บทที่ 2 โดนไล่ออกจากบ้าน

“กินมาแล้ว ขอนอนหน่อยได้ไหม” คำขอของพี่ชาย ทำให้เธอพยักหน้าโดยไม่ต้องคิดเพราะสองพ่อลูกคงเดินทางกันมาเหนื่อยมาก ๆ ดูจากที่พี่ชายของเธอจับข้อเท้าตัวเองที่ตอนนี้แทบไม่เหลือแรงที่จะพยุงตัวให้ยืนไหวแล้ว ทั้งคู่คงเดินมาไกลอยู่พอสมควร

เพลงขวัญที่ยังค้างการเช็ดน้ำที่ทำเลอะเอาไว้ก็มาสานต่องานเดิมเพื่อไม่ให้สมาชิกผู้มาใหม่มาเดินลื่นล้มเกรงจะเกิดการบาดเจ็บเอาได้ พอหญิงสาวนำผ้าที่เช็ดพื้นเสร็จไปซักพร้อมตากก็หันกลับมาพบภาพของพี่ชายและหลานนอนเอาใบหน้าอิงหมอนหลับสนิททั้งคู่

“เฮ้อ......สงสัยแกต้องหางานใหม่แล้วเพลงขวัญ”

“เลี้ยงสามคนเงินเดือนที่ทำอยู่ไม่พอยาไส้แน่ ๆ”

เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางคิดหาวิธีดูแลช่วยเหลือผู้มาใหม่อย่างพี่ชายและหลานตัวน้อย

สามชั่วโมงผ่านไป......

เพลงขวัญที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเหมือนคนล้างจาน พอเพ่งมองดูดี ๆ ก็เห็นแผ่นหลังของพี่ชายที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาล้างจานที่เธอได้แช่เอาไว้ เพราะคิดว่ารอทานมื้อเย็นแล้วล้างที่เดียวเลยดีกว่า แต่เห็นพี่ชายล้างให้ก็สบายใจแล้ว

หญิงสาวลุกขึ้นนั่งด้วยอาการยังไม่ตื่นเต็มที่นัก เธอเผลอหลับตามพี่ชายกับหลานไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์หันมองเด็กชายตัวน้อยที่กำลังจ้องมองมาทางเธออยู่พอดี

มือบางเอื้อมไปจับแก้มอวบเหมือนซาลาเปาก่อนจะยิ้มหวานส่งให้

“ทำไมแก้มมันน่ากินแบบนี้เนี่ย...” เธอเม้มปากแน่นเพราะความมันเขี้ยว อยากจะลองเอาปากไปงับแก้มอวบ ๆ สองข้างนั้นจังแต่ก็กลัวหลานจะตกใจคิดว่าเธอจะกิน

“ตื่นแล้วเหรอเพลงขวัญ” เธอหันไปมองตามเสียงเอ่ยเรียกของพี่ชายก่อนจะพยักหน้าส่งให้เป็นคำตอบแทนการพูด ซึ่งพี่ชายเธอก็พยักหน้าส่งให้เธอจึงหันกลับมาเล่นกับหลานแทน

ผ่านไปไม่นานพี่ชายก็ล้างจานเสร็จจึงเดินมานั่งกับเธอและเด็กน้อย เพลงขวัญที่คิดว่าช่วงเวลานี้แหละที่เธออยากจะถามอะไรพี่ชายสักหน่อย พี่ชายเธอเองก็พักผ่อนเต็มที่และน่าจะพอตอบความสงสัยที่เธอเก็บไว้ได้

“พี่กร ตอนนี้ว่างงานใช่ไหม” ปกรณ์จ้องมองน้องสาวที่เอ่ยถามและพยักหน้า หญิงสาวได้รับคำตอบแบบนั้นเธอจึงทำสีหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยพูดกับปกรณ์

“ถ้าพี่ว่างงานก็อยู่บ้านดูแลเจ้าตัวเล็กนี้ก็แล้วกันนะ...ทำความสะอาดบ้านให้ฉันด้วย”

“ส่วนเรื่องเงินเดี๋ยวฉันเป็นคนไปหามาเอง ต่อให้พี่ไปทำงานมันก็ยากเพราะใครจะดูแลเจ้าตัวเล็กถูกไหม” หญิงสาว

ที่ยื่นข้อเสนอให้พี่ชายเพราะเธอคิด ๆ ดูแล้วก็ยากที่ปกรณ์จะออกไปงานหาทำได้ ถ้าจะให้จ้างพี่เลี้ยงก็ไม่ต้องหยุดงานกันเลยเพราะค่าจ้างแพงกว่าหาเงินเลี้ยงสามปากอีก

“ถ้าเพลงคิดว่าดีพี่ก็ไม่ขัดอยู่แล้ว.... ดีเหมือนกันพี่จะได้อยู่กับลูกนาน ๆ ด้วย” สายตาเศร้าจ้องมองเด็กชายตัวน้อยข้าง ๆ ก่อนจะใช้ลำแขนที่ปรากฏเส้นเลือดฟูชัดบ่งบอกถึงความแข็งแรงได้ชัดเจนรวบเข้ามานั่งตักและเอาใบหน้าเกยหัวทุย ๆ ด้วย

ความรัก

หญิงสาวมองภาพนั้นก็นิ่งไปสักพักเพราะเธอเองก็รู้ว่าพี่ชายมีโรคประจำตัวคือเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง เนื่องจากทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพราะดันได้เมียรักสบายอยากได้นู่นได้นี่ พอมีลูกก็ต้องดูแลลูกให้ดีที่สุดซึ่งก็ต้องใช้เงินมาก พี่เธอยิ่งต้องทำงานหนักมากกว่าเดิมเข้าไปอีก

“งั้นเอาตามนี้นะ” สองพี่น้องส่งยิ้มให้กันและจัดการดำเนินทุกอย่างเรื่อย ๆ ตามการตกลงของเพลงขวัญและปกรณ์ ทุกอย่างเหมือนจะดีจนกระทั่ง...

“ย้ายออกได้ไหมเพลงขวัญ คนร้องเรียนว่าห้องเธอเด็กร้องเสียงดังมาก”

หญิงสาวร่างเพรียวที่ตอนนี้เดินเป็นซากไร้วิญญาณอยู่ในตลาดสดไม่ห่างใกล้จากหอพักของเธอมากนัก เพราะวันนี้เธอต้องซื้อของเข้ามาเมื่อมันเป็นช่วงสิ้นเดือนพอดี พี่ชายก็เริ่มบ่นแล้วว่าไม่ค่อยมีอะไรให้ทำอาหารเลย

โดยปกติเธอเป็นคนซื้อของนิดเดียวสามารถอยู่ได้เป็นเดือน ๆ แล้ว แต่พอมีสมาชิกเพิ่มมาอีกสองคนก็เลยจำเป็นต้องซื้อของเพิ่มแบบทวีคูณขึ้นไปอีกเพื่อจะได้มีทานกันให้เพียงพอ คนที่ต้องหอบสังขารตื่นแต่เช้าไปทำงานก็ต้องแบกสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมาพร้อมกับข้าวของในมือ ทั้งผักสด เนื้อสดและอีกมากมายนำมาแช่ไว้ในตู้เย็น

ประตูลิฟต์บานเก่า ๆ เปิดออกมาที่ชั้นของเพลงขวัญ หญิงสาวก้าวเท้าออกจากลิฟต์แต่ยังไม่ทันจะได้เดินเลี้ยวไปฝั่งห้องพักของตัวเอง ร่างของหญิงชราเจ้าของตึกที่เธออาศัยเช่าอยู่ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

“เพลงขวัญ ฉันมีเรื่องจะคุยกับหนูหน่อยได้ไหม” ร้อยวันพันปีไม่เคยได้เห็นหน้ากันยกเว้นแต่วันครบกำหนดจ่ายค่า

เช่าห้อง วันนี้เจ๊แกมีเรื่องอะไรหรือเปล่าเนี่ย ขอให้เป็นเรื่องดี ๆ หน่อยเถอะนะแค่นี้ชีวิตก็วุ่นวายจนหัวหมุนไปหมดแล้ว

“ได้ค่ะเจ๊ มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอยิ้มอ่อน ๆ เพราะเจ๊แกเอ่ยพูดมาขนาดนี้ถ้าเธอบอกว่าไม่ว่างคงได้ปลิวออกจากที่นี่แน่นอน

“ย้ายออกได้ไหมเพลงขวัญ คนร้องเรียนว่าห้องเธอเด็กร้องเสียงดังมาก ทำเอาคนที่อาศัยอยู่ในหอไม่ได้หลับ

ได้นอนกัน” สิ้นประโยคนั้นของหญิงชราตรงหน้าที่พูดบอกเธอด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร หูของเพลงขวัญเหมือนโดนคนเอามือมาปิดเพราะเธอไม่ได้ยินเสียงจากสิ่งรอบตัวอีกเลย มันวิ้งไปหมด

“ถะ ถึงขั้นต้องออกเลยเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือไม้อ่อนแรงไปหมด ข้าวของที่ถืออยู่ก็จะหล่นแหล่ไม่หล่นแหล่ เพลงขวัญทั้งเหนื่อยจากงานและพอมาเจอเรื่องแบบนี้อีก ยอมรับเลยว่าอยากจะหายไปจากตรงนี้สักพัก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป