บทที่ 3 โดนไล่ออกจากบ้าน (2)
“ใช่ คนในหอเขาร้องเรียนมาว่าเสียงเด็กจากห้องของหนูร้องดังมาก ตอนกลางคืนทำเอาคนในหอไม่ได้หลับได้นอนเลย” เพลงขวัญเองก็เถียงไม่ได้เพราะเธอเองก็ได้ยินอยู่ทุกคืน และเธอก็มั่นใจว่าปกรณ์เองก็ไม่อยากจะให้ลูกร้องเสียงดังรบกวนคนอื่นตอนกลางคืนหรอกแต่จะให้ทำยังไงได้
มันเป็นสิ่งที่เกินควบคุมนี่.....
สีหน้าของเธอหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะเธอขอเวลาเจ๊แกในการหาที่พักใหม่ก่อนจะย้ายออก ร่างเพรียวเดินเหมือนคนไร้วิญญาณมาหยุดอยู่หน้าห้องพักของตนเอง เธอไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ให้พี่ชายฟังเพราะปกรณ์ก็คงไม่สบายใจมาก ๆ ที่มาทำให้เธอเดือดร้อน
ลมหายใจก้อนใหญ่ถูกสูดเข้าปอดก่อนมือบางจะบิดลูกบิดเปิดเข้าไปในห้องด้วยท่าทางปกติไม่ได้แสดงสีหน้าวิตกกังวล ยิ่งเปิดเข้ามาเห็นภาพของชายร่างสูงผอมกำลังอุ้มลูกชายพาดบ่าพร้อมเดินกล่อมให้นอนเนื่องจากสองสามวันที่ผ่านมา
เจ้าตัวเล็กไม่สบาย เพลงขวัญรู้สึกคิดถูกแล้วที่ไม่บอกเรื่องที่เธอเพิ่งได้รับรู้มาว่ามีคนในตึกร้องเรียนให้กับพี่ชายฟัง หญิงสาวสะบัดใบหน้าเอาเรื่องวุ่น ๆ ออกจากหัว
“กลับมาแล้วค่ะ” น้ำเสียงสดใสของเธอเอ่ยเสียงดังให้สองพ่อลูกได้ยิน รอยยิ้มที่ดูดีกว่าวันแรกที่พบเจอกันของปกรณ์หันมายิ้มให้กับเธอ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองลงไปที่มือสองข้างของน้องสาว ขายาวก้าวเดินเข้ามาใกล้และคว้าเอาของที่เพลงขวัญซื้อมาออกจากมือไปเก็บ
ทั้ง ๆ ที่มืออีกข้างก็ไม่ได้วางหลานชายของเธอลงแต่ปกรณ์ก็ไม่อยากจะให้เธอถือของหนักจึงอาสามาถือให้และเอาไปเก็บ หญิงสาวที่กลับมาก็อยากจะอาบน้ำไล่ความเครียดที่สะสมและความเหนื่อยล้าของร่างกายจึงปลีกตัวเข้าห้องน้ำจัดการธุระ
ใช้เวลาไปไม่นานมากเพลงขวัญก็เดินออกจากห้องน้ำก่อนจะเห็นหลานชายนั่งดูการ์ตูนที่พี่ชายเธอเปิดทิ้งเอาไว้เพราะจัดเตรียมอาหารอยู่ เด็กชายที่ตอนนี้ดวงตาสีมะละกอสุกก็เริ่มปรือ ๆ แล้วสงสัยคงเพลียยา
“ปกป้องครับ” เด็กชายวัยขวบสามเดือนพอจะรู้ชื่อของตัวเองก็หันมองเธอที่เดินมานั่งข้าง ๆ หลานชาย มือบางเอื้อมไปสัมผัสบริเวณหน้าผากของหลานเพราะอยากจะรู้ว่าเจ้าตัวเล็กยังตัวร้อนอยู่หรือเปล่า
“ตัวยังร้อนอยู่เลยพี่กร” ชายร่างสูงที่ตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารหันมามองเธอเมื่อได้ยินสิ่งที่เพลงขวัญพูดขึ้น รอยยิ้มอ่อน ๆ ของปกรณ์ส่งให้เพลงขวัญซึ่งเธอก็เดาเอาเองว่าพี่ชายของเธอก็คงรู้อยู่แล้วว่าลูกชายยังไม่หายดี
“เออ จริงสิพี่กรฉันว่าจะหาบ้านเช่าน่ะ”
“จะได้มีที่ให้ปกป้องวิ่งเล่นด้วย ดีไหม” เพลงขวัญที่ไม่รู้ว่าจะเอ่ยบอกพี่ชายยังไงหากต้องพาย้ายออกจากที่นี่กะทันหันจึงได้เอ่ยคำเท็จเพื่อให้ไม่น่าสงสัยและพี่ชายก็จะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องที่พวกเราถูกเชิญออกจากที่นี่
“มันแพงนะเพลง จะไหวเหรอ” คนที่ไม่ได้หันมาคุยกับเธอเอ่ยขึ้น มือหนาก็หั่นเนื้อหมูเพราะจะทำเมนูหมูทอดให้ทาน ดวงตาสีน้ำตาลอัลมอนด์จ้องมองแผ่นหลังนั้นก่อนจะคิดในใจว่าเธอก็รู้ว่ามันแพงแต่จะให้ทำไงได้ก็โดนเชิญออกอะ
ไม่รู้ว่าจะบอกยังไงเลยหลอกอยู่นี่ไง ใบหน้าย่นเล็กน้อยของเพลงขวัญปรากฏขึ้นลับหลังของพี่ชายแต่กับถูกจับจ้องจากดวงตาสีมะละกอสุกแทน ดวงตาใสแป๋วแต่ก็เหมือนจะปิดเพราะเด็กชายกำลังง่วง
“นอนไหมครับ” คอน้อย ๆ เอียงไปทางซ้ายเมื่อสงสัยว่าที่เธอพูดมันหมายความว่าอะไร แต่ท่าทีแบบนี้มันช่างน่าฟัดเสียจริง ๆ เลย ไม่คิดว่าหลานของตัวเองจะน่ารักได้มากขนาดนี้
“ฝากกล่อมปกป้องนอนหน่อยนะเพลง ยาน่าจะออกฤทธิ์แล้ว” เหมือนคนที่ทำอาหารจะได้ยินเธอพูดกับปกป้องจึงไหว้วานให้เธอพาเจ้าตัวน้อยนอนก่อน ซึ่งเพลงขวัญได้เห็นพี่ชายเลี้ยงดูหลานชายมาตลอดสองเดือนก็พอจะรู้วิธีจึงสามารถกล่อมหลานนอนได้อย่างง่ายดาย
หลังจากที่เพลงขวัญพาหลานชายเข้านอนแล้ว พี่ชายของเธอก็ทำอาหารเสร็จพอดี สองคนพี่น้องจึงได้โอกาสทานอาหารระลึกย้อนไปในวัยเด็ก รอยยิ้มและบทสนทนาของเพลงขวัญ
และปกรณ์เล่าถึงเรื่องราวในวัยเด็กพร้อมกับทานอาหารมื้อเย็นด้วยความสุข
“วันนี้พี่กินข้าวอร่อยที่สุดเลย” ในขณะที่ปกรณ์กำลังล้างจานอยู่ก็เอ่ยขึ้นมา หญิงสาวที่นอนหลับตาอยู่ข้าง ๆ หลานชายก็ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินประโยคของปกรณ์
“ตั้งแต่แต่งงานออกไป วัน ๆ ทำแต่งาน หาเงินเท่าไรก็ไม่ค่อยพอ”
“...”
“เหนื่อยก็เหนื่อย กลับบ้านมาก็ไม่มีใครรอกินข้าวด้วย”ประโยคตัดพ้อของชายร่างสูงทำให้เพลงขวัญยิ่งไม่กล้าที่จะบอกกล่าวเรื่องที่เจ๊เจ้าของตึกบอกมาเลย ชีวิตของพี่ชายเธอเจออะไรมาบ้างก็ไม่รู้
สำหรับเธอชีวิตตอนนี้ของปกรณ์คงดีที่สุดตั้งแต่มีชีวิตอยู่มาแล้วใช่ไหม รอยยิ้มที่ยิ้มออกมาผ่านสายตาและการได้อยู่ใกล้ลูกชายคนเดียว เธอไม่อยากจะผลักไสไล่ส่งพี่ชายเธอไปไหนเลย อยากให้อยู่ด้วยกันแบบนี้ เธอเองก็ไม่เหงาและก็มีความสุขที่กลับมามีคนรอทานข้าวด้วย
“อะไรที่มันไม่น่าจำก็ไม่ต้องจำหรอกพี่กรตอนนี้พี่มีฉันนะ”
“ฉันที่รอให้พี่มานั่งทานข้าวด้วยทุกมื้อนะ”
ปกรณ์หันมองน้องสาวที่ยิ้มหวานอยู่พร้อมกับตบตูดน้อย ๆ ของลูกชายเขา ภาพที่มีแต่คนที่รักเขาทำให้ปกรณ์ยิ้มกว้างพร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าแทบทะลัก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาภาพนี้มันชั่งหายากเสียเหลือเกิน
“เดี๋ยวสัปดาห์หน้าฉันหยุด เราไปหาบ้านเช่ากันนะ”
“จะได้ย้ายออกไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่านี้ ปกป้องเองก็จะได้มีพื้นที่วิ่งเล่นด้วย” เพลงขวัญจ้องมองพี่ชายพร้อมกับพยักหน้าเป็นการบอกว่ามีกันและกันอยู่นะ
