บทที่ 1 บทที่ 1.1 ขบวนค้าทาส
ประเทศดิลฮามา
“เร่งฝีเท้าเข้า! เราจะต้องตั้งกระโจมกันหลังเนินทรายลูกนั้น”
เสียงแข็งกร้าวของพ่อค้าทาสดังขึ้นบนหลังอูฐหันมาตะโกนสั่งลูกน้องที่เดินตามหลังมาแข่งกับความร้อนแรงของดวงอาทิตย์กลางทะเลทรายในขณะนี้
“ขอรับนายท่าน”
ชายร่างใหญ่หลายคนซึ่งเป็นลูกน้องของพ่อค้าทาสตอบรับเจ้านายตัวเองอย่างแข็งขัน และต่างพากันหวดแส้ในมือลงบนผืนทรายใกล้ๆ กับตัวทาสทั้งหลาย เพื่อทำให้พวกทาสหวาดกลัวจนต้องพากันเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพราะทุกคนต่างก็รู้ซึ้งถึงรสแส้เป็นอย่างดี
“ไป! ไป! เดินให้มันเร็วกว่านี้!”
เมื่อขบวนค้าทาสเดินลงมาจากเนินทรายใหญ่แล้ว ทาสทั้งหมดที่ระหว่างทางถูกเชือกมัดมือไว้ตอนนี้ก็ถูกร้อยเชือกเส้นใหญ่อีกเส้นมัดมือและเท้าต่อกันเพื่อป้องกันการหลบหนีในระหว่างที่ลูกน้องพ่อค้าทาสกำลังตั้งกระโจมสำหรับเจ้านายของตัวเองเพื่อค้างคืนกลางทะเลทรายแห่งนี้
“เดี๋ยวอีกสามวันเราก็จะถึงเขตแดนของเมืองหลวงกันแล้ว เราจะรอบค้าทาสที่เขตแดนกันฝั่งตะวันตก ทุกอย่างเตรียมการพร้อมไว้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นคืนนี้และคืนพรุ่งนี้ข้าจะให้รางวัลพวกเจ้าที่ทำงานหนักกันมานานให้เสพสุขกับพวกนางได้เต็มที่เป็นการส่งท้าย”
“ขอบคุณมากขอรับนายท่าน!”
เหล่าชายร่างบึกบึนต่างพากันส่งเสียงตอบรับกันอย่างคึกคักกับรางวัลพิเศษอันแสนวิเศษณ์รอบนี้เพราะมีแต่ทาสสาวๆ สวยๆ ทั้งนั้น
“ส่งทาสเบอร์สองมาให้ข้า เบอร์หนึ่งห้ามใครแตะต้อง นอกนั้นแล้วแต่พวกเจ้า”
พ่อค้าทาสสั่งกับลูกน้องแล้วเดินเข้าไปรอเสพสุขกับนางทาสเบอร์สองที่รูปร่างหน้าตาสะสวยแม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับนางทาสเบอร์หนึ่งก็ตาม แต่เพื่อเม็ดเงินมหาศาลที่จะได้จากการค้าทาสเบอร์หนึ่ง เขาจึงจำเป็นต้องอดกลั้นไม่ล่วงล้ำนาง
“ขอรับนายท่าน!”
เหล่าลูกน้องพากันตอบรับอย่างแข็งขันกันอีกครั้ง จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปหาทาสเบอร์สองและฉุดกระชากนางให้เข้าไปในกระโจมของเจ้านายตัวเอง
“ไป ลุกขึ้น!”
“ไม่นะ ข้าไม่ไป”
“ปล่อยข้า! ปล่อยข้า! กรี๊ดดด”
เสียงกรีดร้องในกระโจมดังออกมาด้านนอกทันทีที่ทาสสาวผู้นั้นเข้าไปด้านใน รวมทั้งเสียงกรีดร้องจากทาสสาวด้านนอกก็เริ่มดังขึ้นระงมเมื่อการสมสู่แบบไม่อายฟ้าอายดินเริ่มต้นขึ้น
“กรี๊ดดดดดดด”
“โอ้ว นางทาสผู้นี้ร่านดีแท้”
เพี๊ยะ
ตับ ตับ ตับ
“กรี๊ดดด ปล่อยข้า”
“กรี๊ดดดดด อ๊าาาา”
“ไอ้พวกชั่ว อ๊ะ”
ตับ ตับ ตับ เพี๊ยะ
“อ๊ะ อ๊ะ อ้า กรี๊ดดดดดดด”
หญิงสาวที่ถูกพ่อค้าทาสเรียกว่าทาสเบอร์หนึ่งได้แต่กอดเข่าตัวเองและฟุบหน้าลงกับเข่าอย่างหวาดกลัวต่อเสียงกรีดร้องของสตรีเพศที่โดนเหล่าชายหนุ่มกลัดมันลูกน้องของพ่อค้าทาสเสพสมอย่างหนักหน่วง ทุกนางต่างโดนผู้ชายผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วงเกือบค่อนคืนเสียงกรีดร้อง เสียงเนื้อกระทบกันและเสียงคำรามด้วยความสุขสมจึงสงบลง โดยเธอก็ยังตัวสั่นคงนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองรอบตัวเพราะเธอรู้ว่าสภาพของทาสแต่ละคนนั้นเป็นยังไง เนื่องจากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องทนอยู่ท่ามกลางการสมสู่ของผู้คนมากมายเช่นนี้
ตะวันยังไม่ทันพ้นขอบฟ้าขบวนค้าทาสก็เคลื่อนขบวนอีกครั้งและหยุดพักขบวนตอนบ่าย และเริ่มออกเดินทางอีกครั้งช่วงเย็นๆ จนถึงค่ำๆ จึงได้ตั้งกระโจมที่พักอีกครั้งเหมือนเช่นทุกครั้งตั้งแต่การเดินทางเริ่มขึ้น
รอบนอกของกระโจมกลางผืนทรายโล่งแจ้ง ชายร่างกายกำยำแปดคนกำลังหลงมัวเมากับเพลิงราคะจากนางทาสทั้งหลายที่พากันส่งเสียงร้องระงมทำให้ไม่ได้ยินเสียงอื่นใดหรือคอยระแวดระวังสิ่งผิดปรกติรอบด้าน เนื่องจากคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เหล่าลูกน้องพ่อค้าทาสจะได้เสพสุขจากเรือนร่างหญิงสาวพวกนี้เป็นวันสุดท้าย ทำให้พวกมันไม่สนใจอะไรนอกจากกระแทกท่อนเอ็นแข็งขืนเข้าไปในโพรงดอกไม้ที่แสนชอกช้ำจากน้ำมือของพวกมันเอง
“ใครขัดขืนฆ่าทิ้งให้หมด ส่วนหัวหน้ามันจับเป็นไว้สอบสวน” เสียงแข็งกร้าวเปล่งออกมาจากชายผู้ทรงอำนาจแห่งดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ขณะที่ดวงตาคมกล้าจ้องมองพวกเดนมนุษย์ที่กำลังรุมเสพสวาทกับพวกทาสสาวที่โดนจับมาค้ามนุษย์แบบผิดกฎหมายอยู่
“พะยะค่ะ!” องครักษ์คนสนิทรับคำอย่างแข็งขันพร้อมทั้งรีบกระจายกำลังทหารออกไปเพื่อทำตามคำสั่งขององค์รัชทายาทแห่งประเทศดิลฮามา
“กรี๊ดดดดดด”
เหล่าทาสสาวพากันกรีดเสียงร้องดังลั่นเมื่อระหว่างที่พวกนางโดนโจนจ้วงกายสาวจากพวกคนชั่วอยู่นั้นอยู่ๆ ก็มีชายชุดดำหลายสิบคนโผล่มากระชากพวกคนชั่วออกไปจากร่างกายของพวกนางอย่างรวดเร็ว
“พวกเจ้าเป็นใครกัน!”
หนึ่งในชายโฉดลูกน้องของพ่อค้าทาสตะเบงเสียงถามออกไปอย่างตื่นกลัว แต่พอพวกมันเริ่มต่อสู้ขัดขืนก็โดนเหล่าชายชุดดำที่มาใหม่นี้ปลิดลมหายใจทันที
“อ๊าก!”
เมื่อได้ยินเสียงร้องตกใจและเสียงอาวุธกระทบกันนอกเหนือจากเสียงกรีดร้องของเหล่าทาสสาวคนอื่นๆ จากการโดนเสพสม นางทาสเบอร์หนึ่งจึงเงยหน้าขึ้นมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบด้านอย่างตื่นกลัว เพราะตอนนี้เหล่าชายชุดดำท่าทางองอาจแต่น่ากลัวหลายสิบคนกำลังล้อมจับเหล่าชายฉกรรจ์ลูกน้องของพ่อค้าทาสอยู่ โดยหากใครขัดขืนหรือต่อสู้คนผู้นั้นก็จะถูกฆ่าตายด้วยคมดาบทันที
นางทาสเบอร์หนึ่งตัวสั่นระริกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่สมองอันว่างเปล่าของนางก็ได้สั่งให้ตัวนางรีบอาศัยช่วงชุลมุนนี้หนีไป
เท้าเปลือยเปล่าที่โดนถอดรองเท้าออกเพื่อป้องกันการหลบหนีได้ลุกขึ้นวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตแม้ว่าข้อมือทั้งสองข้างของหญิงสาวจะถูกเชือกมัดอยู่ก็ตาม
หญิงสาววิ่งสุดแรงโดยไม่หันไปมองด้านหลัง วิ่งไปโดยไม่รู้ว่าจะเจออะไรข้างหน้าแต่นางก็เลือกที่จะวิ่งต่อไปแม้ไร้ทิศทาง
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
นางทาสเบอร์หนึ่งเสียวสันหลังวาบกับน้ำเสียงทรงพลังที่ตะโกนไล่หลังมาสั่งให้นางหยุด แต่นางก็ไม่คิดจะหยุดฝีเท้าตามคำสั่งนั้นหรือแม้แต่จะหันไปมองแต่อย่างใด
