บทที่ 2 ตอนที่ 2 โชคร้าย

ร้านอาหารไทย

“ทิปสำหรับทุกคนในคืนนี้จ้าาา!!!” เสียงแหลมเล็กของหัวหน้างานตะโกนลั่นหลังเก็บร้านเสร็จ ทำทุกคนหูผึ่ง ดีอกดีใจยกใหญ่ และหนึ่งในนั้นก็เป็นเธอด้วย รินดารีบวางชุดช้อนซ้อมลงกับโต๊ะ ก่อนจะรีบเดินไปรวมกับกลุ่มพนักงานด้วยกัน

“ฟ้าคิดว่าคืนนี้เราได้ทิปเยอะแน่เลยรินดา ลูกค้าเยอะจนฟ้าขาแทบลากกก~~” เพื่อนสาวอวบใจดีรวบแขนบางของเธอไปกอดพลางถูแก้มไปมา ออดอ้อนเพื่อนสาว

“รินก็คิดเหมือนฟ้าจ๊ะ อิๆๆ” หญิงสาวฉีกยิ้มหวานสดใส หายเหนื่อยทุกครั้งที่ได้รับส่วนแบ่งทิปจากลูกค้าที่เข้ามาทานอาหารในทุกๆวัน และส่วนมากจะเป็นคนมีเงินกระเป๋าหนักเท่านั้น เพราะร้านที่เธอทำงานอยู่เป็นร้านอาหารหรูแต่จะจานราคาหลักพันอัพ เธอที่เป็นแค่เด็กเสิร์ฟแรงงานวันละไม่กี่ร้อย คิดแล้วก็เสียดายแล้วเสียดายอีก ได้แต่คิดแล้วกับไปกินข้าวรราดแกงจานสี่สิบบาทร้านป้าแดงเสียดีกว่า

“หน้าบานเลยนะจ๊ะยัยฟ้า” พี่หัวหน้าหยอกเย้าเพื่อนสาวร่วมงานข้างๆเธอ

“ก็ฟ้ากับรินกำลังคิดว่าทิปคืนนี้จะได้คนละเท่าไหร่กันค่ะหัวหน้าาา~~”

“ไม่ต้องดึงรินเข้ามาเกี่ยวเลย ตาวาววับพี่นึกว่าปลาการ์ตูน ฮ่าา~~~” พี่หัวหน้าหัวเราะลั่น ก่อนที่คนอื่นจะหัวเราะชอบใจตาม ความเหนื่อยหมดไปเมื่อไปรับเงินทิปกันถ้วนหน้า

“ได้ตั้งหนึ่งพันแหนะริน งั้นเปลี่ยนชุดเสร็จเราไปกินบะหมี่เที่ยงคืนกันมะ ฟ้าเห็นรีวิวในเฟสเขาบอกว่าอร่อยมาก!” ฟ้าโบกทิปหนึ่งพันในมือไปมาพร้อมกับเสนอความคิดในเพื่อนสาว

“ก็ได้นะ งั้นเรารีบไปเปลี่ยนชุดแล้วไปกัน”

“เย้ๆๆ!~~” จากนั้นทั้งเธอและเพื่อนร่วมที่สนิทจนชี้ปึกก็พากันไปผลัดเปลี่ยนชุดเครื่องแบบของทางร้านออกเป็นชุดเดิมที่ใส่ตอนเข้ามา สองสาวต่างไซส์ก็พากันเดินจูงมือกันออกไปกินบะหมี่เที่ยงคืนชื่อดังตามที่คิดไว้

“ฟู่~~~ อิ่มแปล้เลยริน สมกับที่เขารีวิวกันในเว็ป ฟ้าเห็นก็อยากมากินนานแล้ว คืนนี้ได้ทิปเยอะเลยชวนรินมาด้วยกันซะเลยย~~ แฮะๆๆ” เพื่อนสาวเอ่ยสารภาพพลางลูบท้องป่องของตัวเองปอยๆให้รินดาดู หญิงสาวถึงกับถอนหายใจกับความกินจุของเพื่อนที่เห็นอะไรก็ฟาดใส่ปากจนหมด แต่บะหมี่ร้านนี้ก็อร่อยสมราคาคุยของฟ้าจริงๆ ขนาดเธอที่ไม่ค่อยกินเยอะ ยังฟาดไปสองชามเลย ตอนนี้รู้สึกอึดอัดตัวเองมาก สงสัยจะกินเยอะเกินตัว

“เอ้อ!! จริงสิ!!แล้วเพื่อนที่พักอยู่กับรินละ เดียวนี้ฟ้าไม่ค่อยเห็นเลย” ระหว่างที่ยืนรอรถไฟเพื่อที่จะกลับที่พัก ที่อยู่ทางเดียวกัน แต่ถึงที่พักเธอก่อน เลยไปอีกป้ายจึงจะถึงของรินดา ฟ้าก็ถามขึ้น เพราะช่วงก่อนๆเธอก็เคยเห็นส้มบ้างแต่ไม่ได้สนิทกัน

“น่าจะทำงานอะฟ้า รินก็ไม่ได้ถามว่าส้มเขาทำงานที่เดิมรึป่าว ช่วงนี้ส้มก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่”

“งั้นรินก็อยู่คนเดียวอะสิ” ฟ้าถามด้วยความเป็นห่วง ยิ่งข่าวปล้นขึ้นบ้านแพร่สะพัดทั่วโซเชียล อีกอย่างรินดาก็สวยน่ารัก เพียงแค่ไม่ชอบแต่งหน้าแต่งตาก็เท่านั้น ปกปิดความงามของตัวเองจนมิด เธอจึงห่วงความปลอดภัยของเพื่อน

“ขอบใจฟ้าจ๊ะ แต่รินอยู่จนชินแล้ว ไม่มีอะไรหรอก ฟ้าอย่าห่วงเลยนะ” รินดาบอกเพื่อนให้หายห่วง เพราะเธอชินแล้วจริงๆ เธอกับส้มพูดคุยกับแทบจะนับครั้งได้ สิ่งส้มมีแฟน ส้มยิ่งไม่ค่อยอยู่ติดบ้านสักเท่าไหร่

“งั้นมีปัญหาอะไรก็รีบโทรหาฟ้าได้นะริน”

“ได้จ๊ะ ขอบใจฟ้านะ”

“ก็เราเพื่อนกันไหม อิๆๆ “

“อื้อออ~~” รินดายิ้มแก้มปริ ไม่นานรถไฟก็เทียบชาน พวกเธอก็พากันขึ้น เพื่อกับที่พัก

บ้านเช่า

แกร๊กก!! แอดดด~~ รินดาจัดการปลดล็อกแม่กุญแจ ก่อนจะเปิดประตูเข้าบ้านเช่นเล็ก ในบ้านเงียบกริบแม้แต่ไฟสักดวงก็ไม่ได้เปิด ฟันธงทันทีว่าส้มหน้าจะออกไปแล้ว หรือยังไม่กลับ มือบางจัดการเปิดไฟ ก่อนจะสะดุดบานประตูห้องนอนของตัวเองที่ปิดไม่สนิท คิ้วเรียวขมวดยุ่ง นี้เธอหลงลืมขนาดนี้เลยรึเนี่ย ไม่นานเธอก็สลัดความคิดทิ้ง ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นเล็กในครัวกินน้ำใช้ชื่นใจ

แกร๊บบบ!!! เท้าเล็กเหยียบเข้ากับกระป๋องเบียร์ที่ตกบนพื้น ในระหว่างที่เธอกำลังจะเดินออกจากครัว รินดาก้มลงไปหยิบขึ้นมา ก่อนจะจัดการโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะเคยเห็นส้มมักจะดื่มเป็นประจำ อาจเพราะงานที่เธอทำด้วยนั้นแหละ

ติ้งงงง!!!!!

เสียงข้อความโทรศัพท์เครื่องเก่าในถุงผ้าที่วางอยู่ดังขึ้น เรียกความสนใจจากหญิงสาว ให้หันไปมอง ใครส่งข้อความมาหาเธอตอนเช้ากัน หรือจะเป็นฟ้าที่ส่งมาถามว่าเธอถึงที่พักรึยัง เพราะเธอก็ลืมส่งข้อความหาฟ้าเช่นกัน เท้าเล็กจึงเดินออกจากครัวไปหาถุงผ้าคู่กายที่วางอยู่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์รุ่นเก่าขึ้นมาดู

ฟุบบบบ!!!! หัวใจของเธอเต้นแรงเป็นกระส่ำ ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือก มือไม้ที่ถือโทรศัพท์ยังคงกำแน่น พยายามไล่สายตาอ่านข้อความของส้มที่ส่งมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่แน่ใจว่าเธออ่านผิดไปรึป่าว

-ส้ม

(รินฉันมีความต้องการใช่เงินจริงๆ เพราะงั้นฉันขอยืมเงินเธอก่อนนะ)

พรึบบบบบ!!!!!

หัวใจดวงน้อยตกลงแทบตาตุ่ม ดวงตากลมโตวูบไหว กลัวเหลือเกิน ว่าสิ่งที่เธอคิดจะเป็นจริง ร่างบางรีบลุกขึ้นลนลานมุ่งตรงไปยังห้องนอน ราวกับร่างไร้วิญญาณ ก่อนจะพบกับความจริงที่แสนเจ็บปวด เพื่อนที่อยู่ด้วยกันต้องแต่เล็กที่บ้านปรานี ได้ขโมยบัตร และสมุดบัญชีรวมถึงของมีค่าของเธอไปจนหมดแล้ว ร่างบางสั่นเทาขาไร้เรี่ยวแรงทรุดนั้งลงไปกับพื้น ได้แต่ปล่อยน้ำตาสงสารตัวเองจับใจ เพื่อนที่เธอไว้ใจ กลับมาทำร้ายเธอแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ส้มก็รู้ว่ารินดาพยายามเก็บเงินไปเพื่ออะไร เธอร้องไห้โฮ พยายามยกโทรศัพท์หาส้ม แต่ปลายสายไม่มีหมายเลข และไม่สามารถติดต่อได้อีกในนาทีต่อมา คาดว่าส้มคงจะตัดช่องทางติดต่อเธอไปหมดแล้ว

“ฮึกกก ฮือๆ~~”

รินดานั้งกอดเข่าสงสารโชคชะตาของตัวเอง เมื่อตอนนี้คิดหาทางไม่ออก อีกไม่กี่วันก็ต้องจ่ายค่าบ้านเช่าแล้ว แต่ตอนนี้ทั้งตัวเธอมีอยู่แต่พันกว่า เธอจะทำยังไงกับชีวิตเร็วร้ายนี้ดี

ก่อนที่เธอจะคิดได้ มือบางบาดน้ำตาทิ้งก่อนจะกดหาเบอร์ธนาคารให้อายัดบัตรเธอไว้ แต่ก็ไม่ทันการเพราะมีคนใช้รหัสกดเงินในบัญชีในจนหมด เธอไม่รู้ว่าส้มทราบรหัสผ่านขอเธอได้อย่างไร หรือจะเป็นตอนนั้นที่เคยเคยกดเงินให้ส้มยืม รินกัดริมฝีปากจนเลือดชิปพยายามคิดว่าจุดผิดสังเกต และความสะเพร่าของเธอ จึงทำให้เธอหมดสิ้นทุกอย่างแล้วในตอนนี้

ปังงๆๆ!!!!!!!!

ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นซะก่อน รินดาสะดุ้งโหย่ง เนื้อตัวสั่นเทาเป็นเจ้าเข้า รู้สึกหวาดกลัวจับใจ พยายามมองหาทางหนีทีไล่ สายตาเหลือบไปเห็นเครื่องซ็อดไฟฟ้าขนาดเล็กที่เธอได้จากเพื่อนร้านกาแฟ เธอหยิบขึ้นมาถือไว้มองไปยังบานประตูที่คนด้านนอกยังคงเคาะไม่หยุด

ปังๆๆๆ!!!!

อึก!! รินดากำเครื่องซ็อดไฟฟ้าแน่น พยายามก้าวขาออกไปยังประตู ถ้าคนข้างนอกพังเข้ามาเธอจะซ็อดใส่พวกนั้นทันที เธอคิดอย่างหมายมั้น

ปังงงงง!!!!! พลักกก!!! เคร้งงง!!

กรี๊ดดดดดด!!!!!

ทันทีที่ประตูบ้านถูกเปิดเข้ามา เธอก็หลับตาปี๋ พยายามควงเครื่องซ็อดไฟฟ้าไปด้านหน้า แต่ก็โดนพวกมันปัดทิ้งได้ทัน ร่างบางยืนตัวสั่นเมื่อยืนประจำหน้ากับชายชุดดำสามคน ที่ขยับเดินเข้ามาประชิดตัวของเธอเอาไว้

“จับตัวมันไป” เสียงชายคนแรกที่ปัดเครื่องซ็อดไฟฟ้าทิ้งบอกกับพวกเดียวกับ โดยที่สายตาไม่ละไปจากเธอ มันมองลามเลียทั่วร่างของเธอ ที่ชุดในเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนตัวเดิม

“พะ..พวกพี่มาจับฉันเรื่องอะไร ฉันไม่เคยไม่มีเรื่องอะไรกับพวกพี่นะ”

“หึๆๆ..น้องไม่มีอะใช่ แต่เพื่อนน้องมันกับผัวมันนะสิ หนีหนี้เจ้านายพี่ มันบอกให้มาเก็บที่น้อง ถ้าไปอยากเจ็บตัวก็ไปกับพวกพี่ดีๆ”

“ฉะ..ฉันไม่รู้เรื่อง ..อย่าทำอะไรฉันเลย” รินดาพยายามฝืนตัวเอง ใบหน้าเนียนซี้ดเผือก ทำไมโชคซะตาถึงโหดร้ายกับเธอแบบนี้

“อย่าชักช้าโว้ย!! รีบไป!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป