บทที่ 3 บทที่ 2.1 ความช่วยเหลือ

            แสงอรุณเรืองรองที่เส้นขอบทะเลทราย ในที่สุดขบวนขององค์รัชทายาทก็มาถึงพระราชวังซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น

รัชทายาทหนุ่มก้มมองหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนอย่างไม่เข้าใจตัวเองเท่าไหร่นักว่าทำไมถึงได้ใจดีกับนางขนาดนี้เพียงแค่ได้เห็นนางร้องไห้กอดขาอ้อนวอนให้เขาพามาด้วยเท่านั้นเอง ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาควรส่งนางให้พวกทหารดูแล

“ตื่นได้แล้ว”

“นี่เจ้า ข้าบอกให้ตื่น”

ไม่เพียงแต่คนในอ้อมแขนไม่ยอมตื่น แต่นางยังหันข้างมากอดท่อนแขนเขาอีกทำให้เขาต้องกระชับโอบกอดนางมากขึ้นเพราะกลัวนางจะตกลงไป ทั้งๆ ที่เขาก็โอบกอดเธอด้วยแขนทั้งสองข้างมาทั้งคืนแล้ว

องค์รัชทายาทปลุกทาสสาวขี้เซาอยู่นานจนในที่สุดนางก็ตื่น

หญิงสาวที่ไม่ได้นอนหลับสนิทมาแรมเดือนเบิกตากว้างเมื่อมองไปด้านหน้าแล้วเห็นบ้านหลังใหญ่โตอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา

“นายท่านเจ้าคะ ที่นี่ที่ไหนหรือเจ้าคะ”

“เจ้าไม่รู้จักพระราชวังรึไง”

รัชทายาทหนุ่มขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ จะเป็นไปได้ยังไงที่คนที่อยู่ในประเทศนี้ไม่รู้จักพระราชวังแห่งนี้

“พระราชวังอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”

“อืม”

“ข้าไม่รู้จักคำนี้เจ้าค่ะ นายท่านอาศัยอยู่ที่นี่หรือเจ้าคะ”

เสียงใสยังถามต่อไปเลิกคล้ายว่านางจะไม่รู้จักที่นี่จริงๆ ไม่ได้แกล้งทำเป็นไม่รู้เหมือนอย่างที่เขาสงสัยตอนแรก จะว่าไปแล้วแม้ว่าจะได้พูดคุยกับนางคนนี้ไม่กี่ประโยคแต่เขาก็รู้สึกได้ว่านางแปลก ไม่ใช่แปลกเพราะนางเป็นคนต่างชาติ แต่แปลกเพราะการพูดจาและท่าทางไม่รู้ความของนางต่างหาก

“เรียกนางกำนัลในตำหนักเรามาดูแลนาง เสร็จแล้วให้พานางไปพบเราที่ห้องทำงาน” องค์รัชทายาทสั่งองค์รักษ์คู่ใจเมื่อทั้งเขาและนางลงมาจากบนหลังอูฐแล้ว

“พะยะค่ะองค์รัชทายาท”

“นายท่านจะให้ใครมาพาข้าไปเจ้าคะ ข้าจะขอติดตามแต่นายท่านคนเดียว”

หญิงสาวบอกอย่างตื่นกลัวว่านางจะโดนส่งไปให้ผู้อื่นอีกเพราะว่านางฟังคำพูดไม่ค่อยคุ้นหูของพวกเขาไม่ค่อยเข้าใจนัก

“ข้าจะให้คนรับใช้ของข้าพาเจ้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วจะมีคนพาเจ้าไปพบข้าเอง”

คนที่รู้สึกเหมือนถูกทิ้งได้แต่มองตามหลังของผู้มีพระคุณที่เดินหายเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่มีผู้คนออกมาต้อนรับทำความเคารพเขาเต็มไปหมดอย่างเศร้าๆ นางได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ทอดทิ้งนางและส่งมอบนางให้ผู้อื่นจริงๆ

นางทาสเบอร์หนึ่งตื่นกลัวเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่ามีหญิงวัยกลางคนมากมายมารุมล้อมและจับนางอาบน้ำ แม้ว่าคนพวกนี้จะไม่ได้ข่มขู่หรือกระทำอะไรรุนแรงกับนางก็ตาม

เหล่านางกำนัลจากตำหนักขององค์รัชทายาทจับหญิงสาวที่องค์รัชทายาทพามาด้วยขัดสีฉวีวรรณอยู่นานจนคราบสกปรกต่างๆ ตามใบหน้าและร่างกายจากการเดินทางรอนแรมกลางทะเลทรายหายไปเปิดเปลือยผิวขาวผ่องเป็นยองใยสะอาดสะอ้านพร้อมกับเส้นผมดำสลวยที่ยาวจรดกลางหลังแล้ว เหล่านางกำนัลจึงพากันแต่งตัวให้นางเพื่อเตรียมความพร้อมนำนางไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทที่ห้องทรงงานตามรับสั่ง

หญิงสาวเดินตามนางกำนัลคนหนึ่งไปที่นางคิดว่าคนรับใช้ของนายท่าน จากนั้นคนรับใช้ของนายท่านก็ให้นางเดินตามชายผู้หนึ่งไปที่นางคิดว่าเขาคงเป็นคนที่รับคำสั่งจากนายท่านเมื่อเช้านี้ให้นำตัวเธอไปหานายท่าน นางจึงเดินตามไปอย่างว่าง่าย

“ขอประธานอภัยองค์รัชทายาท แม่นางผู้นั้นมาถึงแล้วพะยะค่ะ”

“ให้นางเข้ามาได้”

“พะยะค่ะ”

“เจ้าเข้าไปได้”

หลังจากได้ยินคำอนุญาตแล้ว องครักษ์หนุ่มก็หันมาบอกทาสสาวให้เข้าไปได้

“นายท่าน”

หญิงสาวส่งยิ้มดีใจให้กับคนตรงหน้าเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างองอาจนั่นอยู่ตรงโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ที่เขาไม่ทอดทิ้งนางจริงๆ

ด้านคนถูกส่งยิ้มให้ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นรอยยิ้มกระจ่างใสบนใบหน้างามอย่างชัดเจน เมื่อคืนตอนที่นางเนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเขาก็ว่านางงามแล้ว แต่พอมาเห็นตอนนี้ความงามเมื่อคืนของนางนั้นเทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของความงามนางตอนนี้เลย

ร่างสูงใหญ่กว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรลุกออกจากโต๊ะทำงานไปนั่งที่โซฟาหนังตัวใหญ่พร้อมกับเรียกให้หญิงสาวเดินเข้าไปหาเพราะเขาอยากรู้เรื่องของนางไม่น้อยว่าทำไมนางจึงดูแปลกนัก

ร่างอรชรนั่งลงบนพื้นอย่างเจียมตัวและรอว่านายท่านที่นั่งอยู่บนโซฟาจะพูดอะไร

“เจ้าเป็นใครมาจากไหน”

“เอ่อ ข้า ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ”

“อย่ามาโกหก” น้ำเสียงเข้มเปล่งออกมาจากร่างสูงใหญ่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่พื้นก้มหน้าตอบเสียงอ่อย จนคนถูกหาว่าโกหกรีบเงยหน้าขึ้นมาแก้ตัวด้วยท่าทางตื่นๆ

“ข้าไม่ได้โกหกเจ้าค่ะ แต่ข้าจำไม่ได้จริงๆ”

“เจ้าจำอะไรไม่ได้”

“ข้าจำไม่ได้เจ้าค่ะว่าข้าเป็นใครหรือข้ามาจากที่ใด ข้าฟื้นขึ้นมาโดยจำอะไรไม่ได้สักอย่างเลยเจ้าค่ะ แม้แต่ภาษาดิลฮามข้าก็ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะพูดได้เจ้าค่ะ และข้าเลยค่อยๆ เข้าใจว่าตัวข้านั้นถูกจับมาเป็นทาสเจ้าค่ะ”

แววตาคมดุสีน้ำตาลทองจับจ้องไปที่ใบหน้างามไม่วางตาอย่างจับผิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป