บทที่ 3 เป็นข่าว
หลังจากที่รมิดาไปทานข้าวกับพ่อของเธอเมื่อวานก็กลายเป็นข่าวใหญ่ เพราะมีคนแอบถ่ายรูปของเธอกับพ่อไว้ ก่อนจะเป็นข่าวออกมาในเช้าวันนี้ จนผู้จัดการส่วนตัวของเธอต้องหอบสังขารมาหารมิดาถึงที่กองถ่าย แต่รมิดากำลังเปลี่ยนชุดอยู่ จึงมานั่งคุยกับเจนสุดาแทน
“ตายๆ ข่าวออกแบบนี้แล้วฉันจะแก้ข่าวยังไงกัน ทำไมยัยฟ้าถึงทำให้ฉันปวดหัวได้ทุกวันจริงๆเลย บอกทุกคนไปว่าเป็นพ่อลูกกันก็จบแล้วเนี่ย เฮ้อ” เจ้หลินผู้จัดการสาวประเภทสองของรมิดาบ่นออกมาอย่างเหนื่อยกับข่าวของรมิดาที่มีออกมาทุกวัน
“เจ้จะเครียดทำไมล่ะคะ เจ้บอกเองไม่ใช่เหรอคะว่ายิ่งยัยฟ้าเป็นข่าวเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น อีเว้นท์จะได้มีทุกๆวันไงค่ะ ” เจนสุดาเพื่อนสาวของรมิดาที่ผันตัวเองมาเป็นผู้ช่วยของเจ้หลินคอยดูแลรมิดาและเด็กๆในสังกัดของเจ้หลินเอ่ยบอกออกไป
“ก็ใช่ แต่ต้องไม่ใช่ข่าวเป็นเมียน้อยของท่านอัคชัยสิยะ ไหนจะข่าวมือที่สามของคุณภัทรอีกฉันยังไม่ได้ให้ยัยฟ้าแก้ข่าวเลย ข่าวไอ้ช่างภาพอีกคน ยิ่งพูดฉันก็อยากจะบ้าตาย” เจ้หลินพูดไปก็ทำท่าเพลียๆ ก่อนจะพิงโซฟาแล้วคิดไปถึงวันที่รมิดาบอกเขาว่าเธอเป็นลูกสาวของท่านอัคชัย ซึ่งเป็นนายกกระทรวงหนึ่ง เธอก็แทบไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ต้องปิดไว้เป็นความลับ เพราะรมิดาไม่อยากจะให้พ่อของเธอเดือดร้อนจึงปกปิดเรื่องที่ทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน แต่สุดท้ายก็ต้องเจอมรสุมข่าวเมียน้อยจนได้ เพราะยัยวิชุนีแม่เลี้ยงของรมิดาก็ไม่รู้ว่า รมิดาคือลูกสาวของท่านอัคชัย จึงจ้างนักข่าวให้ลงข่าวของรมิดาเป็นว่าเล่น เพราะคิดว่ารมิดาเป็นเมียน้อยของท่านอัคชัย
“ เจ้ก็รู้ว่ายัยฟ้าไม่ได้ทำอะไรตามข่าวพวกนั้นสักหน่อย นักข่าวเขาก็ใส่สีตีไข่กันไปเรื่อย ยิ่งเรื่องท่านอัคชัยยิ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน ส่วนคุณภัทรกับเมฆายัยฟ้าก็ไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ” เจนสุดาเอ่ยบอกไป เพราะเธอคอยตามติดเพื่อนสาวตลอด เรื่องของคุณเมฆาช่างภาพที่มาจีบรมิดาเธอก็อยู่ด้วย รวมไปถึงคุณณภัทรเจ้าของแบรนด์น้ำหอมชื่อดังอีกคนที่เข้ามาจีบรมิดาทั้งที่มีแฟนแล้ว เพื่อนสาวของเธอก็ไม่ได้เล่นด้วยสักหน่อย ส่วนเรื่องของท่านอัคชัยที่เป็นนักการเมืองนั่นก็เป็นพ่อของรมิดาเอง เพียงแต่ไม่มีใครรู้เท่านั้นนอกจากคนสนิทของรมิดาเอง แต่ทำไมข่าวออกไปแบบนั้นได้นะเธอก็อยากจะรู้เหมือนกัน
“ก็เพราะรู้ไง เจ้ถึงพยายามจะให้ข่าวมันซาลงบ้าง แต่นี่ข่าวของท่านอัคชัยก็มาเพิ่มอีก เจ้ว่าเจ้จะให้ยัยฟ้าไปหลบข่าวสักพักแกว่าดีรึเปล่ายัยเจน ส่งยัยฟ้าไปเมืองนอกสักพักดีไหมแกว่า” เจ้หลินเอ่ยถามความคิดเห็นจากผู้ช่วยสาว เพราะตอนนี้งานละครของรมิดากว่าจะได้ถ่ายก็อีกสองเดือนข้างหน้า
“ก็ดีนะคะเจ้ ยัยฟ้าไม่ได้พักมาตั้งนานแล้ว ว่าแต่ยัยฟ้าจะยอมไปเหรอคะ เจนว่ายากค่ะยิ่งหนีข่าวแบบนี้คนหัวรั้นแบบยัยฟ้าไม่มีทางไปแน่นอน” เจนสุดาบอกไปตามประสาที่เธอรู้จักนิสัยของเพื่อนสาวดี เพราะคนอย่างรมิดาไม่เคยหนีอะไรที่ตัวเองไม่ผิด
“แกก็ช่วยฉันคิดสิยัยเจนว่าจะทำยังไงให้ยัยฟ้าหลบข่าวในวงการนี้ไปสักพัก ถ้าไปเมืองนอกไม่ได้ไปต่างจังหวัดก็ยังดี ไม่งั้นคงได้โดนช่องสั่งพักงานแน่คราวนี้ ฉันต้องรีบชิ่งให้ยัยฟ้าหลบข่าวไปก่อน ถ้าท่านอัคชัยเคลียร์ข่าวจบเมื่อไหร่ก็ค่อยให้ยัยฟ้ากลับมา” เจ้หลินบอกไปอย่างต้องการความคิดเห็น เพราะช่วงนี้ไม่มีอะไรแรงไปกว่าข่าวของรมิดาอีกแล้ว เธอจึงกลัวว่าทางช่องที่รมิดาเซ็นสัญญาด้วยจะสั่งพักงานของรมิดาไป
“อืม เจนว่ามันก็พอมีวิธีอยู่นะเจ้หลิน แต่เราต้องให้พี่รันช่วยอ่ะ” เจนสุดาเอ่ยบอกไป เพราะเธอนึกขึ้นได้ว่ารมิดาจะต้องไปฝึกงานก่อนที่จะเรียนจบ เพราะรมิดาเหลือแค่วิชานี้วิชาเดียว เพื่อนสาวของเธอก็จะเรียนจบแล้ว รมิดาจะต้องยอมไปแน่ๆ
“แล้วเพื่อนฉันจะช่วยได้ยังไงยะ” เจ้หลินเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะว่ารันทิชาเป็นอาจารย์สอนมหาวิลัยที่รมิดาเรียนอยู่ จะช่วยอะไรเรื่องนี้ได้
“ก็พี่รันเขาเป็นอาจารย์ที่สอนวิชาการฝึกงานของยัยฟ้านิคะ เราขอให้พี่รันส่งยัยฟ้าไปฝึกงานที่ไหนสักที่ ที่ไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับยัยฟ้าก็ได้นิคะ” เจนสุดาบอกไปตามที่เธอคิดไว้ เพราะแผนนี้น่าจะดีที่สุดแล้ว ดีนะที่เธอเรียนจบก่อนเพื่อนสาวถึงได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
“อืม จะว่าไปแผนแกก็ไม่เลวนะยัยเจน เดี๋ยวฉันโทรนัดยัยรันก่อนนะ แกรีบไปดูยัยฟ้าเถอะเดี๋ยวตอนเย็นฉันจะมาหาอีกที อ่อ แล้วอย่าไปพูดให้ยัยฟ้าฟังเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจัดการแกแน่ยัยเจน” เจ้หลินบอกไป เพราะเธอจะต้องไปหาเพื่อนสาวให้ช่วยเรื่องของรมิดา
“ค่ะเจ้ รับทราบค่ะ ไม่บอกแน่นอน ได้เรื่องยังไงก็บอกเจนด้วยก็แล้วกันค่ะ” เจนสุดาบอกไปก็เดินไปหาเพื่อนสาวในห้องแต่งตัวของนักแสดง ส่วนเจ้หลินก็โทรนัดเพื่อนสาวทันทีก่อนจะเดินทางไปหาเพื่อนสาวถึงที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง
ด้านรันทิชาพอสอนหนังสือนักศึกษาเสร็จ เธอก็กลับมาที่ห้องทำงานของเธอแต่พอเข้ามาก็เจอเพื่อนสาวประเภทสองนั่งรออยู่แล้ว
“มาสักทีนะแก ฉันรอแกตั้งนานยัยรัน” เจ้หลินเอ่ยพูดทันทีที่เพื่อนสาวเข้ามาในห้อง
“แกมีอะไรให้ฉันช่วยก็รีบๆพูดมาเลย เดี๋ยวบ่ายนี้ฉันต้องเข้าไปที่บริษัทอีก” รันทิชาบอกไป เพราะนอกจากเธอจะเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยแล้ว เธอก็ยังเป็นผู้บริหารห้างสรรพสินค้าในเครือชนาธรวานิชด้วย เพราะพี่ชายของเธอยังไม่กลับมาทำงาน เธอจึงต้องทำงานบริหารแทนมาตลอดสองปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังดีที่พี่ชายเธอยังคอยช่วยเธอบ้าง ไม่งั้นเธอคงไม่ไหว
“แกช่วยให้ยัยฟ้าไปฝึกงานที่ไหนสักที่ได้ไหมอ่ะ เอาแบบที่ไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับยัยฟ้าได้อ่ะ นะรัน มีแกคนเดียวที่จะช่วยฉันได้” เจ้หลินพูดไปก็ทำหน้าทำตาอ้อนเพื่อนสาวอย่างสุดกำลัง เธอมีเพื่อนที่สนิทที่สุดก็คือรันทิชาที่รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมอต้น จนตอนนี้อายุของเธอและรันทิชาก็ปาเข้าไปยี่สิบแปดปีแล้ว ให้มันรู้ไปสิว่ารันทิชาจะไม่ช่วยเธอ
“เฮ้อ เรื่องของรมิดาอีกแล้วเหรอ ครั้งก่อนที่รมิดามาสอบไม่ได้ ฉันก็อุตส่าห์ให้มาสอบทีหลัง แล้วนี่ยังจะเรื่องฝึกงานอีก ทำไมเด็กแกถึงวุ่นวายแบบนี้เนี่ย ฉันว่าแกพาไปเมืองนอกแค่นี้ก็จบแล้ว จะมาให้ฉันช่วยทำไมกัน” รันทิชาบ่นออกไป เพราะครั้งก่อนที่เธอจัดสอบปลายภาคไป รมิดาก็มาสอบไม่ได้เพราะต้องไปเดินแบบที่เมืองนอก แล้วคราวนี้เพื่อนสาวประเภทสองของเธอจะหาเหตุผลอะไรอีกล่ะที่จะให้เธอช่วย
“ถ้ายัยฟ้ายอมไปก็ดีน่ะสิ ฉันไม่รู้จะทำยังไงให้ยัยฟ้ายอมหลบนักข่าวแล้วเนี่ย ฉันถึงต้องมาขอร้องแกไง ถ้าแกใช้ข้ออ้างเรื่องไปฝึกงานนี่ช่วยฉันล่ะ ยัยฟ้าต้องยอมไปแน่ แกก็รู้จักยัยฟ้านิ แกรู้ใช่ไหมว่าเด็กคนนี้ไม่ได้เป็นแบบที่ข่าวลงไป” เจ้หลินยังคงหาวิธีให้เพื่อสาวยอมช่วยเธอ พร้อมกับชักแม่น้ำทั้งมามาพูดอย่างต่อเนื่อง
“อืมก็พอรู้อยู่หรอก เล่นพายัยมีนาไปปาร์ตี้จนเช้าสามคืนติดกันแบบนั้น ดีนะที่ยัยมีนาไปเรียนต่อ ไม่งั้นก็คงพากันเที่ยวอยู่อย่างนั้น” รันทิชาบ่นออกไป เพราะรมิดาก็เป็นเพื่อนสนิทของลูกพี่ลูกน้องของเธอ และเธอก็พอจะสนิทกับรมิดาพอสมควร เพราะตอนเธอมาไทยแรกๆมีนาก็พาเธอไปไหนมาไหนกับรมิดาและเจนสุดาบ่อยๆ
“สรุปแกจะบ่นเด็กฉันอีกนานไหมเนี่ย สรุปแกจะช่วยไม่ช่วยก็บอกมาเลยยัยรัน ถ้าแกไม่ช่วยฉันจะได้กลับ ให้มันรู้ไปสิว่าเพื่อนที่คบกันมาเป็นสิบๆปีจะช่วยกันไม่ได้” เจ้หลินพูดไปก็แกล้งทำท่าโกรธออกไป
“อืม ช่วยก็ได้ แค่นี้ก็ต้องขู่กันด้วย ว่าแต่ฉันจะให้ยัยเด็กฟ้านี่ไปฝึกงานที่ไหนดีนะ” รันทิชาพูดไปก็นึกหาที่ฝึกงานให้กับรมิดา เพราะรมิดาเป็นดาราดังใครๆก็รู้จักเธอทั้งนั้น จะให้ไปฝึกที่บริษัทก็คงจะไม่ปลอดภัยจากนักข่าว
“อ่อแล้วที่สำคัญ ที่นั่นต้องไม่มีนักข่าวหรือใครเข้าไปยุ่งได้ เอาที่ไหนก็ได้แก ยัยฟ้าอยู่ได้หมดแหละ ” เจ้หลินเอ่ยบอกไปก็มองเพื่อนสาวอย่างลุ้นๆว่าจะให้รมิดาไปฝึกงานที่ไหน
“อ่อ รู้แล้วว่าจะส่งไปฝึกที่ไหนดี รับรองว่าที่นี่เด็กของแกจะได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเลยล่ะ” รันทิชาเอ่ยพูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก เพราะเด็กหัวรั้นแบบรมิดาต้องเจอกับพี่ชายของเธอ รับรองว่าเด็กคนนี้ได้ฝึกงานในไร่แบบได้ความรู้และประสบการณ์กลับมาแน่นอน เพราะเธอจะไม่ปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆหรอก รมิดาจะต้องเหมือนกับนักศึกษาทุกคนที่ฝึกงานตามความเป็นจริง
“ที่ไหน” เจ้หลินถามออกไปอย่างสงสัย เพราะเห็นรอยยิ้มของเพื่อนสาวแล้วเธอเริ่มอยากจะรู้ทันที
“ที่ไร่ของบ้านฉันเอง อยู่ที่จังหวัดเชียงรายนะ รับรองว่าที่นี่ไม่มีใครกล้าเข้าไปแน่นอน แล้วเดี๋ยวฉันจะให้พี่ริกช่วยดูให้” รันทิชาเอ่ยบอกไป เพราะตอนนี้พี่ชายของเธอไม่ใช่คาสโนว่าแบบเมื่อก่อนแล้ว หลังจากที่ต้องไปรักษาตัวเรื่องเสื่อมสมรรถภาพเมื่อสองปีก่อน จนตอนนี้ยังไม่หายดี พี่ชายของเธอจึงไม่ยอมกลับมา หากให้รมิดาไปฝึกงานกับพี่ชายของเธอล่ะก็ ต้องปลอดภัยแน่นอน
“พี่ริกเนี่ยนะ แกจะบ้าเหรอยัยรัน พี่ชายแกนี่เสือผู้หญิงดีๆนี่เอง ไม่อ่ะไม่เอา ถ้าพี่ริกมางาบเด็กฉันจะทำยังไง ไม่ได้ๆ ไปอยู่กับพี่ริกไม่ได้” เจ้หลินรีบปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะริชาร์ทนั้นโชกโชนเรื่องผู้หญิงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งรมิดาเป็นผู้หญิงที่จัดว่าสวยและเซ็กซี่คนหนึ่ง เธอไม่อยากปล่อยเนื้อไว้กับเสือเด็ดขาด
“ตอนนี้พี่ริกเขาไม่ได้เป็นแบบเมื่อก่อนแล้ว แกไม่ต้องห่วงหรอกว่าพี่ริกจะเขมือบเด็กแก สบายใจได้” รันทิชาบอกไปพร้อมกับใบหน้าเรียบเฉย
“ฉันจะแน่ใจได้ยังไงยะว่าพี่ริกจะไม่ยุ่งกับเด็กของฉัน” เจ้หลินถามออกไปอย่างต้องการคำตอบ
“ถ้าฉันบอกเรื่องนี้กับแก แกห้ามไปบอกใครเด็ดขาดเข้าใจไหม แกรับปากฉันมาก่อน” รันทิชาบอกไปก็ให้เพื่อนสาวรับปากเธอว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องที่เธอจะเล่าออกไป
“อืม แกก็รู้ว่าฉันน่ะเก็บความลับดีขนาดไหน รับรองฉันไม่พูดหรอกน่า ว่าแต่เรื่องอะไรรีบพูดมาสิยะ” เจ้หลินถามกลับก็รอเพื่อนสาวเล่าให้ฟัง
“แกจำตอนที่พี่ริกรถคว่ำเมื่อสองปีก่อนได้ไหม นั่นแหละทำให้พี่ริกต้องหนีไปรักษาตัวอยู่ที่ไร่เพราะว่า พี่ริกเขามีอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แล้วตอนนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าจะหายเลยด้วยซ้ำ แกเข้าใจรึยังว่าทำไมฉันถึงให้เด็กของแกไปอยู่ที่นั่น รับรองว่าปลอดภัยแน่ แล้วก็อย่าไปบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาดเข้าใจไหม” รันทิชาเอ่ยบอกไป เพราะต้องการให้เพื่อนสาวสบายใจกับเรื่องนี้
“อย่างพี่ริกเนี่ยนะเสื่อมสมรรถภาพ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย” เจ้หลินพูดไปก็คิดว่าคนอย่างริชาร์ทจะเป็นแบบที่รันทิชาพูดจริงหรือ แต่มันก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะตั้งแต่ที่ริชาร์ทประสบอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน เธอก็ไม่เคยเห็นเขาอีกเลย เห็นก็แต่ยัยลิตาแฟนของเขาที่ควงคนนั้นทีคบคนนี้ที จนมาสิ้นสุดที่ไฮโซหนุ่มอย่างนภัทร เจ้าของแบรนด์น้ำหอมชื่อดังที่มีข่าวกับรมิดาเมื่อไม่นานมานี้
“สรุปจะให้ฉันช่วยไหม เพราะฉันคงช่วยแกได้เท่านี้แหละ ที่อื่นก็ไม่ปลอดภัยเท่าที่นี่แล้ว” รันทิชาบอกไปก่อนจะมองเพื่อนสาว แล้วรอคำตอบ
“อืมก็ได้ ที่ไร่พี่ริกก็ได้ แต่ฉันขอคนติดตามยัยฟ้าไปคนหนึ่งก็แล้วกัน จะได้ป้องกันไว้ก่อน เผื่อพี่ชายแกคิดไม่ซื่อกับเด็กของฉัน” เจ้หลินเอ่ยบอกไป เพราะเธอควรกันไว้ดีกว่าต้องมานั่งแก้ทีหลังให้ปวดหัว
“งั้นก็ตามนี้ พรุ่งนี้ถ้าเด็กแกมาหาฉัน ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง” รันทิชาบอกไปก็ยิ้มออกไป เพราะเธอเชื่อว่าเด็กสาวแบบรมิดาคงไม่ถูกใจพี่ชายเธอแน่ เพราะรายนั้นชอบสาวๆอายุเท่าๆกันมากกว่ากินเด็กแบบนี้ เธอจึงยอมช่วยเจ้หลินไปเพราะเหลือแค่ฝึกงาน รมิดาก็จะเรียนจบสักทีหลังจากที่เรียนมาหลายปี
“โอเค แต่แกอย่าให้ยัยฟ้ารู้นะว่าฉันมาขอร้องแกอ่ะ แล้วก็ขอบใจมากที่ช่วยเหลือเพื่อนสาวตาดำแบบฉัน รักแกที่สุดเลย” เจ้หลินพูดไปก็ลุกขึ้นเข้าไปกอดเพื่อนสาวอย่างขอบคุณ
“ฉันก็รักแกเหมือนกันแหละ เสร็จธุระแกแล้วเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ ต้องไปบริษัทต่อ” รันทิชาบอกไปก็หยิบกระเป๋าใบหรูมาสะพายก่อนจะออกไปพร้อมกับเพื่อนสาวทันที
พอตกเย็นหลังจากที่รันทิชาเลิกงานที่บริษัทเธอก็โทรหาพี่ชายสุดที่รักทันที เพราะต้องขอร้องให้พี่ชายของเธอดูแลรมิดา แต่เธอโทรหาพี่ชายมาสามสายแล้วก็ไม่มีวี่แววว่าริชาร์ทจะรับโทรศัพท์ของเธอ
“พี่ริกค่ะ รันโทรไปหาตั้งนานทำไมไม่ยอมรับสักทีค่ะ” รันทิชาบ่นพี่ชายทันทีที่ริชาร์ทรับสายของเธอ
“อืม มีอะไรไหม ถ้าไม่ด่วนเอาไว้คุยกันทีหลัง” ริชาร์ทพูดไปขณะกำลังโยกเอวกระแทกท่อนเอ็นใส่ร่องสาวของนันทิตา หลานสาวแม่บ้านที่เขาจ้างให้มาเป็นนางพยาบาลรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพของเขา
“ด่วนค่ะ คือรันจะให้นักศึกษาของรันไปฝึกงานที่ไร่ของเราน่ะคะพี่ริก รันก็เลยอยากจะให้พี่ริกช่วยดูแลเด็กคนนี้หน่อยนะคะ” รันทิชาบอกไปก็รอคำตอบจากพี่ชายว่าจะตกลงหรือไม่
“พี่ไม่รับเด็กฝึกงาน เอาไปฝึกที่อื่น บริษัทเรามีที่ให้ไปฝึกตั้งเยอะแยะ รันเอาไปที่อื่นก็แล้วกันพี่ไม่ว่างมาคอยดูเด็กๆให้เราหรอก” ริชาร์ทพูดไปพร้อมกับกัดฟันแน่นด้วยความเสียว พร้อมกับมองนันทิตาที่กำลังเอามือขย้ำหน้าอกตัวเองอยู่อย่างเสียวๆ
“ไม่ได้ค่ะ ยังไงเด็กคนนี้ก็ต้องฝึกที่ไร่ของพี่ริก ไม่งั้นรันจะบอกทุกคนว่าทำไมพี่ริกถึงต้องไปอยู่ที่ไร่แล้วหายตัวไปแบบนี้ เอาสิคะพี่ริก อย่าคิดว่ารันไม่กล้านะคะ” รันทิชาขู่พี่ชายออกไป เพราะพี่ชายของเธอไม่ต้องการให้ใครรับรู้เรื่องนี้ แม้กระทั่งคนในครอบครัวเองก็ตาม เพราะมีแค่เธอและคุณปู่เท่านั้นที่รู้ว่าริชาร์ทป่วยเพราะอะไร
“อ่าส์ ก็ได้ จะส่งเด็กนั้นมาเมื่อไหร่ก็บอกนายกล้าก็แล้วกัน ตอนนี้พี่ไม่ว่าง” ริชาร์ทพูดจบก็กดวางสายแล้วปาโทรศัพท์ไปที่ข้างเตียง ก่อนจะรัวเอวกระแทกท่อนเอ็นใส่ร่องสาวของนันทิตาอย่างไม่ลดละ
“อ้ะ อ้ะ คุณริกขา อ้ะ อ้ะแรงอีกค่ะ อ้ะ อ้ะ” นันทิตาครางเสียงดังทันทีที่ริชาร์ทวางสายไปแล้ว เธอต้องพยายามเก็บเสียงเพราะกลัวว่าคนในสายจะได้ยิน เนื่องจากตอนนี้อาการเสื่อมสมรรถภาพของริชาร์ทนั้นกลับมาเหมือนเดิมแล้ว เธอจึงต้องคอยปรนนิบัติเขาในยามที่เขาต้องการ เพราะเมื่อก่อนเธอต้องมาคอยดูแลทำกายภาพบำบัดแก่นกายของเขา สลับกับพยาบาลสาวอีกคนนั่นก็คือเทริซ่า ซึ่งเป็นพยาบาลที่ริชาร์ทจ้างมาบำบัดเขาโดยเฉพาะ ส่วนเธอก็แค่คนที่มายั่วเขาจนกลายมาเป็นคนดูแลเขาจนถึงทุกวันนี้ ยิ่งตอนนี้เทริซ่ากลับไปอเมริกาแล้ว หน้าที่ดูแลเขาจึงตกมาอยู่ที่เธอแทน เพราะอาการของริชาร์ทถือว่าหายเป็นปกติแล้วหลังจากที่ต้องรักษามานานกว่าสองปี ส่วนเธอพึ่งมาดูแลเขาได้แค่สามเดือน แต่เธอกลับหลงใหลเซ็กส์ของเขาเป็นอย่างมาก จนไม่อยากให้เขาเบื่อเธอเลย
“อ่าส์ ซี้ด” ริชาร์ทถอนท่อนเอ็นของเขาออกมาจากร่องสาว ก่อนจะดึงเอาถุงยางอนามัยออก แล้วรูดชักท่อนเอ็นจนน้ำรักพุ่งออกมาอย่างเสร็จสม เขารู้สึกดีเวลาที่เขาเสร็จแบบนี้ที่สุด เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่าเขานั้นกลับมาเป็นปกติแล้ว กว่าเขาจะรักษาไอ้อาการเสื่อมสมรรถภาพนี่ได้ต้องใช้ยาไปไม่รู้กี่เข็มเพื่อกระตุ้นให้น้องชายของเขามันพร้อมสู้ แต่ตอนนี้มันเป็นปกติแล้ว แล้วเขาก็เริ่มจะเบื่อหน่ายเซ็กส์ไปเรื่อยๆ นานๆเขาถึงจะเรียกนันทิตามาทำให้เขาได้ปลดปล่อยที เพราะกลัวว่าอาการเสื่อมสมรรถภาพจะกลับมาอีก เขาจึงต้องมีเซ็กส์อาทิตย์ละหนึ่งครั้งเพื่อป้องกันไว้
“แต่งตัวแล้วก็ออกไปซะ แล้วอย่าให้ใครเห็นล่ะ” ริชาร์ทบอกไป เพราะที่นี่ไม่มีใครรู้ว่านันทิตามีหน้าที่อะไรนอกจากเป็นผู้จัดการของไร่ ที่เขาแต่งตั้งเธอเป็นการตอบแทนเธอที่ช่วยดูแลเขาร่วมกับเทริซ่า พยาบาลที่อาจารย์ของชยุตส่งมาช่วยบำบัดเขา
“ค่ะคุณริก ถ้าอยากเมื่อไหร่ก็เรียกนันอีกนะคะ” นันทิตาบอกไปพร้อมกับรอยยิ้ม ก็หยิบเสื้อของตัวเองแล้วเดินไปแต่งตัว ก่อนจะออกไปจากห้องของริชาร์ท เธอไม่ได้หวังจะเป็นเจ้าของเขา เพราเธอรู้ดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์ แค่เขายอมเรียกใช้เธอ เธอก็มีความสุขแล้ว
