บทที่ 8 คนนี้ผัวเปี๊ยะเอง
บ้านนี้ลูกดุ
เตียวหุยขับรถพาเปาะเปี๊ยะมาเก็บเสื้อผ้าไปเที่ยวทะเลกับเขาระหว่างรอเขานั่งวาดรูปลงสมุดภาพกระดาษสีดำ แล้วใช้ปากกาเจลขาวในการสเก็ตเมนูและวัตถุดิบต่าง ๆให้เข้าใจง่าย
หนิ๊งหน่อง
เลขาเฉินแวะเอาเอกสารของบริษัทเดอะเซฟเฟอะมาฝากให้ท่านประธานรพีเพลิง พร้อมกับแอบมากระซิบบอกเรื่องข้อมูลสำคัญที่คู่หมั้นของบอสเปี๊ยะใช้ให้เขาไปสืบ
"นี่ข้อมูลของกิมจิเด็กถาปัตคนนั้นครับ" เลขาเฉินส่งแฟ้มให้เตียวหุย
"ขอบคุณมากครับ"
ราวสิบนาทีหลังจากที่เลขาเฉินเดินทางกลับ
เปาะเปี๊ยะก็หอบหิ้วกระเป๋าเดินทางลงมาพอดี "มีบิกินี่ไปด้วยเปล่า ที่พักมีชายหาดส่วนตัวเปี๊ยะสามารถเดินโชว์ชุดว่ายน้ำสวยๆได้ตามสบายไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครแทะโลม"
"แต่อาเตียวแทะโลมได้คนเดียวใช่ไหม...หืม" เปาะเปี๊ยะบีบแก้มเตียวหุย
ท่านประธานร้านปลาเผาพุงพุ้ยอมยิ้มแล้วคว้ากระเป๋าเสื้อผ้านำเธอไปที่รถทว่าจู่ ๆ รถเก๋งสีขาวก็ทะยานเข้ามาจอด กิมจิเปิดประตูลงมาจากรถ
"อ้าวเปี๊ยะกับคุณพ่อสวัสดีครับ" เตียวหุยชักสีหน้าขึงขังแต่ฝ่ามือขอเปาะเปี๊ยะกลับบีบลงมาที่บั้นท้ายของเขาเพื่อเตือนสติ
"ได้โอกาสแล้วจะบอกว่าเป็นผัวของเปี๊ยะก็บอกไปเลย" กระซิบข้างหู กิมจิทำหน้างงไม่เข้าใจว่าพ่อลูกกระซิบกระซาบอะไรกัน
"อ้อ.. สวัสดีนะผักดอง" เตียวหุยกวนตีนแล้วยิ้มกริ่มให้สาวน้อยข้าง ๆ
เปาะเปี๊ยะยิ้มเผล่ให้รุ่นพี่
"ผมกิมจิครับไม่ใช่ผักดอง"
"แล้วผักดองไม่ใช่กิมจิหรือไง" เขาแย้งกลับ
"เอ่อ... ใช่ครับผักดองแล้วนี่พ่อกับลูกจะไปเที่ยวไหนกันเหรอครับ"
เรื่องของกูไหม เตียวหุยสบถอยู่ในใจ
"กำลังจะไปทำธุระบ้านญาติค่ะ" เปาะเปี๊ยะรีบตอบก่อนที่คุณเชฟจะกวนประสาทกลับไม่หยุด
"เหรอครับงั้นผมก็พลาดอีกแล้วสิ" กิมจิทำหน้าเศร้า "ยังไงพี่ขอคุยส่วนตัวกับน้องเปาะเปี๊ยะหน่อยได้ไหม" เหล่มองหน้าเตียวหุยเล็กน้อย
กูเป็นผัวเปี๊ยะมึงจะไปคุยส่วนตัวตรงไหน เขาพึมพำอยู่ในใจอีกรอบ
เปาะเปี๊ยะเห็นเชฟสุดหล่อเริ่มกระฟัดกระเฟียด เธอจึงจับมือเขามากุม "พี่กิมคะ เปี๊ยะมีเรื่องจะบอกค่ะ คน ๆ นี้ไม่ใช่พ่อของเปี๊ยะหรอกค่ะ ผู้ชายคนนี้เป็นผัวเปี๊ยะเองค่ะ" บอกแล้วโอบกอดเตียวหุยต่อหน้ารุ่นพี่
"ฮะ....ผัว ผัวเหรอ ผัวเหรอครับ" กิมจิพูดย้ำเสียงสั่นมองหน้าเตียวหุยอย่างไม่อยากเชื่อ
ผู้บริหารร้านปลาเผาพุงพุ้ยหันไปสบตาคนตัวเล็ก "เอางี้เลยเหรอคะ เปี๊ยะไม่อายเหรอมีผัวตั้งแต่อายุยี่สิบ"
เขากระซิบรดขมับเธอ
"ไม่อายค่ะ เปี๊ยะหน้าด้านตั้งแต่เด็กแล้ว ฮึฮึ" เปาะเปี๊ยะขบขัน
"เออไอ้หนุ่มในเมื่อรู้ว่าฉันเป็นผัวของเปาะเปี๊ยะคิดจะทำยังไงต่อฮะ" เตียวหุยสาวเท้าเข้าไปประจันหน้า กิมจิถอยหลังกรูด
"ผมยังไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่ครับ เมื่อวันก่อนยังเป็นพ่ออยู่เลย วันนี้เป็นผัวแล้วเหรอ แหะๆ" ชายหนุ่มหัวเราะแห้งเหลือบมองรุ่นน้องที่เขาแอบชอบด้วยความรู้สึกผิดหวังอย่างแรง เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
หมับ!
คอเสื้อของกิมจิถูกกระชากเข้าไปหา
"มึงมองอะไร หยุดมองเปาะเปี๊ยะด้วยสายตาดูถูกแบบนั้น" ขู่แล้วสลัดปกเสื้อทิ้ง กิมจิรีบหลุบสายตาต่ำมองพื้น
เชฟหนุ่มคว้าข้อมือเปาะเปี๊ยะไปที่รถแลนด์โรเวอร์ดิเฟนเดอร์สีเขียวดีไซน์ตัวถังห้าประตูและขับทะยานออกไปจากบ้านนี้ลูกดุ
ร้านปลาเผาพุงพุ้ยสาขาแรก
เตียวหุยพาเปาะเปี๊ยะแวะกินข้าวที่ร้านอาหารของแม่ ชายหนุ่มนั่งซัดข้าวผัดพริกอ่อนหมูฝีมือพ่อครัวใหญ่ประจำร้านไม่พูดไม่จา
"อาเตียวเป็นอะไรคะ" เปาะเปี๊ยะถามเคี้ยวผัดไทแก้มตุ่ย
"เครียด" ตอบห้วน ๆ แล้วตักข้าวใส่ปาก
"เรื่องอะไรคะ" ถามแต่เขาไม่ตอบกลับทำหน้าง้ำงอ เปาะเปี๊ยะสังเกตเห็นว่าปากเขาเลอะจึงหยิบทิชชู่มาเช็ดให้ "อาเตียวกินยังไงให้ปากเขรอะแบบนี้"
เปาะเปี๊ยะหยิบจานผัดไทของตนไปนั่งด้านข้าง แล้วดึงจานข้าวของเขามาจากนั้นจัดการตักข้าวป้อนใส่ปากคุณเชฟหน้าตึงด้วยตนเอง
"เปี๊ยะทำอะไร" เตียวหุยหลุบมองช้อนในมือ
"ป้อนข้าวให้เด็กตัวโตค่ะ อ้าปากเร็ว" เธอสั่ง
เตียวหุยอ้าปากทำตามที่บอก โดยมีเจ๊กระต่ายคอยนั่งคิดเงินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้าง ๆ หม่อมเจ้าภูวสินที่กำลังนั่งเชียร์มวยโซ้ยก๋วยเตี๋ยว น้ำตกอยู่ด้วยกัน
"คุณภูดูลูกคนเล็กเราสิ กลายเป็นเด็กอ่อนไปซะแล้ว หึหึน่ารักจัง" เจ๊กระต่ายสะกิดสามีให้ดูลูกชายคนเก่งที่ส่วนใหญ่มักจะไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนผันให้ใคร ทุกคนต่างรู้ดีว่าเตียวหุยไม่ใช่คนช่างพูด และเคร่งขรึมตามรอยผู้เป็นพ่อและอา รวมทั้งไม่ค่อยแสดงออกมักจะชอบเก็บเงียบ แต่กับเปาะเปี๊ยะ เขากลับแสดงออกตรงกันข้าม
"อื้อ...มันหลงเด็กแหละ เหมือนที่คุณหลงผมไงที่รัก" หม่อมเจ้าภูวสินโอบเอวภรรยาแต่มืออีกข้างกยังคงจับตะเกียบคีบเส้นก๋วยเตี๋ยว
"เฮ้อคนเล็กเรายังพอมีอารมณ์ขัน ไอ้คนโตนี่สิดุยังกับหมา เอาดีเอ็นเอปากหมาคุณไปแน่ ๆ" เจ๊กระต่ายบ่นถึงภาคี กฤตกล้าธนาดรที่พูดน้อยแต่อย่าให้พูด เพราะจะฉอดไม่หยุด
หลังจากแวะกินข้าวที่ร้านอาหารของแม่เตียวหุยก็ขับรถแลนด์โรเวอร์รุ่นใหม่เอี่ยมของตนมุ่งสู่ทะเลอ่าวไทย เขาเลือกพาเธอไปพักโรงแรมในเครือของเดอะเซฟเฟอะซิกส์ที่ตั้งอยู่บริเวณหาดพัทยาเหนือบนหาดดารา ห้องสวีทที่เขาเลือกไว้มีระเบียงส่วนตัวและมองเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามา มีห้องนั่งเล่นแยกและอ่างจากุชชี่ส่วนตัวกลางแจ้ง
"ห้องพักสวยจังเลยค่ะ เปี๊ยะเล่นน้ำเลยได้ไหมคะ" เปาะเปี๊ยะบอกแล้วรีบคุ้ยหาบิกินี่ที่พกติดมาด้วยสองสามชุด เธอหยิบชุดแรกให้เขาช่วยเลือกในระหว่างที่กำลังวีดีโอคอลประชุมสายด่วนกับผู้จัดการและพนักงานที่ร้านบนรู๊ฟท็อปบาร์
แต่เพราะเห็นเขายุ่งอยู่ก็เลือกใส่เองซะเลย "หึหึ เตียวจ๋าต้องตะลึงจนน้ำลายหก"
นางมารน้อยหัวเราะมีเลศนัยแล้วหยิบบิกินี่ที่แซ่บที่สุดในปฐพีเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ
