บทที่ 7 สากกะเบือ
เปาะเปี๊ยะประคองหน้าเตียวหุยออกจากหัวไหล่ สุดแสนดีใจและปลื้มปิติที่เขามั่นคงยาวนานานับสิบ ๆ ปี แล้วเรื่องอะไรจะผลักไล่ไสส่งเตียวจ๋าคนดีให้ทรมานกายทรมานใจ
มือไม้เล็กสั่นระริกใช่ว่าหวาดกลัวแต่ว่าตื่นเต้นจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
"คืนนี้เตียวจ๋าต้องเป็นของเปี๊ยะ ในเมื่อเสนอตัวเองแล้วห้ามมาโยเยทีหลังนะคะ" เขย่งปลายเท้าประทับจูบละมุน เตียวหุยครางมือไม้ลูบไล้พัลวัน แล้วรั้งบั้นท้ายผลักไปติดกระจกห้องนอน
ขณะจูบเชฟหนุ่มไม่ยอมปล่อยให้มือปล่อยว่างกลับสัมผัสเคลื่อนไปถึงหน้าอกขนาดกอบกุมได้พอดีมือ เปาะเปี๊ยะสะดุ้งละริมฝีปากออก ก้มมองมือของเขาที่กำลังนวดคลึง
นัยน์ตาคมหวานที่ถอดแบบมาจากหม่อมเจ้าภูวสินกระพริบมองเธอช้า ๆ เผยอปากแดงเล็กน้อย "อย่าบอกว่าเต้าสวยคู่นี้เป็นกะลาอีกนะ เพราะสำหรับอามันเป็นสิ่งที่สวยงาม คือวัตถุดิบพรีเมี่ยมที่มีไว้ให้อาลิ้มรสแค่คนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์"
สิ้นเสียงเข้มแหบพร่า สองมือใหญ่ก็ผลักแผ่นหลังเปลือยให้แหงนหงาย ใบหน้าคมทะยานฝังให้กลีบปากแดงครอบครองผลไม้สองลูกที่สุกหวาน
"อ๊ะ" แอ่นหน้าอกให้เขาลงน้ำหนักลงมา ขบเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง
เชฟหนุ่มที่กลัดกลุ้มลุ่มหลงในตัวยอดรัดดูดยอดถันสีระเรื่อจนเกิดเสียงดังจ๊วบจ๊าบจนเปาะเปี๊ยะถึงกับหัวหมุน นี่เหรอคือสิ่งที่พ่อเคยทำกับแม่ คือสิ่งที่พ่อบอกว่าเพราะดูดนมแม่แล้วมันฟิน งั้นเตียวจ๋าก็กำลังฟินอยู่เหมือนกันใช่ไหม
"ฟินไหมคะ ฟินหรือเปล่า เปี๊ยะอยากรู้" ถามเสียงตะกุกตะกักมือขยุ้มลงบนเรือนผมสีเข้ม เตียวหุยยังคงไม่ตอบแต่สลับดูดเต้านมราวกับรีดน้ำนมทิพย์ออกมาให้หมดจากตัวของเธอ
"ฟินค่ะ ฟินที่สุด" รีบตอบแล้วก้มลงตะโบมดูดไม่เว้นช่องว่าง
เข่าสองข้างของเจ้าของทรวงอกเริ่มสั่น รู้สึกชาและเสียวซ่านจนหมดแรง เปาะเปี๊ยะยืนโอนเอนแต่ได้ฝ่ามือใคร่รู้รวบประคองร่างกายขึ้นสูงไว้ทันการ แต่ริมฝีปากกระหายก็ยังตะโบมดูดหนักหน่วง
"อึ้ม...อาเตียว ยังไม่พออีกเหรอคะ" กระซิบถามเสียงสั่นพร่า
เตียวหุยยอมถอนกลีบปากออกจากจุกสีแดงจัดจ้านที่ถูกเขาชิมรสจนเห็นได้ชัดว่าตุ่มไตที่คัดตึงกำลังสั่นไหว และอาบชุ่มไปด้วยรอยสวาทที่ชื้นชุ่มจากอุ้งปาก
