บทที่ 12 ทวงหนี้ข้ามถิ่น
เกือบหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ แล้วที่ “เพียงลดา” ใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นดินกรุงเก่าในฐานะ “น้องมะลิ” ไกด์สาวท้องถิ่นอารมณ์ดีผู้เชี่ยวชาญการพาเที่ยวโบราณสถาน ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา เธอใช้ชีวิตอย่างระวังตัวแจ หลบเลี่ยงผู้คนแปลกหน้า และคอยเช็กซ้าย เช็กขวาทุกครั้งเวลานำกรุปทัวร์เดินลุยแดด เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องไปเผชิญหน้ากับมัจจุราชหน้าหล่ออย่าง “จิรายุส” ประธานหนุ่มไฟแนนซ์จอมโหดผู้เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่เธอเพิ่งชิ่งหนีมา
ในช่วงแรก ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี เพียงลดารู้สึกโล่งอกโล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก เธอยังนึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจว่า ต่อให้ จิรายุส จะเก่งกาจมาจากไหน ก็คงไม่มีทางตามหาเธอลึกลงมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน เธอตั้งใจว่าหลังจากจบทริปต้มตุ๋นกรุปนี้แล้ว จะหอบเงินค่าจ้างก้อนโตบินหนีไปตั้งหลักที่ภาคเหนือหรือไม่ก็ภาคใต้เสียเลย เพื่อตัดขาดจากวงจรอุบาทว์ของหนี้สินที่ตามรังควานไม่เว้นแต่ละวัน
ทว่า... โชคชะตาฟ้าดินมักจะชอบเล่นตลกกับคนหนีหนี้เสมอ
ในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่เพียงลดากำลังยืนถือธงนำเที่ยวสีส้มสดใส คอยอธิบายประวัติศาสตร์อยุธยาให้กลุ่มนักท่องเที่ยวฟังอยู่บริเวณลานกว้างใกล้ซากวัดร้างโบราณที่ค่อนข้างเปลี่ยวและห่างจากจุดท่องเที่ยวหลักพอสมควร สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบางอย่างก็ส่งเสียงร้องเตือนภัยลั่นอยู่ในหัว
เธอหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจจนแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปที่คุ้นตาเป็นอย่างดี กำลังก้าวเท้ายาว ๆ ตรงเข้ามาทางกลุ่มของเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึงและแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีล่าเหยื่อ!
ให้ตายสิ! อีตาจิรายุส!
เพียงลดาใจหายวาบ สติสตางค์กระเจิดกระเจิงไปหมดในเสี้ยววินาที เธอไม่รู้เลยว่า จิรายุส แกะรอยตามเธอมาได้ยังไง แต่ที่แน่ ๆ หากขืนยืนอยู่ตรงนี้มีหวังโดนลากตัวไปดำเนินคดีข้อหาสวมสิทธิรถและเบี้ยวหนี้จนหัวหลุดจากบ่าแน่ ๆ
เบื้องหลังการปรากฏตัวของ จิรายุส ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด แต่เกิดจากการที่เขาตามสืบเบาะแสมาจากหอพักเดิมของเธอ หลังจากที่เลขานุการส่วนตัวรายงานว่าเพียงลดาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จิรายุส จึงตัดสินใจเดินทางไปกดดันเจ้าหอพักด้วยตัวเอง จนกระทั่งได้ข้อมูลสำคัญหลุดปากออกมาว่า หญิงสาวเคยเอ่ยปากเปรย ๆ ว่าจะลงไปรับจ้างเป็นไกด์จำเป็นให้กรุปทัวร์ท้องถิ่นที่อยุธยาเพื่อหาเงินก้อน ประธานหนุ่มจึงไม่รอช้า สั่งทีมงานแกะรอยและขับรถมุ่งหน้าไปยังเมืองเก่าตามล่าหาตัวทันที จนกระทั่งบังเอิญขับรถผ่านเข้ามาเจอไกด์สาวคนหนึ่ง ยืนถือธงนำเที่ยวอยู่พอดีเป๊ะ
ในวินาทีที่สายตาสีนิลคมกริบของจิรายุสปะทะเข้ากับใบหน้าของไกด์สาวหน้ามึน ร่างสูงก็ชะงักกึกทันที ความตกตะลึงระคนความโกรธเกรี้ยวพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด
ยัยตัวแสบ! ที่แท้ก็แปลงโฉมมาเป็นไกด์หลบหนีอยู่ที่นี่เองหรอกเรอะ!
“เพียงลดา!” จิรายุสคำรามลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น ขายาวรีบสาวเท้าพุ่งตรงเข้าไปหาเป้าหมายทันทีด้วยความเร็วสูง
เพียงลดาเห็นท่าไม่ดีก็ไม่รอช้าเช่นกัน สมองอันชาญฉลาดในการเอาตัวรอดหมุนติ้วด้วยความเร็วแสง เธอสลัดมาดไกด์สาวผู้เรียบร้อยทิ้งทันที หันไปบอกลูกทัวร์เสียงดังลั่นว่า
“อุ๊ย! ทุกคนคะ ตรงโน้นมีจุดชมวิวโบราณสถานลับอันซีนสวยมาก เดินตามมะลิมาทางนี้เลยค่ะ เร็ว ๆ เลยนะคะ เดี๋ยวแดดหมด”
พูดจบ เธอก็ออกวิ่งนำลิ่วพุ่งตรงเข้าไปยังเส้นทางรกทึบที่เชื่อมต่อกับแนวป่าโปร่งและดงไม้ใหญ่ด้านหลังซากโบราณสถานทันที โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ซื่อบื้อเดินตามต้อย ๆ อย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้
จิรายุส ที่วิ่งตามมาติด ๆ เห็นเป้าหมายวิ่งหายเข้าไปในเขตป่ารกทึบก็ยิ่งฉุนขาด เขารีบเร่งฝีเท้าไล่กวดตามเข้าไปอย่างไม่ลดละ ร่างสูงพยายามตะโกนไล่หลังเสียงดังลั่น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะเพียงลดา อย่าคิดว่าจะหนีฉันพ้น”
แต่มีหรือที่คนอย่างเพียงลดาจะยอมหยุด เธอวิ่งลัดเลาะไปตามทางดินแดง เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาผ่านพุ่มไม้หนาทึบและกอไผ่สูงชะลูด เพื่อสลัดร่างของเจ้าหนี้มหาโหดให้ออกห่างจากรัศมีสายตา ในหัวสมองตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลยนอกจาก... ทำยังไงก็ได้ให้ตาจิรายุสหลงทางและเลิกตามเธอสักที!
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีกับการวิ่งมาราธอนกลางป่ารกทึบ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่วิ่งตามมาเริ่มหมดแรง หอบแฮก ๆ จนต้องขอแยกตัวนั่งพักอยู่บริเวณศาลาร้างริมทางเดิน แต่เพียงลดายังคงสลัดไม่หลุด เพราะ จิรายุส ยังคงวิ่งตามเธอมาติด ๆ ด้วยความอึดและทนทานเกินมนุษย์มนา
เมื่อเห็นว่าหนีอย่างไรก็สลัดไม่หลุด สักพักใหญ่ ๆ ทั้งคู่ก็วิ่งมาถึงเขตป่าลึกที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดครึ้มลงเพราะเงาไม้บังแสงตะวันยามเย็น เพียงลดาแอบยืนหอบหายใจพิงต้นไม้ใหญ่อยู่หลังพุ่มไม้หนา เมื่อเห็น จิรายุส วิ่งตามเข้ามาถึงจุดที่เธออยู่พอดี เธอก็ตัดสินใจใช้แผนการขั้นเด็ดขาดเพื่อหลอกล่อให้เขาหลงทาง
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าแล้วแกล้งทำเป็นสะดุดล้มลงไปนั่งกองกับพื้น ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาเบา ๆ
“โอ๊ย... เจ็บจัง เดินต่อไม่ไหวแล้ว...”
จิรายุส ที่วิ่งตามมาทันเห็นภาพนั้นพอดี ร่างสูงหยุดยืนเท้าสะเอวหอบหายใจเล็กน้อย ใบหล่อเหลาชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความดุดันและเยียบเย็น เขาสาวเท้าเข้าไปใกล้เธอก้าวใหญ่ ๆ
“คิดจะหนีฉันไปถึงไหนกัน หือ... ยัยตัวแสบเพียงลดา!” จิรายุส เค้นเสียงดุ พลางยื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าแขนเธอให้ลุกขึ้นมาเคลียร์บัญชี
แต่เพียงลดาไวเป็นกรด อาศัยจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือมาถึง เธอก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วแกล้งทำเป็นตกใจสุดขีด ชี้มือชี้ไม้ไปทางลึกเข้าไปในป่าทึบเบื้องหน้า พลางทำเสียงตื่นตระหนกตกใจกลัวสุดขีด
“ว๊าย! คุณ จิรายุส! ระวังค่ะ! ทางข้างหน้านั้น งูตัวใหญ่มากกำลังเลื้อยข้ามทางอยู่!” เพียงลดาแสร้งทำเป็นตัวสั่นงันท่าทางหวาดกลัว
“ถ้าไม่อยากโดนงูกัดตาย รีบวิ่งลัดเลาะหลบไปทางช่องทางลัดหลังพุ่มไม้นั้นคะ ทางนั้นปลอดภัยกว่า ฉันจะวิ่งนำไปเอง เร็วเข้าค่ะ”
จิรายุส ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระแวง เขามองหน้าหญิงสาวสลับกับพุ่มไม้รกทึบด้านหน้า แม้จะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เจ้าเล่ห์เพทุบายแค่ไหน แต่สัญชาตญาณการระวังภัยก็ทำให้เขาต้องชะงักไปชั่วขณะ
“ทางลัดอะไรของเธอ” จิรายุส เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคลือบแคลงสงสัย
“โอย... นี่มันเป็นทางเดินลับของชาวบ้านแถบนี้ค่ะ คนนอกไม่มีทางรู้หรอก ถ้าไม่รีบหลบตอนนี้ งูตัวนั้นจะพุ่งเข้ามาฉกคุณแล้วนะคะ” เพียงลดาเร่งเร้าเสียงสั่น ทำท่าทางลนลานจนแนบเนียนสนิทใจ
ด้วยความที่บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดสลัวและมีกิ่งไม้ใบไม้บังตา ทำให้ จิรายุส พลาดท่าหลงเชื่อคำโกหกคำโตของเธอเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างจำใจแล้วก้าวเท้าเดินเบี่ยงเข้าไปทางช่องพุ่มไม้รกทึบตามที่เธอบอก เพื่อหลบหลีกสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นอันตราย
และนั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด!
ทันทีที่ จิรายุส พ้นตัวเข้าไปในพุ่มไม้ทึบเพื่อสำรวจทาง เพียงลดา ก็ยกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเล่ห์ทันที
“ฮ่า! หลงกลยายลดาจนได้นะพ่อประธานหนุ่มผู้แสนฉลาด!”
ไม่รอช้า หญิงสาวหมุนตัวกลับหลังหันแล้วออกวิ่งสปีดฝ่าเท้าหนีลึกเข้าไปในแนวป่าอีกด้านหนึ่งทันทีด้วยความเร็วสูงสุด โดยไม่คิดจะหันกลับมามองเหลียวหลังเลยแม้แต่น้อย
“เฮ้ย! เพียงลดา! เธอจะหนีไปไหนวะ!”
เสียงทุ้มตะโกนไล่หลังมาด้วยความตกใจและหัวเสียสุดขีด เมื่อ จิรายุส รู้ตัวแล้วว่าตัวเองโดนไกด์สาวต้มตุ๋นหลอกให้เดินเข้าทางตัน เขารีบแหวกพุ่มไม้วิ่งตามออกมาทันที แต่ทว่า... เมื่อเขาโผล่พ้นพุ่มไม้หนาทึบออกมา ร่างบางของเพียงลดาก็หายลับไปกับความมืดและแนวป่าที่สลับซับซ้อนเสียแล้ว
จิรายุส ยืนหยุดหายใจหอบฮืดอยู่กลางลานดินโล่งเล็ก ๆ รอบตัวมีแต่ต้นไม้สูงใหญ่และเสียงแมลงกลางคืนที่เริ่มส่งเสียงร้องระงม ความเงียบสงัดและความมืดมิดที่เข้าปกคลุมอย่างรวดเร็วทำให้บรรยากาศรอบตัวน่ากลัวขึ้นถนัดตา
“ให้ตายสิ! ยัยตัวแสบเอ๊ย กล้าดียังไงมาหลอกให้ฉันเดินหลงทางกลางป่าแบบนี้” จิรายุส สบถออกมาเสียงดังด้วยความหัวเสีย มือหนายกโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาเพื่อเปิดไฟฉายและติดต่อลูกน้องภาคสนามที่รออยู่ด้านนอก
ทว่า... สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือกลับทำให้ใบหน้าหล่อเหลาต้องถอดสีลงทันที
ไม่มีสัญญาณ!
ไอคอนเครือข่ายโทรศัพท์ขึ้นกากบาทสีแดงสนิท ไร้ซึ่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือคลื่นโทรศัพท์ใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้เป็นเขตป่าลึกและหุบเขาอับสัญญาณอย่างสมบูรณ์แบบ
ทางด้านของเพียงลดา ที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาได้สักพัก เธอก็ต้องหยุดชะงักกึกยืนหอบหายใจแฮก ๆ อยู่โคนต้นไม้ใหญ่ เมื่อพบว่าความมืดมิดที่โรยตัวลงมาอย่างรวดเร็วนั้น ทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นทางเดินออกไปสู่ถนนใหญ่ได้เลยแม้แต่น้อย พกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าแบตเตอรี่ใกล้จะหมดแถมไม่มีสัญญาณเช่นเดียวกัน
“แย่แล้ว... มืดตื้อขนาดนี้ แล้วฉันจะหาทางออกไปยังไงเนี่ย!” เพียงลดาพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวเมื่อความเงียบสงบและน่ากลัวของป่าลึกยามค่ำคืนเริ่มคืบคลานเข้าประชิดตัว
ฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็วสนิท ท่ามกลางความมืดมิดและไร้ทางออก บัดนี้ทั้ง “จิรายุส” เจ้าหนี้มหาโหด และ “เพียงลดา” ลูกหนี้สาวจอมเจ้าเล่ห์ ต่างก็ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ติดอยู่กลางป่าลึกโดยไม่มีสัญญาณมือถือ แสงสว่าง หรือทางออก และการผจญภัยสุดอลเวงท่ามกลางความมืดมิดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
