บทที่ 3 ตรอกท้ายตลาดและสมบัติที่ถูกลืม
ล้อรถม้าไม้เนื้อดีที่ประดับตราสัญลักษณ์ของจวนอ๋องเซียวหยางบดเบียดไปตามแผ่นหินชนวนบนถนนสายหลักของเมืองหลวง เสียงดังกุกกักผสานกับเสียงจอแจของพ่อค้าแม่ขายและผู้คนที่สัญจรไปมา บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของแคว้น ทว่าภายในห้องโดยสารของรถม้าคันงาม บรรยากาศกลับเงียบสงบจนเกือบจะเรียกได้ว่าอึดอัด
'เสี่ยวชุ่ย' นั่งกอดห่อผ้าสองห่อที่บรรจุเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ และปิ่นปักผมของฮูหยินเอกเอาไว้แน่น ดวงตาที่ยังคงบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อเช้าเหลือบมองผู้เป็นนายอย่างกล้าๆ กลัวๆ 'หลินซี' ในร่างของมู่หรงซีกำลังนั่งหลับตาพิงพนักรถม้าอย่างผ่อนคลาย ใบหน้างดงามที่เคยหมองหม่นและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับดูสงบนิ่ง เยือกเย็น และแผ่กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้
"เอ่อ... คุณหนูเจ้าคะ" เสี่ยวชุ่ยตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบ สรรพนามที่ใช้เรียกขานเปลี่ยนกลับมาเป็น 'คุณหนู' ตามคำสั่งเด็ดขาดของหลินซีที่ประกาศลั่นว่านางไม่ใช่พระชายาของจวนอ๋องแห่งนี้อีกต่อไป "พวกเรา... จะไปที่ใดกันหรือเจ้าคะ?"
หลินซีค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาหงส์ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าที่ผ้าม่านถูกเลิกขึ้นเล็กน้อย "เจ้าคิดว่าเราควรไปที่ใดล่ะ?"
"หาก... หากเป็นตามธรรมเนียม สตรีที่ถูกหย่าร้างย่อมต้องกลับไปพึ่งพิงครอบครัวเดิม แต่ว่า... นายท่านตัดขาดคุณหนูแล้ว อีกทั้งฮูหยินรองกับคุณหนูรองก็คงหาทางกลั่นแกล้งและซ้ำเติมคุณหนูสารพัด หากเรากลับไปจวนแม่ทัพ บ่าวเกรงว่า..." เสี่ยวชุ่ยเสียงสั่น น้ำตาพานจะร่วงหล่นอีกรอบเมื่อนึกถึงแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดาที่มักจะเสแสร้งและวางแผนร้ายใส่คุณหนูของนางมาโดยตลอด
"ใครบอกว่าข้าจะกลับไปเหยียบสถานที่พรรค์นั้นกัน" หลินซีแค่นหัวเราะเบาๆ "จวนแม่ทัพพิทักษ์แคว้นอาจจะยิ่งใหญ่ในสายตาผู้อื่น แต่มันคือรังงูพิษที่จ้องจะแว้งกัดเราตลอดเวลา มู่หรงซีคนเดิมเป็นเพียงหญิงสาวหัวอ่อน โง่งม จึงตกเป็นเหยื่อของพวกมันได้ง่ายๆ แต่ข้าในตอนนี้... ไม่มีทางกลับไปให้พวกมันเหยียบย่ำอีกเป็นอันขาด"
ซีอีโอสาวสายสตรองแห่งยุค 2026 ผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจพันล้านมาอย่างโชกโชน ประเมินสถานการณ์ในหัวอย่างรวดเร็ว การกลับไปจวนแม่ทัพไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้ากรงเสือ ในเมื่อบิดาแท้ๆ ยังหูเบาและเลือกที่จะทอดทิ้งนางในยามวิกฤต นางก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปก้มหัวขอเศษเสี้ยวความเมตตาจากใคร
"แล้วเราจะไปที่ใดกันเจ้าคะ? เงินทองเราก็ไม่มีติดตัวสักอีแปะ ท่านอ๋องช่างใจดำนัก หนังสือหย่าก็ให้เซ็น แถมยังตัดขาดกันแบบไม่เหลือแม้แต่เศษเงินให้ดูต่างหน้า บ่าว... บ่าวสงสารคุณหนูเหลือเกิน"
หลินซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำบ่นของสาวใช้ "อย่าได้ไปคาดหวังเศษเงินจากบุรุษที่ตาบอดและใจแคบเช่นนั้นเลยเสี่ยวชุ่ย การที่เราก้าวออกมาจากจวนอ๋องโดยไม่ต้องแบกรับหนี้บุญคุณหรือถูกครหาว่ากอบโกยทรัพย์สมบัติของเขา ถือเป็นอิสรภาพที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว ส่วนเรื่องเงินทุน... ข้ามีวิธีของข้า"
หญิงสาวแบมือออกตรงหน้าเสี่ยวชุ่ย "ส่งห่อผ้าของท่านแม่มาให้ข้าที"
เสี่ยวชุ่ยรีบส่งห่อผ้าให้อย่างระมัดระวัง หลินซีค่อยๆ แกะปมผ้าออก เผยให้เห็นกล่องไม้จันทน์หอมขนาดกะทัดรัดที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ภายในกล่องมีปิ่นปักผมทองคำสลักลายดอกมู่ตาน (โบตั๋น) หวีไม้ประดับมุก และกำไลหยกเนื้อแข็งอีกหนึ่งคู่ นี่คือสิ่งเดียวที่มารดาแท้ๆ ทิ้งไว้ให้ก่อนจะสิ้นใจไปตั้งแต่เธอยังแบเบาะ
นิ้วเรียวบางของหลินซีลูบไล้ไปตามลวดลายของปิ่นทองคำ ก่อนจะกดลงบนรอยสลักเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้กลีบดอกมู่ตาน กริ๊ก... เสียงกลไกเล็กๆ ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ส่วนหัวของปิ่นจะแยกออก เผยให้เห็นช่องลับขนาดจิ๋วที่ซ่อนกระดาษแผ่นบางเฉียบม้วนหนึ่งเอาไว้
"นั่นมัน... อะไรหรือเจ้าคะคุณหนู!?" เสี่ยวชุ่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางเป็นคนเก็บรักษาปิ่นเล่มนี้มานานหลายปี แต่ไม่เคยรู้เลยว่ามันมีกลไกซ่อนอยู่
"ความรอบคอบของท่านแม่ข้าอย่างไรล่ะ" หลินซีคลี่กระดาษแผ่นนั้นออก มันคือ 'โฉนดที่ดิน' ที่ประทับตรายางสีแดงของทางการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ระบุชื่อผู้ครอบครองคือ 'ไป๋ลี่' ซึ่งเป็นนามเดิมของมารดามู่หรงซีก่อนแต่งงานเข้าจวนแม่ทัพ
ในความทรงจำอันเลือนลางของร่างเดิม มารดาเคยกระซิบบอกความลับนี้ไว้ก่อนสิ้นใจ ทว่ามู่หรงซีคนเดิมกลับหลงลืมมันไปสนิทเพราะมัวแต่วิ่งตามความรักที่มืดบอดจนตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่น โชคดีที่เมื่อคืนนี้ สมองอันปราดเปรื่องของหลินซีได้ประมวลผลและค้นหาความทรงจำทุกซอกทุกมุมเพื่อวางแผนการเอาชีวิตรอด จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับความทรงจำเสี้ยวเล็กๆ นี้
"โฉนดที่ดินอาคารพาณิชย์สองชั้น ตั้งอยู่ท้ายตลาดตรอกทิศใต้..." หลินซีอ่านรายละเอียดบนหน้ากระดาษ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง "สวรรค์ยังพอมีตาอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ไม่ได้ส่งข้ามาเกิดใหม่แบบตัวเปล่าเล่าเปลือยเสียทีเดียว"
"ตลาดตรอกทิศใต้หรือเจ้าคะ?" เสี่ยวชุ่ยขมวดคิ้ว "ที่นั่นเป็นย่านชุมชนแออัด มีแต่ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำและพวกขอทานนะเจ้าคะคุณหนู มันไม่คู่ควรกับคุณหนูเลยสักนิด!"
"ทำเลทองมักจะซ่อนอยู่ในที่ที่คนมองข้ามเสมอเสี่ยวชุ่ย" หลินซีตอบด้วยวิสัยทัศน์ของนักธุรกิจ "รถม้า! เปลี่ยนเส้นทางไปที่ตรอกทิศใต้ ท้ายตลาด!" เธอร้องสั่งคนขับรถม้าเสียงดังฟังชัด
คนขับรถม้าของจวนอ๋องชะงักไปเล็กน้อย แม้จะรู้สึกดูแคลนอดีตพระชายาที่ต้องระเห็จไปอยู่ย่านสลัม แต่ด้วยท่าทีสง่างามประหนึ่งแม่ทัพที่เพิ่งชนะศึกกลับมา และคำสั่งที่เฉียบขาด ทำให้เขามิกล้าขัดขืน จำต้องบังคับม้าเลี้ยวรถม้าหรูหราเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าสู่ตรอกทิศใต้ทันที
...
ครึ่งชั่วยาม (หนึ่งชั่วโมง) ต่อมา รถม้าของจวนอ๋องก็หยุดลงหน้าอาคารไม้สองชั้นที่ดูเก่าซอมซ่อแห่งหนึ่ง ป้ายไม้เหนือประตูหน้าสลักตัวอักษรเลือนลางว่า "โรงหมอไป๋เฉ่า" (สมุนไพรร้อยชนิด) สภาพของมันดูทรุดโทรมราวกับถูกปล่อยทิ้งร้างมานับสิบปี หยากไย่เกาะเต็มบานประตู หน้าต่างบางบานหลุดลุ่ยห้อยต่องแต่ง
"ส่งแค่นี้พอ ขอบใจมาก" หลินซีก้าวลงจากรถม้าอย่างมั่นคง โดยไม่สนใจสายตาดูถูกของคนขับรถม้าและชาวบ้านในละแวกนั้นที่พากันซุบซิบนินทาเมื่อเห็นรถม้าหรูหรามาจอดในย่านคนจน
เมื่อรถม้าของจวนอ๋องแล่นจากไป ทิ้งให้เหลือเพียงนายบ่าวสองคนยืนอยู่หน้าอาคารเก่าๆ เสี่ยวชุ่ยก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว "คุณหนู... เราจะอยู่ที่นี่จริงๆ หรือเจ้าคะ? บ่าวว่าข้างในคงมีแต่หนูกับแมลงสาบเป็นแน่"
"อย่ามองแค่เปลือกนอกสิ" หลินซีผลักบานประตูไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญเปิดออก ฝุ่นคละคลุ้งจนเสี่ยวชุ่ยต้องยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูก ทว่าหลินซีกลับก้าวเข้าไปด้านในอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาหงส์กวาดมองพื้นที่กว้างขวางภายใน แม้จะเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ แต่โครงสร้างของอาคารยังคงแข็งแรง มีตู้ยาไม้เนื้อแข็งเรียงรายอยู่เต็มผนัง และมีเคาน์เตอร์สำหรับตรวจโรคตั้งอยู่กลางห้อง
หลินซีหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ น่าประหลาดนัก... แม้สถานที่จะถูกทิ้งร้างมานาน แต่เธอกลับได้ยินเสียงกระซิบของสรรพสิ่งรอบกาย กลิ่นอายของสมุนไพรแห้งที่ตกค้างอยู่ในตู้ยา กลิ่นของรากไม้ที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นกระดาน ทุกอย่างพุ่งเข้าสู่โสตประสาทของเธออย่างชัดเจน
'สตรีหมื่นพิษ' ฉายาที่ถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีร้ายกาจแห่งเมืองหลวง และถูกใส่ร้ายว่าวางยาพิษทำร้ายผู้คน... แท้จริงแล้วไม่ได้มาจากความริษยาเพียงอย่างเดียว แต่มันมาจาก 'พรสวรรค์' ที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายเลือดของมู่หรงซีต่างหาก! ร่างกายนี้มีความไวต่อกลิ่นและคุณสมบัติของสมุนไพรรวมถึงยาพิษทุกชนิดในใต้หล้า เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมอ่อนแอเกินกว่าจะใช้มันให้เป็นประโยชน์ จึงถูกผู้อื่นหลอกใช้และยัดเยียดข้อหาให้
"น่าสนใจจริงๆ" หลินซีลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความท้าทาย "เสี่ยวชุ่ย วางของลงแล้วไปตักน้ำมา เราจะทำความสะอาดที่นี่กัน"
"คะ... ทำความสะอาดหรือเจ้าคะ? พวกเราสองคนเนี่ยนะเจ้าคะ?" เสี่ยวชุ่ยอ้าปากค้าง
"ใช่ พวกเราสองคนนี่แหละ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่นี่คือบ้านของเรา และมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแคว้น!" คำประกาศกร้าวของสตรีร่างบางดังก้องกังวาน หลินซีถกแขนเสื้อขึ้นอย่างทะมัดทะแมง "ข้าเคยบอกอ๋องเซียวหยางไปแล้ว ว่าข้าจะสร้างตัวเป็นเศรษฐีนีอันดับหนึ่งของแคว้นให้เต็มสองตา และซีอีโออย่างข้า... พูดคำไหนคำนั้น!"
เสี่ยวชุ่ยแม้จะไม่เข้าใจคำว่า 'ซีอีโอ' และ 'อาณาจักรการค้า' แต่เมื่อเห็นพลังงานอันล้นเหลือและความเด็ดเดี่ยวของคุณหนู สาวใช้ตัวน้อยก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอย่างประหลาด นางพยักหน้ารับคำแข็งขัน "เจ้าค่ะ! บ่าวจะไปตักน้ำมาเดี๋ยวนี้!"
ตลอดทั้งบ่าย สองนายบ่าวช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูโรงหมอไป๋เฉ่าจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แม้จะเหนื่อยล้าจนเหงื่อชุ่มเสื้อผ้า แต่หลินซีกลับรู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในโลกยุค 2026 ระหว่างที่ทำความสะอาด เธอได้สำรวจตู้ยาและห้องเก็บสมุนไพรด้านหลัง และพบว่ามารดาของมู่หรงซีได้ทิ้งมรดกที่ล้ำค่ากว่าทองคำเอาไว้... มันคือ 'ตำรายาพิษและยาถอนพิษพิสดาร' พร้อมด้วยเมล็ดพันธุ์สมุนไพรหายากที่ถูกเก็บผนึกไว้ในโหลแก้วอย่างดี
"ในยุคที่การแพทย์ยังไม่ก้าวหน้า และเต็มไปด้วยการลอบกัดในราชสำนัก... ยาถอนพิษและยารักษาโรคที่ได้ผลชะงัด คือสินค้าผูกขาดที่ทำกำไรได้มหาศาล" หลินซีพลิกดูหน้ากระดาษตำราเก่าแก่ สมองของซีอีโอสาวเริ่มคำนวณต้นทุน กำไร และกลยุทธ์การตลาดอย่างรวดเร็ว "สตรีหมื่นพิษงั้นหรือ? หึ... ข้าจะทำให้คนทั้งเมืองหลวงต้องมารอคิวเพื่อขอซื้อ 'พิษ' และ 'ยา' จากสตรีไร้ค่าคนนี้ให้ดู!"
ขณะที่หลินซีกำลังวางแผนธุรกิจอยู่นั้น นางหารู้ไม่ว่า ภายนอกตรอกทิศใต้ ข่าวลือเรื่องการหย่าร้างของจวนอ๋องเซียวหยางได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงประดุจไฟลามทุ่ง ทว่าสิ่งที่ชาวบ้านพูดถึงกลับไม่ใช่ความน่าสมเพชของมู่หรงซี แต่เป็นวีรกรรมความใจเด็ดของอดีตพระชายา ที่กล้าตอกหน้าพ่อบ้านหวัง ขู่จะแฉเรื่องรังแกสตรีไม่มีทางสู้ และเดินเชิดหน้าออกทางประตูใหญ่อย่างสง่างาม!
ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาได้เริ่มหมุนอย่างเป็นทางการแล้ว และสตรีผู้ถูกทอดทิ้งคนนี้ กำลังจะสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับทั้งราชสำนักและยุทธภพ!