"ไม่พอ ไม่มีวันพอ" ประกาศด้วยแววตามาดมั่นรีบร้อนวางเธอลงแล้วคร่อมทับลงมา ให้สายตาสบประสานกันได้ชิดใกล้คลอเคลีย
"อะไรคะ" ปลายนิ้วเล็กที่เคยกลมอ้วน บัดนี้เรียวสวยต่างจากสมัยเด็กอย่างลิบลับ อีกทั้งก้านนิ้วนี้กำลังลากไล้มาที่ลำคอของเขา
"ดีใจที่วันนี้มาถึงสักที อาจะคลั่งตายอยู่แล้ว บอสเปี๊ยะรู้ไหมครับ" บอกแล้วก้มต่ำระดมจูบไปทั่วทรวงอกที่หายใจยุบย่อ เลื้อยใบหน้าหล่อเหลาไปถึงหน้าท้องแล้วดูดผิวบริเวณนั้นด้วยปากกระจับดุดันจนเป็นรอยแดง
"อาเตียวต่ำกว่านั้นไม่ได้นะคะ ไม่เอาค่ะ" เสียงห้ามปรามก็เสมือนเสียงกระซิบของของผีในห้อง เตียวหุยไม่ได้ยิน ไม่คิดจะสนใจ ตอนนี้ร้องห้ามเท่าไหร่เขาก็ยิ่งต้องการมากขึ้นเท่านั้น
เนินขานุ่มอมชมพูถูกเขาดันออกกว้าง หน้าอกแกร่งวางทาบลงกับพื้นเตียงในลักษณะคว่ำหน้า ส่งสายตาวิบวับตักเตือนเด็กดื้อ เตียวหุย กวาดมองเนินสามเหลี่ยม ยามที่โหนกเนื้ออันสมบูรณ์หลบซ่อนอยู่ใต้แพนตี้สีขาวก็ดูไม่ได้หวือหวามหึมาถึงเพียงนี้
แต่พอไร้อาภรณ์เกาะกุมกลับพบว่าขุมทรัพย์วาบหวามนี้มีขนาดที่อวบอัดและเต็มแน่น ยิ่งได้มองตรง ๆ ทุกตารางนิ้วของอาณาเขตที่พูนล้น สากตำน้ำพริกที่หว่างขาก็ฟิตและซ่านเสียวตั้งแต่ยังไม่ได้สอดใส่
ในพลันใดที่กลีบกุหลาบแรกแย้มที่เหมือนอยู่ในช่วงฤดูร้อนถูกเขาจับแยกออกให้เห็นเกสรสวย สายน้ำฉ่ำเยิ้มก็ผุดไหลออกมาช้า ๆ ดวงหน้าคมผงกมองเห็นเปาะเปี๊ยะกำลังหลังตาปี๋ ราวกับคนที่กลัวจะเห็นผี
"เป็นวัตถุดิบให้เชฟก็ต้องมีปฎิสัมพันธ์กับเชฟ มองหน้าอาเดี๋ยวนี้" สั่งเสียงกร้าวเอาจริง เขาจะต้องให้เธอมองทุกอิริยาบถขณะถูกเขาดื่มกลืน
"เตียวจ๋าโหดเหี้ยม บังคับจิตใจเปี๊ยะ ทำไมต้องมองด้วยคะ " เถียงแว๊ด ๆ แต่ก็ยอมเปิดตามองจนได้ เด็กคนนี้มันน่าขย้ำที่สุด
ใบหน้าดุดันเปื้อนรอยยิ้มร้ายคล้ายมารราคะก้มต่ำลงไปสูบน้ำหวานจากสวนดอกไม้ของเปาะเปี๊ยะ สะโพกผายแอ่นยกสูง มือน้อยจิกทึ้งลงบนผ้าปูเตียงสีขาว เตียวหุยเอื้อมจับมืออุ่นแบมือออกให้ปลายนิ้วกดแนบกับฝ่ามือของเขายามที่ถูกปลายชิวหากวาดต้อนสายธาร
"เตียวจ๋า อ...อาเตียว เปี๊ยะเสียว" ครางร้องไม่ได้ศัพท์ จับใจความไม่ได้
เตียวหุยเงยหน้า "ดีจังที่ทำให้เสียวได้ แสดงว่าอาเก่งใช่ไหมคะ"
"อือ...เก่งค่ะ" ยังมีแรงเอ่ยปากชมเขา แม้ร่างกายจะรู้สึกร้อนหนาวจนสมองขาวโพลนไปหมด
ร่างกายบึกบึนถัดตัวขึ้นแล้วคร่อมต่ำลงมาจูบซับที่พวงแก้มอมชมพู "แก้มป่อง ๆ เนี่ยน่ารักเหลือเกิน"
"เตียวจ๋ามันจะเจ็บหรือเปล่า" เหลือบมองดูสากอันใหญ่ที่กำลังถูไถอยู่ที่ปากถ้ำของเธอ
"ก็คงจะเจ็บอยู่ แต่น่าจะแค่ครู่เดียวเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกของอาเหมือนกัน"
เปาะเปี๊ยะหรี่ตาไม่ไว้ใจ ครั้งแรกอะไรทำไมแลดูชำนาญ "ไม่เชื่อหรอกค่ะ ครั้งแรกแต่คล่องเชียว" หยิกหัวนมของเตียวหุย คนด้านบนสะดุ้งโหยง
"โอ๊ยหยิกนมทำไมคะ หยิกแล้วของขึ้นเลยดูสิมันบวมแล้ว" พยักพเยิดให้ดูสากกะเบือที่กำลังพองขยาย
"หยุดบวมเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวถุงยางก็ระเบิดกันพอดี อาเตียวสั่งให้มันหยุดบวมเดี๋ยวนี้"
"เสียใจอ่ะ อาไม่มีความสามารถพอคงต้องพึ่งบอสเปี๊ยะแล้วล่ะ" เตียวหูยลากเสียงยาวแล้วกดปลายหัวที่สวมถุงยางค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านไป
"อ๊า...หยุดนะ อาเตียวซาดิสม์ อื้อ" มือนุ่มตะปปคว้าหัวไหล่ใบหน้าแหงนหงาย
"เรียกเตียวจ๋าค่ะ ห้ามเรียกอาเตียว" สั่งเสียงเข้มแล้วกดอาวุธไปจนสุดทาง เปาะเปี๊ยะกระตุกวูบกรงเล็บจิกลงที่บ่ากว้างลืมตัวจึงออกแรงผลักแผ่นหลังของเตียวหุยจนโน้มต่ำลงมา กลายเป็นว่าส่วนล่างหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
เขาได้ยินเสียงหัวใจของเด็กสาวอายุยี่สิบเต้นโครมครามผสานกับเสียงหอบครางซ่านเสียวอยู่ข้างลำคอ เตียวหุยเห็นเปาะเปี๊ยะเงียบไปจึงหยัดตัวขึ้นกวาดมองแก้มพองสองข้างที่อมชมพูสุขภาพดีมีเลือดฝาดเคลือบอยู่บนผิวขาว นัยน์ตาหวานเยิ้มปรือมองด้วยประกายแห่งรัก
"เตียวจ๋า" แค่สั้น ๆ แต่สะท้านถึงแก่นกายที่ปวดหน่วง
ให้ตายเหอะ เปาเปี๊ยะตัวร้ายเธอเกิดมาเพื่อเป็นของเขาจริง ๆ เธอไม่ได้เกิดช้า และเขาก็ไม่ได้เกิดเร็วการเจอของคนที่มีอายุต่างกันถึงสิบห้าปีคือความสมดุลที่ฟ้าลิขิต และขีดเส้นไว้ให้ มันคือความลงตัวที่ถูกจับคู่ให้เคียงข้างกันมา
ปากหยักคมจูบซับน้ำใสที่หางตา "ขอโทษค่ะเจ็บไหม เจ็บมากหรือเปล่าเด็กดี"
มือนุ่มนิ่มคล้องลงบนหลังคอยกหัวขึ้นจูบที่ปลางคางคม "สากกะเบือของเตียวจ๋าใหญ่"
"ฮะ....เปรียบอะไรไม่เปรียบ เปรียบเป็นสากกะเบือเนี่ยนะ" เตียวหุยหลุดขำรู้สึกอารมณ์โรมานซ์เริ่มถดถอย
"มันอาวุธลับของเปี๊ยะเลยนะคะ เปี๊ยะเคยควงสากตกใส่หัวพ่อด้วย พ่อสลบเลยค่ะ" เปาะเปี๊ยะย้อนไปถึงวีรกรรมวัยเด็กสมัยที่ไล่ปั่นจักรยานจับโจร
"เหรอคะเด็กช่างจ้อ แต่ตอนนี้รับแรงตำสากของอาให้ดีก็แล้วกันแม่ตัวแสบ" สิ้นคำเตือนสะโพกสอบก็เขยื้อนเข้าออก ตัวของเปาะเปี๊ยะเริ่มกระเพื่อมเป็นจังหวะ
ในคราแรกเตียวหุยเคลื่อนตัวเข้าออกช้า ๆ แต่เมื่อเสียงครางหวานหูเริ่มดังขึ้นเขาก็เร่งจังหวะ ถาโถมน้ำหนักลงไปจะบั้นท้ายกระชับขาวเด้งระรัว ร่างกายของเปาะเปี๊ยะถูกอัดกระแทกยุบย่อลงกับเตียงนอน
"รักเตียวจ๋านะคะ" เด็กแสบสารภาพรักอยู่ข้างหู เธอรักเขามาตั้งแต่เด็ก เต๊าะเขาตั้งแต่วัยละอ่อน โดยไม่รู้เลยว่าผู้ชายที่โตกว่าคนนี้จะมีใจให้หรือเปล่า
ทว่าวินาทีนี้คำถามที่เคยเกิดขึ้นในใจได้ถูกไขคำตอบเรียบร้อยแล้ว การที่เขาเสนอตัวเองเป็นของขวัญชิ้นพิเศษให้กับเธอ ก็เท่ากับว่าเขาเสนอความรักให้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นวันเวลาที่ล่วงเลยผ่านมาถึงสิบห้าปีไม่ได้เสียเปล่าเลยแม้แต่น้อย กลับคุ้มค่าและเต็มด้วยไออุ่นของรักแท้จากเตียวหุย กฤตกล้าธนาดร
"เตียวจ๋าก็รักเปี๊ยะนะครับ" กระซิบเสียงกระเซ่าขยับเอวถี่รัว
ในพลันใดนั้นแสงสีขาวก็สว่างวาบเข้ามาในโสตของชายหญิงร่างทั้งสองกอดกระชับแน่นกระตุกเกร็งไปพร้อมกัน
"อ๊ะ...เตียวหุย" ปลายเท้าเปลือยบีบรัดรอบแผ่นหลังกว้าง เรียวแขนโอบกอดแน่นหน้าอกยุบย่อเหนื่อยหอบ เหงื่อชื้นอาบชุ่มทั่วร่างกายด้านล่างใต้แผงอกของเตียวหุย
"ครั้งแรกแค่ซอฟต์ ๆ ก่อน พรุ่งนี้อาจะพาเปี๊ยะไปเที่ยวทะเล หนูอยากไปไหน อยากกินอะไรบอกอานะคะ พรุ่งนี้อาจะเป็นเบ๊ให้ทั้งวันเลย มา..นอนหลับกันก่อนดีกว่า" เขาเสนอการบริการของตนเองพลางก้มลงจูบซับความอ่อนล้าทั่วใบหน้า
"เปี๊ยะเริ่มชอบแล้วค่ะ รู้สึกเสียวซ่านไปหมด เสียวจนเกือบขิต" เอ่ยเรื่องทะลึ่งออกมาอย่างไม่มีกั๊ก
"ฮ่าฮ่าเด็กคนนี้เนี่ยนะ มันน่าฟัดจริง ๆ" เตียวหุยบอกแล้วก็ฟัดลงมาที่พวงแก้มนุ่มนิ่ม
"อื้อเดี๋ยวแก้มเปี๊ยะแตกกันพอดี" ร้องค้านแต่ก็ไม่ได้ผลักไสใบหน้าอีกฝ่ายออกไป
"ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณเมีย" เขาว่าแล้วจูบริมฝีปากบางเล็กขบดูดเบา ๆ ให้เปาะเปี๊ยะผ่อนคลาย จากนั้นทรุดกายลงมานอนเคียงข้างรั้งหัวทุยให้วางลงที่ท่อนแขนแกร่ง จากนั้นสอดเข้าไปที่ใต้ลำคอเล็กให้ใช้หนุนแทนหมอน
เขาอยากให้เธอนอนแบบนี้มานานแล้ว เพราะมันให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเมื่อมีเปาเปี๊ยะตัวน้อยนอนหลับอยู่ภายในอ้อมกอดของตนเอง
