บทที่ 9 ไกด์สาวหน้ามึนกับทริปอลเวงกรุงเก่า
แสงแดดจัดจ้านยามสายแผดเผาลงบนลานจอดรถวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนไทยต่างพากันเดินกางร่มหลบไอแดดกันอย่างขะมักเขม้น ท่ามกลางหมู่นักท่องเที่ยวเหล่านั้น ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดไทยประยุกต์สีสันสดใส สวมหมวกปีกกว้างและแว่นกันแดดอันใหญ่บังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เธอกำลังยืนถือธงนำเที่ยวสีส้มสะท้อนแสงโบกสะบัดเรียกแขกด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง
หญิงสาวคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... เธอก็คือ "เพียงลดา" นักต้มตุ๋นตัวแม่ที่จำใจต้องระเหเร่ร่อนหนีตายออกมาไกลถึงต่างจังหวัด เพื่อตัดวงจรการตามล่าของเจ้าหนี้หนุ่มสุดโหดอย่าง จิรายุส
การหนีรอบนี้ลงทุนสูงกว่าทุกครั้ง เพราะเพียงลดาลงทุนไปติดต่อซื้อ "บัตรประชาชนปลอม" เกรดพรีเมียมจากตลาดมืด ยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อให้ช่างฝีมือดีรีทัชและแปลงโฉมโครงหน้าบนบัตรให้เหมือนกับหน้าปัจจุบันของเธอเป๊ะ ๆ ชนิดที่ว่าต่อให้ตำรวจกองปราบมาตรวจก็ไม่มีทางจับโป๊ะได้ง่าย ๆ
และเพื่อหาเงินมาโปะค่าบัตรประชาชนปลอมและค่าใช้จ่ายในการหลบหนี เพียงลดาจึงรับงานพาร์ทไทม์เฉพาะกิจ เป็น "ไกด์นำเที่ยวอิสระ" พาคณะทัวร์ VIP เฉพาะกิจเที่ยวชมเมืองมรดกโลก โดยมีเหยื่อผู้โชคร้าย (หรือผู้จ้างวาน) เป็นคุณหนูไฮโซจอมเรื่องมากและกลุ่มเพื่อนร่วมทัวร์ที่พร้อมจะวางมวยกับเธอได้ทุกเมื่อ
บริเวณหน้าซุ้มประตูวัด เสียงโวยวายด้วยความหงุดหงิดก็ดังขึ้นขัดจังหวะการทำหน้าที่ของไกด์สาว
"นี่คุณ! ไกด์ชื่ออะไรนะ... มะลิ หรือ มะลิกาล อะไรเนี่ย!"
เสียงแหลมสูงของ "คุณหญิงวิไล" หรือที่ลูกทัวร์เรียกว่า คุณแม่จอมจู้จี้ ดังขึ้น พร้อมกับร่างอวบอัดในชุดผ้าไทยราคาแพงที่ยืนเท้าสะเอวหน้าบึ้งตึง เธอใช้พัดในมือเคาะพื้นแก้เขินด้วยความโมโห
เพียงลดารีบปรับสีหน้าจากโหมดหลบหนีเป็นโหมดไกด์สาวอารมณ์ดีทันที เธอยิ้มหวานหยดย้อยจนตาหยี เดินทอดน่องส่ายสะโพกเข้าไปหาลูกทัวร์ตัวแม่ด้วยท่าทางกระตือรือร้น
"โอ้ว คุณแม่ขา น้องมะลิคนนี้รายงานตัวค่ะ! เป็นไงบ้างคะ เดินชมวัดโบราณแดดเปรี้ยง ๆ แบบนี้ ได้อารมณ์สุนทรีย์เหมือนย้อนยุคไปสมัยอยุธยาตอนปลายเลยใช่ไหมละคะคุณแม่" เพียงลดาเอ่ยปากพูดเจื้อแจ้วรัวเร็วเป็นชุด ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พักหายใจ
"สุนทรีย์บ้านป้าสิยะ!" คุณหญิงวิไลสวนกลับทันควัน หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโมโห
"นี่เธอนำเที่ยวประสาอะไรหะ! พาพวกฉันเดินวนรอบเจดีย์สามรอบแล้วนะยะ แดดก็ร้อน ตับจะแลบอยู่แล้ว แถมข้อมูลประวัติศาสตร์ที่เธอพูดเมื่อกี้... พระเจ้าตากสินทรงสร้างวัดไชยวัฒนารามเนี่ยนะยะ บ้าหรือเปล่า! วัดนี้สร้างสมัยปราสาททองต่างหากเล่า อีนี่มั่วประวัติศาสตร์ชาติไทยชัดๆ!"
บรรดาลูกทัวร์คนอื่น ๆ ที่เดินตามมาสมทบต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยและส่งเสียงฮือฮาประท้วง
เพียงลดาไม่มีทีท่าสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยังคงฉีกยิ้มการค้าแล้วหัวเราะ
"แหะ ๆ ..." ออกมาหน้าตาเฉย ก่อนจะรีบแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ แบบฉบับนักต้มตุ๋นมือหนึ่ง
"โถคุณแม่ขา... อย่าเพิ่งใจร้อนถือสาหาความกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้เลยค่ะ ประวัติศาสตร์น่ะมันมีความยืดหยุ่นได้ตามจินตนาการของผู้เสพนะคุณแม่นะ อีกอย่าง ที่น้องมะลิพาเดินวนสามรอบเนี่ย ไม่ใช่ว่าหลงทางนะคะคุณแม่ แต่เป็นการทำพิธี 'เวียนทักษิณาวรรต' เสริมดวงชะตา บารมี โชคลาภ และสะเดาะเคราะห์ให้เงินทองไหลมาเทมาต่างหากละคะ! หนูหวังดีกับลูกทัวร์ทุกคนนะเนี่ย ถึงกับแถมบุญให้ฟรี ๆ แบบไม่ต้องจ่ายเพิ่มเลยนะคะ!"
"แถมบุญบ้าอะไรล่ะ! ฉันจ่ายเงินค่าทัวร์พรีเมียมคันละเป็นหมื่นนะยะ ไม่ได้มาจ้างเธอมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์กลางแดดเปรี้ยงแบบนี้!" คุณหญิงวิไลหวีดร้องลั่น ยกพัดขึ้นโบกพัดลมแทบไม่ทันด้วยความดันขึ้นสูง
"นั่นสิครับคุณไกด์!"
"กรณ์" ชายหนุ่มร่างท้วมลูกชายของคุณหญิงวิไลก้าวออกมาสมทบเสริมทัพความเดือดดาล เขาชี้หน้าเพียงลดาแล้วโวยวายต่อทันที
"ผมจ่ายเงินสดให้คุณล่วงหน้าเต็มจำนวน แถมตกลงกันไว้ว่าคุณจะพาไปคาเฟ่ชิล ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ ริมแม่น้ำ แต่ตั้งแต่เช้ามาเนี่ย คุณพาพวกผมเดินลุยแดดดูซากอิฐซากปูน แถมยังพาไปกินส้มตำร้านข้างทางที่เผ็ดจนหูดับตับไหม้ บอกว่าเป็นร้านมิชลินร้อยดาวอะไรนั่น... นี่คุณตั้งใจหลอกลวงพวกผมใช่ไหมเนี่ย!
เพียงลดาหรี่ตามองกรณ์เล็กน้อย เธอเชิดหน้าขึ้นเชิด ๆ ไม่มียอมจำนนแม้แต่คำเดียว สกิลการเอาตัวรอดระดับเทพถูกงัดออกมาเถียงฉอด ๆ ทันที
"อุ๊ย! คุณกรณ์พูดจาแบบนี้หนูเสียใจแย่เลยนะคะ ร้านส้มตำป้าเพ็ญริมคลองนั่นน่ะ ดีกรีมิชลินไกด์ (ประเภทส้มตำแซ่บสะเดิด) เชียวนะคะคุณ ลิ้นทองอย่างคุณอาจจะไม่เก็ทความอร่อยระดับตำนานเองหรือเปล่าคะ ส่วนเรื่องคาเฟ่... โถ่คุณพี่ขา คาเฟ่ริมน้ำน่ะมันเชยแล้ว ยุคนี้ต้องท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสัมผัสวิถีชีวิตไทยแท้ดั้งเดิมสิคะ ถึงจะเรียกว่าคุ้มค่าเงินที่จ่ายมา"
"วัฒนธรรมบ้านป้าเธอสิ เดินจนรองเท้าส้นสูงฉันหลุดส้นไปข้างนึงแล้วเนี่ย!" เพื่อนสนิทของคุณหญิงวิไลที่ยืนหอบแฮกอยู่ข้างหลังโวยวายแทรกขึ้นมาบ้าง
บรรยากาศหน้าโบราณสถานกลายเป็นเวทีประท้วงขนาดย่อม ลูกทัวร์รุมล้อมต่อว่าไกด์สาวหน้ามึนกันเซ็งแซ่ แต่เพียงลดากลับยืนกอดอกนิ่ง สีหน้าไร้ความสำนึกผิดแม้แต่น้อย สมองของเธอกำลังคำนวณตัวเลขเงินมัดจำในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว
'เงินก็รับมาแล้ว จะให้คืนเหรอ... ฝันไปเถอะ ยายลดาคนนี้ไม่เคยมีนโยบายคืนเงินให้ลูกทัวร์เรื่องมากเด็ดขาด!' เธอกระซิบคิดในใจอย่างมั่นหน้า
"เอาล่ะค่ะ ๆ ทุกคนใจเย็น ๆ หายใจเข้าลึก ๆ นะคะ..." เพียงลดยกมือขึ้นปราม ทำเสียงอ่อนเสียงหวานราวกับนางฟ้าใจดี
"ในเมื่อคุณแม่และคุณลูกไม่ปลื้มปริ่มกับการเดินชมวัด งั้นรายการต่อไป... น้องมะลิจัดให้ตามคำขอค่ะ! เราจะไปนั่งเรือหางยาวชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ลมเย็น ๆ สบาย ๆ แถมมีบริการนวดแผนไทยบนเรือให้ผ่อนคลายด้วย รับรองว่าฟินจนลืมความเหนื่อยแน่นอนค่ะ!"
"จริงนะยะ ไม่ใช่พาไปนั่งเรือล่มกลางแม่น้ำนะ!" คุณหญิงวิไลหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ
"ระดับน้องมะลิ ไกด์มือทองแห่งอยุธยาแล้ว... รับประกันความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะคุณแม่! เชิญทางนี้เลยค่ะ รถบัสจอดรออยู่โน่นแล้ว!"
เพียงลดาฉีกยิ้มกว้าง ผายมือเชื้อเชิญลูกทัวร์ทุกคนเดินไปยังลานจอดรถด้วยความคล่องแคล่ว โดยในใจแอบหัวเราะคิกคักสะใจที่สามารถเอาตัวรอดจากปากเหยี่ยวปากกามาได้อีกหนึ่งยก
แต่ทว่า... ความสุขและเสียงหัวเราะของเธอดำเนินไปได้ไม่ถึงห้านาที ในขณะที่เพียงลดาและคณะทัวร์กำลังเดินเลี้ยวผ่านร้านขายของที่ระลึกหน้าวัดเพื่อไปขึ้นรถบัส สายตากลมโตภายใต้แว่นกันแดดอันใหญ่ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งคุ้นตาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคดูเนี๊ยบเฉียบ กำลังก้าวลงมาจากรถยนต์หรูคันงามที่เพิ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าในลานจอดรถพอดีเป๊ะ!
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่บึ้งตึงและแววตาสีนิลคู่นั้น... จิรายุส ประธานหนุ่มไฟแนนซ์ตัวพ่อ! เขาตามแกะรอยพิกัดการโอนเงินและเบอร์โทรศัพท์มือถือของเธอจนมาโผล่ที่อยุธยาแห่งนี้ได้อย่างเหลือเชื่อ!
เพียงลดาถึงกับเข่าทรุด หน้าถอดสีซีดเผือกยิ่งกว่ากระดาษ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มในพริบตาเดียว
'ชิบหายแล้ว! ตา จิรายุส ตามมาถึงอยุธยาได้ยังไงเนี่ย! วิญญาณสัมภเวสีหรือไงตามติดเป็นเงาตามตัวแบบนี้!' เพียงลดาโอดครวญในใจ มือไม้สั่นเทาทำธงนำเที่ยวหล่นร่วงลงพื้น
"อ้าวคุณมะลิ ไกด์ทำไมยืนหน้าซีดเป็นไก่ตาแตกแบบนั้นละย่ะ หรือว่ากลัวเรือล่มจริง ๆ" คุณหญิงวิไลหันมาทักด้วยความสงสัย
"เอ่อ... คือ... คุณแม่คะ! พอดีน้องมะลิเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า... ลืมปิดเตาแก๊สที่บ้านค่ะ งั้นทริปนี้มอบหมายให้ทุกคนเที่ยวตามอัธยาศัยก่อนนะคะ หนูขอตัวไปกู้ระเบิด... เอ๊ย! ไปปิดแก๊สแป๊บค่ะ!"
เพียงลดาโกหกคำโตหน้าตาย เธอยัดธงนำเที่ยวใส่มือคุณหญิงวิไลแบบงง ๆ แล้วสลัดรองเท้าส้นสูงวิ่งปร๋อสปีดเต็มพิกัดหนีหายเข้าไปหลังร้านขายของที่ระลึกอย่างรวดเร็วดั่งสายลมพัด ท่ามกลางเสียงโวยวายไล่หลังของคุณหญิงวิไลและคณะทัวร์ที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความงุนงง
