บทที่ 4 บทที่ 2.2 ความช่วยเหลือ

            “ข้าพูดจริงๆ นะเจ้าค่ะนายท่าน ข้าไม่อาจโกหกผู้มีพระคุณเช่นท่านได้”

“เล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเจ้ามาให้หมด”

และแล้วเรื่องราวทั้งหมดจึงถูกถ่ายทอดออกมามากมายตั้งแต่วันที่นางฟื้นคืนสติขึ้นมาจนถึงวันที่ได้พบกับผู้มีพระคุณเช่นเขา แม้ว่ารัชทายาทหนุ่มจะไม่ค่อยมีสมาธิฟังเท่าที่ควรเพราะมัวแต่เผลอไปจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากแดงอวบอิ่มกับใบหน้านวลขาวของคนเล่าเรื่องมากไปหน่อยจนตัวเขาเองยังแปลกใจกับอาการที่ตัวเองเป็นอยู่ขณะนี้ แต่ก็ไม่วายเอ่ยขู่หญิงสาวที่นั่งอยู่ที่พื้นด้วยน้ำเสียงดุๆ

“แม้ว่าเจ้าจะความจำเสื่อมแต่เจ้าคงรู้นะว่าหากเจ้าโกหกข้าแล้วจะเกิดอะไรขึ้น” รัชทายาทหนุ่มเอ่ยขู่เสียงเย็นแม้ว่าตอนนี้เขาจะเชื่อเธอไปแล้วมากกว่าครึ่งก็ตาม จนคนโดนขู่ตอบกับมาน้ำเสียงสั่นด้วยความกลัวเกรง แต่ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้จะต้องได้รับการตรวจสอบให้แน่ชัดอีกที

“เจ้าค่ะ ข้าไม่มีทางโกหกนายท่านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

“ดี เจ้าออกไปได้แล้ว”

เมื่อหมดเรื่องที่ตัวเองคาใจแล้วชายหนุ่มจึงไล่หญิงสาวออกไปจากห้องเพราะว่าเขามีงานมากมายที่ต้องทำต่อ แต่ก็เหมือนหญิงสาวความจำเสื่อมคนนี้จะซื่อบื้อกว่าที่คิด เพราะว่านางยังคงนั่งบีบมือก้มหน้าไม่ยอมลุกออกไปตามคำสั่ง

“ทำไมยังไม่ออกไปอีก”

“เอ่อ ข้าไม่รู้ว่าควรไปที่ใด บ้านของนายท่านช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน ข้า ข้าขออยู่รับใช้นายท่านที่นี่ได้หรือไม่เจ้าคะ”

หญิงสาวความจำเสื่อมเอ่ยขอกับคนที่ตัวเองคิดว่าเขาเป็นเจ้านายและจ้าวชีวิตของนางอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“ข้าจะทำงาน”

“แต่ว่าข้า ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

คำพูดอ้อนวอนเป็นต้องกลืนลงท้องไปเมื่อนางเงยหน้าขึ้นสบกับนัยตาสีน้ำตาลทองที่ตอนนี้ดูเหมือนว่านายท่านผู้นี้จะไม่พอใจกับความเรื่องมากไม่รู้จักพอของนางเสียแล้ว

เขาช่วยไว้แถมยังให้ตามติดไม่ทอดทิ้งก็ดีเท่าไหร่แล้ว ยังจะมาเรียกร้องโน่นนี้ให้เขารำคาญอีก หญิงสาวความจำเสื่อมได้แต่ก่นด่าความโง่งมของตัวเองในใจพร้อมกับก้มหน้าเดินออกไปตามคำสั่งของเขา

“รินน้ำชาให้ข้า”

สองเท้าบอบบางยังก้าวไม่ทันพ้นประตูห้องก็ต้องหันกลับมาเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจนักกับคำสั่งใหม่ของเจ้าของเสียงเข้มที่นั่งอยู่บนโซฟาเพราะเมื่อกี้นายท่านยังสั่งให้เธอออกไปอยู่เลย

“เจ้าคะ”

“เจ้าไม่รู้จักน้ำชาหรือไง”

“รู้จักเจ้าค่ะ”

“อย่างนั้นก็มารินชาให้ข้า”

สั่งเสร็จเจ้าของร่างสูงใหญ่ก็เดินกลับไปนั่งประจำยังโต๊ะทำงาน ไม่ได้สนใจอดีตนาสทาสหน้าหวานที่ยังยืนงงอยู่

เมื่อรินน้ำชาจากกาใส่ถ้วยเสร็จแล้วหญิงสาวจึงเดินไปเสิร์ฟนายท่านของนางด้านหน้าโต๊ะทำงาน

“มาด้านข้าง เจ้าจะให้ข้าลุกออกไปรับเองหรือไง” เจ้าของคำสั่งพูดติดรำคาญ เรื่องแค่นี้ยังต้องให้บอกอีก

หญิงสาวที่สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงไม่พอใจนั้นจึงรีบเดินเสิร์ฟที่ด้านข้างของเขาเสร็จแล้วก็นั่งลงที่พื้นด่านล่างเพื่อว่าชายหนุ่มจะเรียกใช้อะไรนางอีก

“นี่เจ้าจะอยู่คอยรับใช้ข้าหรือจะมานั่งหลับกันแน่” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจนักเมื่อนั่งทำงานไปได้สักพักแล้วเหลือบสายตาไปยังอดีตทาสสาวที่ตนเองเพิ่งช่วยไว้แล้วเห็นนางนั่งสัปหงกอยู่

“ข้าขอโทษเจ้าค่ะนายท่าน ข้าจะอยู่รับใช้นายท่านเจ้าค่ะ” หญิงสาวสะดุ้งตื่นกับเสียงเข้มๆ นั้นแล้วรีบบอกออกไป

“อย่าให้เห็นว่าเจ้าแอบหลับอีก สำหรับข้ารับใช้คือรับใช้ ให้ออกไปคือให้ออกไป แต่เป็นเจ้าที่ร้องขอจะอยู่รับใช้ข้าที่นี่แต่ดันมาหลับแบบนี้ เจ้าคิดว่ามันควรแล้วเหรอ”

“ข้าขอประทานโทษจริงๆ เจ้าค่ะนายท่าน ข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

หญิงสาวก้มหน้าตอบอย่างสำนึกผิด ถ้าไปรับใช้คนอื่นแล้วทำตัวแบบนี้นางคงถูกตีไปแล้ว ไม่เคยมีใครใจดีแค่ดุเหมือนนายท่านเช่นนี้หรอก

“เงียบได้แล้วข้าจะทำงานต่อ”

“เจ้าค่ะ”

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวด้านล่างสำนึกผิดแล้วรัชทายาทหนุ่มก็ไม่อยากจะอะไรกับนางอีก จริงอยู่ว่านางความจำเสื่อมแถมยังเคยเป็นทาสมาก่อน แต่คนที่มีระเบียบวินัยเช่นเขาก็ทนไม่ได้หากเห็นข้าบริวารของตัวเองทำตัวตามสบายไร้ระเบียบวินัยเช่นนี้

เมื่อนั่งทำงานไปจนถึงเวลาที่นัดหมายพูดคุยกับเสด็จพ่อของตัวเองไว้ชายหนุ่มจึงเอ่ยบอกหญิงสาวที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง

“เดี๋ยวข้าจะไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อเสร็จแล้วจะกลับไปพัก ข้าจะให้นางกำนัลของข้าพาเจ้าไปที่พักของเจ้า”

“คนรับใช้ของข้าจะพาเจ้าไปพักและข้าก็จะไปพักแล้วเช่นกัน” องค์รัชทายาทจำต้องขยายความอีกครั้งเมื่อเห็นว่าหญิงสาวด้านล่างหน้าจะไม่ค่อยเข้าใจคำที่ตัวเองพูดออกมานัก

“ข้าไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากไปรับใช้ท่าน”

“เจ้าอยากไปรับใช้ข้าต่อแบบนั้นอย่างงั้นเหรอ”

ดวงตาคมสีน้ำตาลทองคล้ายมีประกายบางอย่างวิบวับขึ้นมาเมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวร้องขอ

“เจ้าค่ะนายท่าน”

“แล้วเจ้าเคยรับใช้ผู้อื่นมามากน้อยเพียงใดแล้ว”

“เอ่อ ข้าไม่แน่ใจเจ้าค่ะ แต่ แต่ทุกคนที่ข้าเคยรับใช้ล้วนเอ่ยชมข้าทั้งสิ้นเจ้าค่ะ”

คนถูกถามอ้ำอึ้งเพราะนางไม่เคยนับว่าเคยรับใช้ใครมาบ้าง แต่เรื่องที่นางบอกว่าทุกคนล้วนเอ่ยชมนั้นแทบจะไม่เป็นความจริงเลยเพราะนอกจากนางจะความจำเสื่อมแล้วพวกพ่อค้าทาสรวมถึงเหล่าภรรยาของพวกพ่อค้าทาสมักจะด่าว่านางโง่อีกต่างหาก แต่ถ้านางบอกความจริงกับนายท่านไป นางก็กลัวว่าจะไม่ได้อยู่รับใช้ใกล้ชิดกับนายท่านอีกซึ่งนางไม่อยากให้เป็นแบบนั้น โดยหารู้ไม่ว่าคำตอบของนางนั้นพาลให้คนฟังคิดไปคนละทางอย่างสิ้นเชิง

สุดท้ายอดีตทาสสาวก็ต้องเดินคอตกตามคนรับใช้ของนายท่านออกไปเมื่อสุดท้ายแล้วนายท่านไม่ยอมให้นางตามไปรับใช้เขาตามที่นางร้องขอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป