บทที่ 4 ปฐมบทแม่ค้าหน้าใหม่และลูกค้าเบอร์หนึ่ง
แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณวันใหม่สาดส่องกระทบแผ่นป้ายไม้เก่าคร่ำคร่าของ 'โรงหมอไป๋เฉ่า' ภายในห้องปรุงยาด้านหลังอาคาร กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรนานาชนิดลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ 'หลินซี' ซีอีโอสาวสายสตรองแห่งยุค 2026 ในร่างของอดีตพระชายา ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ยามอิ๋น (03.00 - 04.59 น.) เพื่อเริ่มต้นแผนการธุรกิจของเธอ
บนโต๊ะไม้ตัวกว้างเต็มไปด้วยตะกร้าสมุนไพรแห้ง โกร่งบดยา และตาชั่งขนาดเล็ก หลินซีกำลังก้มหน้าก้มตาศึกษา 'ตำรายาพิษและยาถอนพิษพิสดาร' ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากมารดาอย่างขะมักเขม้น ดวงตาหงส์กวาดอ่านตัวอักษรโบราณ ผสานกับพรสวรรค์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายเลือดของมู่หรงซี ซึ่งมีความไวต่อกลิ่นและคุณสมบัติของสมุนไพรรวมถึงยาพิษทุกชนิดในใต้หล้า ทำให้เธอสามารถทำความเข้าใจสูตรยาที่ซับซ้อนได้อย่างทะลุปรุโปร่งภายในเวลาอันสั้น
"สมุนไพรพื้นฐานพวกนี้ แม้จะเก่าไปบ้างแต่สรรพคุณยังคงอยู่ หากนำมาผสมกับรากหญ้าหนอนและดอกเก๊กฮวยหิมะในสัดส่วนที่พอเหมาะ... ก็จะได้ยาลูกกลอนที่มีฤทธิ์ขับพิษและบำรุงปราณชั้นเลิศ" หลินซีพึมพำกับตัวเอง แววตาของเธอเป็นประกายเฉกเช่นนักธุรกิจที่มองเห็นช่องทางทำกำไรมหาศาล
มือเรียวบางที่เคยจับแต่ปากกาเซ็นสัญญามูลค่าหลายร้อยล้าน บัดนี้กำลังจับสากหินบดยาอย่างคล่องแคล่วราวกับเคยทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพียงชั่วยามเดียว (สองชั่วโมง) ยาลูกกลอนสีน้ำตาลเข้มขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยจำนวนสิบเม็ดก็ถูกปั้นและอบจนแห้งสนิท กลิ่นหอมเย็นของมันช่วยให้สมองปลอดโปร่งในทันทีที่สูดดม
"คุณหนู... ตื่นเช้าจังเลยเจ้าค่ะ" เสี่ยวชุ่ย สาวใช้คนสนิทงัวเงียเดินเข้ามาในห้องปรุงยา เมื่อเห็นผู้เป็นนายกำลังง่วนอยู่กับกองสมุนไพรก็อดที่จะเบิกตากว้างไม่ได้ ร่างกายของคุณหนูใหญ่ผู้นี้ช่างบอบบางและขาดการดูแลอย่างรุนแรง ทว่าเหตุใดเช้านี้ถึงได้มีเรี่ยวแรงมหาศาลนัก?
"ตื่นแล้วก็ดี มาช่วยข้าจัดเตรียมโต๊ะหน้าร้านที วันนี้เราจะเปิดกิจการกัน!" หลินซีประกาศด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมกับหยิบขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กๆ มาบรรจุยาลูกกลอนอย่างระมัดระวัง
เสี่ยวชุ่ยอ้าปากค้าง "ปะ... เปิดกิจการ? แต่ว่าที่นี่คือตรอกทิศใต้ เป็นย่านชุมชนแออัด มีแต่ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำและพวกขอทานนะเจ้าคะคุณหนู พวกเขาจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อยาของเรากันเจ้าคะ? อีกอย่าง... เรายังไม่มีชื่อเสียง ไม่มีใครรู้จักโรงหมอไป๋เฉ่าเลยนะเจ้าคะ"
หลินซีระบายยิ้มอย่างมีความนัย "ในโลกของการค้าเสี่ยวชุ่ย... หากมัวแต่รอให้ลูกค้าเดินมาหา เราก็อดตายกันพอดี ในเมื่อไม่มีใครรู้จัก เราก็ต้องสร้าง 'กระแส' ให้พวกเขาจดจำ และทำเลตรอกทิศใต้ที่เจ้ามองว่าเป็นสลัม นี่แหละคือเวทีเปิดตัวชั้นยอด เพราะข่าวลือในหมู่ชาวบ้านนั้น แพร่กระจายได้รวดเร็วยิ่งกว่าม้าเร็วของทางการเสียอีก!"
ซีอีโอสาวอธิบายกลยุทธ์การตลาดที่สาวใช้ยุคโบราณไม่มีวันเข้าใจ ก่อนจะสั่งให้เสี่ยวชุ่ยยกโต๊ะไม้ตัวเล็กออกไปตั้งที่หน้าประตูโรงหมอ พร้อมกับเขียนป้ายผ้าด้วยลายมือตวัดทรงพลังว่า 'ตรวจโรคฟรี จ่ายยาตามศรัทธา ไม่หายไม่คิดเงิน!'
...
บรรยากาศยามเช้าของตรอกทิศใต้จอแจไปด้วยผู้คน ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างพากันหยุดมองป้ายหน้าโรงหมอไป๋เฉ่าด้วยความประหลาดใจ โรงหมอร้างที่ปิดตายมานาน จู่ๆ ก็เปิดทำการ แถมยังมีสตรีรูปโฉมงดงามราวกับเทพธิดาสองคนมานั่งอยู่หน้าโต๊ะตรวจโรคอีกด้วย
"ตรวจโรคฟรีงั้นเรอะ? แม่นางน้อย เจ้าเป็นหมอจริงหรือเปล่า? หน้าตายังกับคุณหนูในห้องหอ จะมารักษาคนได้เยี่ยงไร" ชายชราเข็นผักคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความคลางแคลงใจ
หลินซียิ้มรับอย่างใจเย็น "วิชาแพทย์ไม่เลือกเพศและวัยท่านลุง หากท่านมีอาการปวดเมื่อยตามข้อ ข้าสามารถฝังเข็มบรรเทาอาการให้ท่านได้ฟรี ไม่คิดเงินแม้แต่อีแปะเดียว ถือเป็นการสร้างกุศลในวันเปิดร้าน"
คำว่า 'ฟรี' เป็นดั่งมนต์สะกดที่ดึงดูดผู้คนได้เสมอ ชายชราลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมนั่งลง หลินซีใช้ทักษะการกดจุดและฝังเข็มที่เธอเคยเรียนรู้มาจากแพทย์แผนจีนชื่อดังในยุคปัจจุบัน ผนวกกับความรู้จากตำราของมารดา เพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป (สิบห้านาที) อาการปวดหลังของชายชราก็ทุเลาลงราวกับปลิดทิ้ง!
"สวรรค์! หลังข้า... หลังข้าไม่ปวดแล้ว! แม่นาง เจ้าเป็นหมอเทวดาจุติมาแน่ๆ!" ชายชราลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ก่อนจะล้วงเศษเงินสองอีแปะวางลงบนโต๊ะ "ข้ามีเงินติดตัวแค่นี้ ขอแม่นางโปรดรับไว้เถอะ!"
เหตุการณ์นี้สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านที่มุงดูเป็นอย่างมาก จากที่ลังเลก็เริ่มมีคนมาต่อคิวให้หลินซีตรวจอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ อย่างไม่ขาดสาย แม้จะได้เงินเพียงเศษเหรียญอีแปะ แต่หลินซีก็ไม่ได้รังเกียจ เพราะนี่คือการซื้อ 'ความน่าเชื่อถือ' และสร้าง 'ฐานลูกค้า' ตามหลักการตลาดพื้นฐาน
ทว่า... แผนการเป็นเศรษฐีนีอันดับหนึ่งจะสำเร็จไม่ได้เลย หากไม่มี 'ลูกค้ารายใหญ่'
และดูเหมือนสวรรค์จะเข้าข้าง เมื่อจู่ๆ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังลั่นมาจากทางหน้าปากตรอกทิศใต้ ฝูงชนแตกฮือหลีกทางให้กับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคุ้มภัยที่กำลังแบกร่างของชายหนุ่มสวมชุดผ้าไหมราคาแพงผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"หลีกไป! หลีกทางให้คุณชายของข้า! แถวนี้มีโรงหมอหรือไม่!? ช่วยด้วย! คุณชายถูกลอบทำร้าย!" หัวหน้าผู้คุ้มภัยตะโกนลั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ชายหนุ่มที่ถูกแบกมานั้นมีริมฝีปากดำคล้ำ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ และมีฟองฟูมออกจากปาก รอยขาดที่แขนเสื้อเผยให้เห็นบาดแผลสีดำสนิทที่เกิดจากอาวุธลับ ชาวบ้านต่างพากันส่ายหน้า ถอยหนีด้วยความหวาดกลัว
"อาการหนักเช่นนี้ ส่งไปโรงหมอใหญ่กลางเมืองเถิด หมอเถื่อนแถวนี้รักษาไม่ได้หรอก!" ใครบางคนตะโกนบอก
หัวหน้าผู้คุ้มภัยแทบจะทรุดลงกับพื้น "ไม่ทันแล้ว! พิษแล่นเข้าสู่หัวใจแล้ว หากเดินทางไปถึงกลางเมือง คุณชายต้องสิ้นใจกลางทางแน่ๆ! ใครก็ได้... หากใครรักษาคุณชายของตระกูลจินได้ ข้าจะให้ทองคำแท่งหนึ่งเป็นรางวัล!"
'ตระกูลจิน' ตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยอันดับต้นๆ ของเมืองหลวง!
ดวงตาของหลินซีทอประกายวาบ โอกาสทองมาเสิร์ฟถึงหน้าประตูแล้ว! เธอผุดลุกขึ้นยืน ก้าวเดินแหวกฝูงชนเข้าไปอย่างสง่างาม "วางเขางลงบนแคร่ไม้ตรงนี้ ข้าจะรักษาเขาเอง"
หัวหน้าผู้คุ้มภัยมองสตรีร่างบอบบางตรงหน้าด้วยสายตาไม่เชื่อถือ "แม่นาง... นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ! หากเจ้ารักษาไม่ได้ แล้วคุณชายเป็นอะไรไป เจ้าจะต้องรับผิดชอบด้วยชีวิต!"
"หากข้ามัวแต่ล้อเล่น คุณชายของเจ้าได้ลงไปคุยกับรากมะม่วงในนรกจริงๆ แน่!" หลินซีสวนกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและทรงอำนาจจนชายฉกรรจ์ต้องผงะ "วาง-เขา-ลง!"
เมื่อถูกข่มด้วยออร่าของอดีตพระชายาและซีอีโอสาว ผู้คุ้มภัยจึงจำต้องวางร่างของคุณชายจินลงบนแคร่หน้าโรงหมอ หลินซีไม่รอช้า เธอก้มลงดมกลิ่นบาดแผลเพียงเสี้ยววินาที ร่างกายที่มีความไวต่อกลิ่น ก็ประมวลผลทันที
"พิษแมงมุมแม่ม่ายดำ ผสมกับยางไม้กฤษณากลืนวิญญาณ... เป็นพิษที่ออกฤทธิ์เร็วและทำลายระบบประสาท" หลินซีวิเคราะห์เสียงดังฟังชัด ทำให้ผู้คุ้มภัยถึงกับเบิกตากว้าง เพราะหมอที่พวกเขาพาคุณชายไปรักษาก่อนหน้านี้ ไม่มีใครระบุชนิดของพิษได้เลย!
"เสี่ยวชุ่ย! เอายาลูกกลอนในขวดกระเบื้องสีขาวมาให้ข้า!" หลินซีร้องสั่ง เสี่ยวชุ่ยรีบวิ่งไปหยิบขวดที่เจ้านายเพิ่งปรุงเสร็จเมื่อเช้ามาให้อย่างรวดเร็ว
หลินซีบีบปากของคุณชายจินให้เปิดออก ก่อนจะยัดยาลูกกลอนสีน้ำตาลเข้มเข้าไป แล้วใช้เข็มเงินแทงลงบนจุดสกัดกั้นพิษที่บริเวณทรวงอกและลำคออย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับจับวาง ทุกท่วงท่าของเธอมั่นคงและเด็ดเดี่ยว ไม่มีอาการสั่นเทาแม้แต่น้อย
"เจ้าเอาอะไรให้คุณชายกิน!" ผู้คุ้มภัยตวาด เตรียมจะชักดาบ
"หุบปากแล้วคอยดูซะ!" หลินซีตวาดกลับโดยไม่หันไปมอง เธอฝังเข็มเล่มสุดท้ายลงบนจุดลมปราณเหนือสะดือ
ทันใดนั้น ร่างของคุณชายจินก็กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ก่อนที่เขาจะพลิกตัวและอาเจียนเอาเลือดสีดำคล้ำที่มีกลิ่นเหม็นเน่าออกมาคำโต!
"คุณชาย!!" เหล่าผู้คุ้มภัยร้องลั่นเตรียมจะพุ่งเข้ามาจัดการหลินซี
"หยุดนะ! ข้า... ข้าไม่เป็นไรแล้ว..." เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากร่างที่เค้าเคยนอนรอความตาย คุณชายจินค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง สีหน้าที่เคยซีดเผือดเริ่มกลับมามีเลือดฝาด ริมฝีปากที่ดำคล้ำก็ค่อยๆ จางลงเป็นสีปกติ การหายใจกลับมาสม่ำเสมอราวกับปาฏิหาริย์!
ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับเงียบกริบราวกับป่าช้า ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาออกมาอย่างพร้อมเพรียง "สวรรค์! หมอเทวดา! นางคือหมอเทวดาจริงๆ ด้วย!"
คุณชายจินมองสตรีผู้งดงามที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งปนซาบซึ้ง เขาประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม "ข้าน้อย จินลู่เฟิง... ขอบพระคุณแม่นางที่ช่วยชีวิต หากไม่ได้ยาถอนพิษของท่าน ข้าคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้ว"
หลินซียิ้มรับบางๆ แววตาซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างแนบเนียน "คุณชายจินเกรงใจไปแล้ว ข้าเป็นหมอ ย่อมต้องรักษาคนไข้... เพียงแต่ ยาถอนพิษเม็ดนั้นเป็นสูตรลับที่ปรุงยากยิ่งนัก สมุนไพรก็ล้วนเป็นของหายาก..."
คุณชายจินผู้เป็นพ่อค้าหัวใสย่อมเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ทันที เขาหันไปพยักหน้าให้หัวหน้าผู้คุ้มภัย ชายฉกรรจ์รีบหยิบถุงผ้าใบใหญ่ที่หนักอึ้งส่งให้หลินซีด้วยความเคารพที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
"นี่คือตั๋วเงินจำนวนห้าร้อยตำลึงทอง และทองคำแท่งอีกห้าสิบตำลึง ถือเป็นค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ จากตระกูลจิน หวังว่าหมอเทวดาจะไม่รังเกียจ"
เสี่ยวชุ่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับเข่าอ่อนเมื่อได้ยินจำนวนเงิน ห้าร้อยตำลึงทอง! นั่นมันมากกว่าเบี้ยหวัดรายปีของขุนนางขั้นหนึ่งเสียอีก!
หลินซีรับถุงเงินมาถือไว้อย่างสง่างาม "คุณชายจินช่างใจกว้างนัก โรงหมอไป๋เฉ่ายินดีต้อนรับท่านเสมอ หากตระกูลจินต้องการยาสมุนไพรบำรุงกำลัง หรือยาถอนพิษใดๆ ข้า หลิน... เอ่อ ข้า มู่หรงซี ยินดีทำการค้ากับท่าน"
ชื่อ 'มู่หรงซี' ทำให้คุณชายจินและชาวบ้านบางคนชะงักไป สตรีไร้ค่าที่เพิ่งถูกอ๋องเซียวหยางหย่าขาดเมื่อคืน... คือสตรีที่เพิ่งแสดงปาฏิหาริย์ช่วยชีวิตคนเมื่อครู่นี้งั้นหรือ!? ข่าวใหญ่นี้จะต้องสะเทือนไปทั้งเมืองหลวงอย่างแน่นอน!
...
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องหนังสือที่ตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของจวนอ๋อง
ปัง!
หนังสือตำราพิชัยสงครามถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง 'อ๋องเซียวหยาง' ในชุดจินเป่าสีดำสนิท นั่งขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม หลังจากได้ฟังรายงานล่าสุดจากองครักษ์เงาที่เขาส่งไปจับตาดูอดีตชายา
"เจ้าว่าอย่างไรนะ? นางไม่ได้ไปขอทาน แต่กลับเปิดโรงหมอ แถมยังรักษาพิษร้ายแรงของคุณชายตระกูลจินจนได้เงินมาห้าร้อยตำลึงทองงั้นเรอะ!?" เซียวหยางกัดฟันถามเสียงกร้าว
"เป็นความจริงทุกประการพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง" องครักษ์เงาคุกเข่ารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆ "ตอนนี้นางกลายเป็นที่กล่าวขานไปทั่วตรอกทิศใต้ ชาวบ้านต่างเรียกขานนางว่า 'หมอเทวดา' พ่ะย่ะค่ะ"
เซียวหยางกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สตรีที่ขึ้นชื่อว่าโง่งมและร้ายกาจที่สุด... สตรีที่เขาเพิ่งไล่ตะเพิดออกจากจวนเมื่อคืน กลับมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศและหาเงินได้มหาศาลภายในเวลาแค่ครึ่งวัน! นี่มันหยามหน้าเขากันชัดๆ!
ภาพแววตาหยิ่งยโสและคำประกาศกร้าวที่ว่า 'เปิดตาของท่านให้กว้างๆ แล้วคอยดูอดีตชายาคนนี้ กวาดล้างศัตรูที่เคยทำร้ายข้า และสร้างตัวเป็นเศรษฐีนีอันดับหนึ่งของแคว้นให้เต็มสองตาเถอะ!' ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง
"มู่หรงซี... เจ้าซ่อนงำประกายอะไรเอาไว้กันแน่" เซียวหยางพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ความเกลียดชังที่เคยมี เริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่อัดแน่นอยู่เต็มอก
ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาได้เริ่มหมุนอย่างเป็นทางการแล้ว และดูเหมือนว่า 'พญายมราชหน้าหยก' ผู้นี้... จะถูกดึงดูดเข้าสู่เกมกระดานของอดีตชายาแสนชังโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว!
