บทที่ 6 เจ๊ปลาทูตัวจริงกับท่านประธานหัวร้อน
กลิ่นคาวปลาเค็ม ๆ และกลิ่นน้ำแข็งละลายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณแผงขายปลาสดในตลาดสด เพียงลดาในคราบ “เจ๊ปลาทู” หน้าตาตื่นตระหนก เธอยังคงนั่งยอง ๆ อยู่หลังเขียงปลาหลังจากที่ร่างสูงของจิรายุสเดินพ้นพิกัดไปได้ไม่ถึงห้าวินาที
"เกือบไปแล้วยายลดา เกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่แผงปลาทูแม่กลองซะแล้วไหมล่ะ" หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ มือบางยกขึ้นทาบอกเพื่อปลอบขวัญระรัวที่เต้นโครมครามราวกับกลองเพล
แต่ความโล่งอกยังไม่ทันได้เดินทางมาถึงขีดสุด เสียงแหลมปรี๊ดที่เป็นเอกลักษณ์ระดับสิบเดซิเบลก็แผดดังขึ้นลั่นแผงจนคนแถวนั้นสะดุ้งโหยง
"กรี๊ด! คนบ้าที่ไหนมาหยิบวิกสุดรักของฉันไปใส่เนี่ย แล้วนี่นังชะนีหน้าไหนกล้ามาเนียนยืนขายปลาทูแทนฉันยะ"
เสียงตวาดแว้ดดังขึ้นพร้อมกับร่างอวบอัดในชุดเดรสลูกไม้สีชมพูสะท้อนแสงพุ่งตรงดิ่งเข้ามาที่แผงปลา เจ้าของร่างนั้นคือ "เจ๊หอย" (หรือเจ๊เจ้าของแผง) สาวสองเจ้าของฉายามือขูดเกล็ดปลาสายโหดประจำตลาด ที่เพิ่งวิ่งหน้าตั้งกลับมาจากห้องน้ำสาธารณะปลายซอยด้วยอาการปวดท้องไส้แทบขาด
เพียงลดาผุดลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ เผลอทำมีดอีโตกะเทาะเกล็ดปลาหลุดจากมือตกลงใส่เขียงเสียงดัง เคร้ง เธอหันไปเผชิญหน้ากับเจ๊หอยพร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ ที่ส่งไปให้แบบ 360 องศา
"อะ... เจ๊ขา ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งกรี๊ดนะคะคนสวย" เพียงลดาเสียงสั่น รีบยกมือขึ้นไหว้ยอดยาหยี ปะเหลาะเสียงหวานหู
"ใจเย็นบ้าอะไรยะ! ดูสิวะ วิกผมราคาห้าพันของฉัน เปื้อนคราบเลือดปลาและเกร็ดปลาเหม็นคาวหมดแล้ว นังบ้า แกเป็นใคร ทำไมกล้ามาขโมยวิกฉันใส่หา!" เจ๊หอยเท้าสะเอว หวิดจะพุ่งเข้ามาจิกวิกผมฟูบนหัวของเพียงลดาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม
"โธ่เจ๊! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขโมยนะ พอดีมันมีเหตุจำเป็น... ชีวิตคนเรามันมีภัยมืดคุกคาม เจ๊ก็รู้ว่าผู้หญิงตัวคนเดียวมันลำบากแค่ไหน..." เพียงลดาทำหน้าละเหี่ยใจ บีบน้ำตาคลอเบ้าประกอบฉากอย่างแนบเนียน พร้อมกับควักธนบัตรใบละพันออกจากกระเป๋าเสื้อยื่นให้เจ๊หอยทันทีสามใบติด
"อ่ะ! ค่าวิก ค่าทำความสะอาด และค่าเช่าแผงชั่วคราว ถือว่าฉันเหมาหมดนี่เลยนะเจ๊นะ อย่าโกรธกันเลยนะคนสวย บุญคุณครั้งนี้ฟ้าดินต้องจารึก!"
เจ๊หอยชะงักกึก ก้มมองแบงก์พันสามใบในมือสลับกับหน้าสวย ๆ ของเพียงลดา รอยยิ้มพิโรธเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ความโกรธเปลี่ยนเป็นความเอ็นดูทันทีอย่างรวดเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี
"อุ๊ย... แหม หล่อนทำเป็นพูดดีนะอีหนู เห็นแก่ความปากหวานและแบงก์พันสามใบนี้หรอกนะ ฉันจะยอมยกโทษให้... ว่าแต่ ใครไล่ล่าหล่อนมาเหรอ ถึงได้ปลอมตัวเป็นเจ๊ขายปลาทูซะเนียนกริบขนาดนี้" เจ๊หอยเปลี่ยนโหมดเป็นโหมดขาเม้าท์ทันที
"เอ่อ... เจ้าหนี้ขาโหดนะคะเจ๊! งั้นฉันไปก่อนนะ ไม่งั้นหัวได้หลุดจากบ่าจริง ๆ แน่ บายค่ะเจ๊!" เพียงลดาไม่รอช้า เธอกระชากวิกผมฟูออกเผยให้เห็นผมสีบรอนด์ทองด้านใน แล้วคว้ากระเป๋าเงินวิ่งหนีหายฝ่าฝูงชนออกจากตลาดสดไปอย่างรวดเร็วดั่งสายลมพัด
ตัดภาพมาที่ความเดือดดาลอีกมุมหนึ่งของเมืองหลวง...
ณ สำนักงานใหญ่บริษัทไฟแนนซ์ยักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง บรรยากาศภายในห้องทำงานหรูหราของผู้บริหารระดับสูงตอนนี้เต็มไปด้วยรังสีความกดดันและความเย็นเยียบที่แผ่พุ่งออกมาจนเลขานุการสาวหน้าถอดสี ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
จิรายุส หรือ จิรา ประธานหนุ่มไฟแนนซ์สุดเนี้ยบ เดินดุ่ม ๆ เข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงสนิท ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคืองและหงุดหงิดสุดขีด มือหนากระชากสูทสีเข้มออกโยนลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี ก่อนจะตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น ปัง! จนเอกสารกระจัดกระจาย
มินตรา เลขานุการสาวที่ยืนรอรายงานตัวสะดุ้งสุดตัว รีบก้าวเข้าไปหาเจ้านายด้วยความหวาดผวา
"ทะ... ท่านประธานคะ กลับมาแล้วเหรอคะ ผลการตามล่าตัวคุณเพียงลดาเป็นยังไงบ้างคะท่าน"
จิรายุส หันขวับมามองหน้าเลขานุการสาว แววตาดุดันฉายประกายความกรุ่นโกรธจนมินตราต้องถอยหลังกรูด
"อย่าพูดถึงชื่อผู้หญิงคนนั้นให้ฉันได้ยินอีกนะมินตรา!" จิรายุส คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโหจัด ร่างสูงกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"เธอรู้ไหม... เกือบจะจับตัวได้คาหนังคาเขาอยู่แล้วเชียว ยัยตัวแสบนั่นเล่นตลบหลังฉันสารพัดวิธี ทั้งสาดแป้งฝุ่น ทั้งถีบเท้า แถมยังหนีหายเข้ากลีบเมฆไปได้ต่อหน้าต่อตา!"
"เอิ่ม... ถึงขั้นนั้นเลยเหรอคะท่าน" มินตราอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง นึกภาพตามไม่ออกเลยว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะแสบสันขนาดทำให้ท่านประธานหนุ่มผู้สุขุมนุ่มลึกสติแตกได้ถึงเพียงนี้
"แสบสิ! แสบยิ่งกว่าพริกขี้หนูสวนทั้งสวนซะอีก!" จิรายุส สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นผสมความท้าทายที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก
"ผู้หญิงอะไร ทั้งเจ้าเล่ห์ หลอกลวง กะล่อนเป็นที่สุด! หนีหนี้ยังไม่พอ ยังกล้าแปลงโฉมหลอกตาฉันในตลาดสดอีก หึ... คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะยอมแพ้งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!"
จิรายุส สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านราวกับภูเขาไฟระเบิด ดวงตาสีนิลคมกริบหรี่ลงอย่างหมายมาด รอยยิ้มเยียบเย็นและดุดันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"มินตรา... เธอไปจัดการเช็กพิกัดเส้นทางการเงินและการติดต่อทั้งหมดของยัยเพียงลดานี้เดี๋ยวนี้เลย เอาข้อมูลทุกอย่างมาให้ฉัน ฉันจะเปิดเกมไล่ล่ารอบใหม่ และคราวนี้... ต่อให้เธอมีปีกบินหนีขึ้นฟ้า หรือดำดินหนีลงนรก ฉันนี่แหละจะเป็นคนลากตัวยัยตัวแสบคนนี้กลับมาทรมานให้สาสมกับความแสบที่เธอทำไว้กับฉัน!"
"รับทราบค่ะท่าน ดิฉันจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!" มินตราตอบรับเสียงสั่น รีบโค้งตัวแล้วหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องทำงานของประธานหนุ่มทันทีด้วยความกลัวว่าตนเองอาจจะโดนลูกหลงไปด้วย
จิรายุส ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานราคาแพง ดวงตาสีนิลจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพตึกสูงระฟ้า แววตาคมกริบฉายชัดถึงความมุ่งมั่นและประกายไฟแห่งความท้าทาย
“เก่งมากนะเพียงลดา... หนีได้ก็หนีไป แต่อย่าให้ฉันจับตัวได้อีกก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้น... ฉันจะคิดดอกเบี้ยทบต้นทบดอกด้วยวิธีที่เธอคาดไม่ถึงเลยคอยดู!”
จิรายุส คิดในใจด้วยความหมายมั่นปั้นมือ ปฏิบัติการล่าตัวลูกหนี้ตัวแม่กำลังจะอุบัติขึ้นอีกครั้งอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนยิ่งกว่าเดิม
