นมาจากน้ำ รวบตัวเธอลอยละลิ่วแล้วหย่อนวางลงบนโซฟาหยิบผ้าขนหนูส่งให้ซับเนื้อซับตัว

"กางเกงในเปียกโชก ถอดออกแล้วโยนไว้ในตะกร้านั่นแหละ" เขายิ้มจนเห็นลักยิ้มหนึ่งข้างชวนให้คนมองหนาวสะท้าน

หลังจากแผ่นหลังกว้างเดินหายลงไปข้างล่างเปาะเปี๊ยะจึงรีบปล้นถอดปราการที่เปียกชื้นแล้วอยู่ในผ้าขนหนูผืนสั้นสีขาว เสียงฝีเท้าของเจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาใกล้ ดวงหน้าร้อนผ่าวปรายมองเล็กน้อยเห็นจากเงาสะท้อนของกระจกห้องนอนว่าอาเตียวอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีดำ ในมือถือกล่องของขวัญที่ได้มาจากพ่อของเธอ

"ที่รักมานั่งตรงนี้ครับ" เขาเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกเธอ ฟังแล้วชวนขนหัวลุกดีเหมือนกัน เตียวหุยตบมือลงบนเตียงให้เปาะเปี๊ยะนั่งลงข้าง ๆ เขา

"มีอะไรเหรอคะ" หย่อนตัวนั่งลงก้มมองกล่องของขวัญตรงหน้า

"เปิดดูสิ" เตียวหุยสั่ง มือที่สั่นเครือเอื้อมเปิดฝากล่องช้า ๆ ดวงตากลมลุกโตตวัดมองหน้าเชฟหนุ่ม

"นี่มันของขวัญแน่เหรอคะ" เปาะเปี๊ยะเสียงสั่น

ครืด!! ครืด!!

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มดังขึ้น เขายิ้มแล้วรีบกดเปิดลำโพงให้เธอได้ยินไปพร้อมกัน

"สุขสันต์วันเกิดค่ะบอสเปี๊ยะของพ่อ วันนี้หนูอายุยี่สิบแล้วพ่อจะให้อิสระกับหนูอยากทำอะไร อยากไปไหนก็ทำได้ตามสบาย แต่พ่อขออย่างหนึ่งถ้าจะมีอะไรกับเตียวหุยได้โปรดใส่ถุงยางในกล่องที่พ่อส่งไปให้ด้วย อีกเรื่องคือเตียวหุยขอหมั้นหมายลูกไว้ตั้งแต่อายุห้าขวบ พ่อจึงเสนอเงื่อนไขว่าถ้าลูกอายุยังไม่ถึงยี่สิบปี เตียวหุยห้ามทำล่วงเกินกับลูกเด็ดขาด แต่วันนี้เงื่อนไขนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว พ่อจึงขอส่งมอบลูกให้เตียว หุยอย่างเป็นทางการ แล้วเจอกันที่บ้านนะคะเปาะเปี๊ยะ"

มือน้อยตะครุบปิดหน้าตัวเอง เตียวหุยกระตุกยิ้มสายตาเป็นประกาย แล้วหยิบถุงผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินที่มีสร้อยเพชรรูปหัวใจขึ้นมาจากกล่องของขวัญที่พ่อซุสเก็บไว้ให้มาตลอดสิบห้าปี

เชฟหนุ่มลุกขึ้นคล้องสร้อยระยิบระยับสวมลงบนลำคอเล็ก "นี่เป็นของหมั้นหมายที่อาให้พ่อซุสไว้ตั้งแต่เปี๊ยะห้าขวบ"

กล่าวเสียงนุ่มนวลแล้วทรุดตัวลงนั่งชันเข่าหนึ่งข้างเบื้องหน้าเธอ

"ขอบคุณที่อดทนรอนะคะ" ทาบมือวางลงข้างแก้มของเตียวหุย

"ครับ สุขสันต์วันเกิดนะเปาะเปี๊ยะ ขอให้เป็นเด็กดีของอาตลอดไป" ยิ้มมุมปากแล้วคว้ากล่องของขวัญจากพ่อตาขึ้นมา

"ให้เปี๊ยะทำ...ทำอะไรเหรอคะ" สาวในชุดผ้าขนหนูเริ่มใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

"ชอบอันไหน กลิ่นไหนดี" เตียวหุยยื่นกล่องของขวัญที่บรรจุกล่องถุงยางอนามัยละลานตาจากพ่อของเธอให้เลือก

"อันนี้คือกลิ่นสตรอเบอร์รี่เหรอคะ งั้นอันนี้ก็ได้ค่ะ" บอกแล้วกัดริมฝีปาก

"ได้เลยค่ะ" เขารับมาแล้ววางกล่องของขวัญจากพ่อตาเก็บใส่ตู้เสื้อผ้า รินน้ำในกาอุ่น ๆ ที่ตั้งไว้ในมุมชากาแฟของห้องนอนให้เธอดื่มเพราะเมื่อครู่เพิ่งว่ายน้ำก็เลยห่วงกลัวว่าจะเป็นหวัด

จังหวะที่เปาะเปี๊ยะกำลังจิบน้ำอุ่น คุณเชฟสายอ่อยก็กระตุกผ้าคลุมอาบน้ำออกแล้วฉีกซองฟอลย์ออกจากถุงยางสีโปร่งแสงเจือสีแดงอ่อน ๆ รีบร้อนสวมใส่ลงไปที่สากอันใหญ่ต่อหน้าเจ้าของวันเกิดอย่างไม่กระดากอาย

พรวด!!

เปาะเปี๊ยะสำลักน้ำ "แค่ก..แค่ก"

มือสั่นเทารีบวางแก้วน้ำลง แล้วเดินหนีไปอยู่ที่มุมห้องกำมือแล้วยกแขนป้องตัวเอง

"อ...อาเตียวใจร้อนจังเลยนะคะ"

เตียวหุยย่างสามขุมเข้ามาแล้วสวมกอดเปาะเปี๊ยะด้วยความทรมาน เธอได้ยินเสียงเขาครางในลำคอ "ไม่ให้ใจร้อนได้ยังไง มันตั้งกี่ปีมาแล้วคะคนดี"

"แล้วไหนของขวัญอาเตียวล่ะคะ" เปาะเปี๊ยะรีบเปลี่ยนเรื่อง

"ก็ตัวอาไงล่ะ อาพร้อมแล้วครับจัดการอาได้เลยบอสเปี๊ยะ" เตียวหุยอ้อนยกหน้าออกแล้วกระตุกผ้าขนหนูของเธอหล่นลงกองอยู่ที่เท้าในพริบตาเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป