บทที่ 3 ตอนที่ 3 คาสันต์
อังกฤษ
“ขอบคุณคุณคาสันต์นะครับที่เลือกลงทุนธุรกิจร่วมกันกับผม ผมจะทำสุดความสามารถไม่ให้คุณผิดหวังครับ”
“ครับ มิสเตอร์เจ” ร่างสูงสง่ายืนเต็มความสูง พลางยื่นมือออกไปจับกับชายวัยกลางคนตรงหน้า หลังจากเซ็นสัญญาร่วมลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่ของเจคอนเนอร์เสร็จ อนาคตก็รอเพียงกำไลเข้ากระเป๋าเขาเท่านั้น คาสันต์กระตุกยิ้มมุมปากหนา
คิดย้อนข้อเสนอมากมายถูกยื่นมาให้เขา เพราะรู้ดีว่าตระกูลเขาเก่าแก่และมีอำนาจแค่ไหน ใครได้ร่วมลงทุนกับเขา ก็เหมือนหนูตกถังเข้าสาร ถึงเข้าจะคลุกคลีอยู่กับผับและเคล้านารี แต่คาสันต์มักจะมีสายตาที่เฉียบขาด เจ้าเลห์ หัวไว และมองการไกลของธุรกิจที่กำลังจับมือทำ และเม็ดเงินมหาศาลที่จะเดินตบเท้าเข้ากระเป๋าของเขา แน่นอนว่าเมือเขาต้องจ่าย สิ่งที่ได้กลับมาต้องคุ้มค่ากับเงินส่วนนั้น
“นายครับ “ ทามเลขาคนสนิทความคู่กับบอดี้การ์ดมือดีเดินมาขนาบข้างคาสันต์
“มีอะไร” คาสันต์เพียงปลายตามอง มือหนายังคงคลายเนคไท ตามด้วยปลดกระดุมลง เขาไม่ชอบแต่งตัวเป็นทางการแบบนี้อยู่แล้ว แต่เห็นแกชื่อเสียงตระกูลเก่าแก่และมารดาดาจอมเนียนที่อาจจะตามมาบ่นหูแฉะเอาได้
“นายจะให้เตรียมเครื่องกลับ หรือยังจะพักที่นี่อีกรึป่าวครับ” รองเท้ามันวาวที่ราคาไม่ต้องพูดถึงแพงหูฉีกแน่นอน หยุดกึก บ่งบอกว่าคนใกล้กำลังหยุดใช้ความคิด แต่เพียงไม่กี่นาที ร่างสูงสง่าก็ออกเดินอีกครั้ง
“กลับ!!.. ดูคิดถึงผับกู”
“หึๆ..ครับนาย!!”
อีกด้านหนึ่ง
รินดาถูกพาตัวขึ้นรถตู้สีดำที่จอดแอบอยู่ซอยข้างบ้าน มือบางโดนมัดไขว้หลังด้วยเชือกจนรู้เจ็บ เธอพยายามมองหาทางหนีทีไล่แค่ก็ช่างริบหรี่เหลือเกิน พวกมันดันพลักเธอขึ้นไปบนรถ ก่อนจะตามขึ้นมานั้งข้างเธอ ส่วนอีกสองคนเดินอ้อนไปนั้งด้านหน้าและอีกคนเป็นคนขับ รินดาขยับตัวจนชิดประตูอีกด้าน มองท่าทีของพวกมัน มือก็พยายามบิดไปมาเผื่อเชือกจะคลายออกบ้าง ก่อนที่เธอจะคิดอะไรได้ อาศัยที่เผลอในขนาดที่พวกมันคุยกันล้วงมือไปในกระเป๋ากางยีนด้านหลังกำมีดคัตเตอร์อันเล็กที่เธอเอาไว้ใช้กรีดกล่องพัสดุ แล้วกำไว้ในมือแน่น
“ทำอะไร อย่าคิดทำอะไรตุกติกนะน้อง ถ้าไม่อยากได้พวกพี่เป็นผัวทีเดียวสามคน!!” ชายที่นั้งคุมตัวเธออยู่มองเธอ พลางแลบลิ้นเลียปาก มองเธออย่างโลมเลีย แน่นอนว่าเธอกลัวอย่างที่มันขู่มาก แต่เธอก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา
“หึๆๆ..ยิ่งสาวสวยแบบน้องเนี่ย พี่ชอบมาก”
“เห้ยๆๆ!! ไอ้สัสเอ เดียวมึงก็โดนนายกระทืบหรอกเว้ย “
“เออ!! อยากคิดไอ้สัส!!รอนายก่อนสิวะ ฮ่าาา~~” สองคนด้านหน้าตะโกนขึ้นมา รินดาที่ได้ยินยิ่งอกสั่นขวัญแขวนมือก็พยายามกรีดมีดไปบนเชือกอย่างทุลักทุเล ตากลมตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาจนพล่ามัว ได้แต่ตั้งสติไม่ยอมแพ้กับชีวิตบัดซบนี้
กึกกก!! ไม่นานเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น เมื่อเธอตัดเชือกจนขาดสำเร็จ รินดามองออกไปนอกหน้าต่างรถที่วิ่งเข้าสู่ถนนใหม่ มองป้ายทางที่กำลังจะออกนอกเมือง ซึ่งเธอคิดว่าเจ้านายของพวกมันต้องอยู่เขตรอบนอกแน่ และถ้าเธอไม่หนีตอนนี้ นั้นคือเธอจะหมดทางหนีแล้วจริงๆ
รถตู้ชะลอลงก่อนจะจอดเพราะติดไฟแดง รินดาจึงคิดที่จะกระโดดหนีตอนนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าเธอจะหนีพวกมันพ้นไหม และเหมือนในความโชคร้ายยังมีโชคดีอยู่เมือประตูทางด้านเธอมันไม่ได้กดล็อค หรือพวกมันคงประมาท เธอมองพวกมันสลับกับเลขสัญญาไฟจราจรที่กำลังนับถอยหลัง โอกาสที่เธอจะหนีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น รินพยายามรวบรวมความกล้าอีกครั้งก่อนจะอาศัยช่วงเวลาที่ไฟจราจรกำลังเปลี่ยนเป็นสีส้ม ถีบคนที่นั้งข้าง แล้วอาศัยช่วงชุลมุนกระโดดลงรถทันที
ผลักกกกก!!!!!
“เฮ้ยยยยย!!!!!”
“ไอ้สัส!!! มันหนีไปแล้วรีบตามไปเว้ยยย!!!”
ปริ้มมมมมมม!!!!! ปริบๆ!!!!!!!!!
เสียงบรรดารถที่เคลื่อนตัวออก ต่างบีบแตรลั่น เมื่ออยู่ๆก็มีร่างบางกระโดดลงรถ รินดาพยายามวิ่งสวนกับรถที่ต่างบีบแตร ด้วยความตกใจ ร่างบางเนื้อตัวสั่นเทาที่ผ่านความเป็นความตายมาได้ สองเท้าเล็กวิ่งจนข้ามมาอีกฝั่ง พลางหันไปมองข้างหลังที่มีพวกมันสองคนวิ่งข้ามถนนมาติดๆ
“หยุดนะโว้ยยยยยย!!!!” เสียงพวกมันยังคงตะโกนเรียกเธอมาแต่ไกล รินดาหอบหอบหายใจจนตัวโยน มือบางยกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลท้วมตัว ก่อนจะออกตัววิ่งอีกครั้ง
“แฮกๆ.!!”
เสียงหอบหายใจเข้าออกดังเล็ดลอดออกมา มือบางยกขึ้นกุมหัวใจที่เต้นแรงด้วยความกลัว เธออาศัยตรอกซอยเล็กๆที่วิ่งเข้ามาก่อนจะย่อตัวนั้งหมอบอยู่ข้างกองอิฐก่อสร้างที่มีคนมาเททิ้งไว้รวมกับลังไม้ต่างๆที่ใช้งานไม่ได้
“ไปไหนแล้ววะ!!!! วิ่งไวชิปหาย เมื่อกี้ยังเห็นวิ่งเข้ามาซอยนี้เลยวะ!!”
“แฮกๆๆ~~ ไอ้สัสเอ เราต้องหาให้เจอนะโว้ย!! ไม่งั้นนายเอาเราตายแล้ว!!! รีบหาต่อกันเถอะ กูว่าแม่งน่าจะวิ่งทะลุไปอีกซอยแล้ววะ”
“เออๆๆ ..คอยกูนะ ถ้ากูจะได้กูจะจับกระแทกก่อนนายทีเถอะ แม่งทำกูเหนื่อยขนาดนี้”
“เออๆ กูก็ขอทีว่ะ “
ตึก ตึก ตึกก!!!!
ไม่นานเสียงของพวกมันทั้งสองก็เงียบไป รินดาถอนหายใจด้วยความโล่งอก ที่สามารถหนีรอดจากพวกนั้นได้ แล้วตอนนี้เธอจะเอายังไงดีกับชีวิต ร่างบางผยุงตัวเองขึ้น ก่อนจะชะโงกหน้าออกไปมองทาง เมื่อทางสะดวกแล้วจึง ออกจากที่ซ่อน เดินพรางความมืดจงทะลุออกมาถนนที่คับคั่งไปด้วยรถรา และแสงสียามค่ำคืน รินดาเดินบนฟุตบาทบาท ไม่รู้จะไปทางไหนดี โทรศัพท์ก็ไม่มี เงินติดตัวก็หาย ตอนนี้เธอยิ่งกว่าขอทานซะอีก
“เฮ้ย!!!!! อยู่นั้นโว้ยยยย!!!!”
ไม่มีเวลาได้คิดไปมากกว่างั้นเสียงตะโกนลั่นดังจากข้างหลังเธอมาติดๆ รินดาเบิกตากว้างไม่คิดว่าพวกมันจะหาเธอพบ และก่อนที่พวกมันจะตามมากับตัวเธอได้ เธอออกตัววิ่งอีกครั้ง โดยครั้งนี้เธอเลือกวิ่งในที่คนพลุกพล่าน เพื่อพลางตัวด้วย สายตากลมโตมองต้องไปยังข้างหน้าที่เป็นที่ตั้งของผับหรูที่เพิ่งเปิด และมีแต่คนมีเงินเท่านั้นที่มามาเที่ยวที่นี้ได้ รินดาจึงตัดสินใจวิ่งลัดเลาะเข้าทางประตูหลังของผับหมายจะขออาศัยหลบพวกนั้นที่วิ่งตามมา
ก่อนจะทรุดตัวลงนั้งบนเก้าอี้ในห้องๆหนึ่งภายในผับ ความมือสลัวภายในห้องที่เธอเข้ามาหลบ ทำให้มองไม่ถนัดว่าเป็นห้องแต่งตัวของเหล่าสาวๆที่มาทำงานในผับแห่งนี้
แอดดดด~~~
จู่ๆเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น ทำคนตัวเล็กที่นั้งพักเหนื่อยอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก คิดว่าเธอคงไม่รอดแล้วงานนี้
พรึบบบบ!!!! บุคคลที่เข้ามากดสวิตซ์เปิดไฟห้องให้สว่างขึ้น
“โอ๊ะ!!!!! นี่หล่อนนนน!!!! ฉันหาตัวหล่อนจนทั่ว ที่แท้ก็มาอยู่ที่นี้เอง แล้วทำไมมอมแมมแบบนี้ละยะ ชุดก็ไม่เปลี่ยน คืนนี้จะทำงานไหมมม!!!”
หญิงสาวที่ตกเป็นจำเลยอย่างงงๆ กระพริบตาปริบๆมองสาวสองตรงหน้าที่บ่นเธอชุดใหญ่ไฟกระพริบ
“อะ..เออ.คือ..”
“โอ้ยยยย!!! ไม่ต้องพูดมากแล้ว รีบไปแต่งตัวเดียวนี้เลยหล่อน อะ!! นี้ชุด แล้วอย่าให้ฉันโมโหไปมากกว่านี้”
พรึบบบ!!! เดรสเกาะอกสีขาวถูกโยนลงมาบนตักของเธอทันที ก่อนที่เจ้สาวสองจะกระทืบเท้าบ่นออกไป ทิ้งเธอให้อยู่กับชุดในมือ รินดาก้มมองอย่างงุนงงเมื่อจับต้นชนปลายไม่ถูก มองประตูที่พึ่งรู้ว่าเป็นห้องแต่งตัวปิดลง
หญิงสาวทอดถอนใจ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเปลี่ยนชุดที่ได้มาแบบงงๆมาเปลี่ยน เดี๋ยวค่อยหาทางบอกกับเธออีกที ว่าเธอไม่ใช่พนักงานของที่นี้ แล้วค่อยออกไปจากผับแล้วกัน
