บทที่ 6 บทที่ 3.2 เรื่องเข้าใจผิด

            หญิงสาวความจำเสื่อมขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยอยู่คนเดียวว่าต้องเตรียมตัวอะไรอีกแต่ไม่ทันจะได้ถามออกไปคนรับใช้ของนายท่านก็เดินออกไปจากห้องนางซะแล้ว

ครั้นพอตกเย็นความสงสัยของนางก็กระจ่างในคำว่าเตรียมตัวที่คนรับใช้ของนายท่านได้บอกกับนางเมื่อเช้านี้ เพราะตอนนี้นางโดนเหล่าคนรับใช้ของนายท่านลากไปอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณเหมือนในคราแรกที่นางเพิ่งมาถึงที่นี่ แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะว่าการอาบน้ำขัดตัวครั้งนี้นานกว่าคราแรกเป็นอย่างมากจนนางคิดว่าเนื้อหนังตามร่างกายของนางอาจจะเปื่อยยุ่ยติดมือเหล่าคนรับใช้ของนายท่านไปแล้วก็ได้ เพราะเหล่าคนรับใช้ของนายท่านทั้งสี่คนต่างพากันขัด พากันพอกอะไรต่อมีอะไรก็ไม่รู้ตามร่างกายและเส้นผมของนางอย่างแข็งขัน จนตอนนี้นางอายจนไม่รู้จะอายยังไงแล้วแม้ว่านี่จะเป็นครั้งที่สองกับการที่นางต้องมาเปิดเผยเนื้อตัวใต้ร่มผ้าให้ใครต่อใครเห็นแม้ว่าจะเป็นผู้หญิงด้วยกันก็ตาม แต่นางก็ไม่อยากขัดขืนถ้านายท่านของนางต้องการเช่นนั้น

“เรียบร้อยแล้ว”

คนรับใช้ของนายท่านที่หวีผมดำขลับยาวสลวยจนถึงบั้นเอวให้นางเป็นคนสุดท้ายพูดขึ้นพร้อมกับพานางเดินไปตูตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่

หญิงสาวที่โดนจับแปลงโฉมครั้งใหญ่แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าหญิงสาวที่อยู่ในกระจกนั้นคือตัวของนางเอง

นางพอจะรู้ว่าตัวเองนั้นสวยแต่นางไม่คิดว่าตัวเองนั้นจะสวยงามเปล่งประกายได้ขนาดนี้เพราะที่ผ่านมานางไม่เคยที่จะสนใจรูปลักษณ์ของตัวเองเลย กลับพอใจสภาพเปรอะเปื้อนดินทรายของตัวเองด้วยซ้ำในตอนที่เป็นทาสเขาอยู่ และเมื่อนางได้รับความช่วยเหลือให้เข้ามาอาศัยในบ้านหลังใหญ่ของนายท่าน นางก็แค่รักษาความสะอาดของร่างกายไม่ให้มอมแมมเหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ไม่ได้คิดจะแต่งตัวเพิ่มความงามให้ตัวเองแต่อย่างใด

“เจ้างดงามมากจริงๆ”

นางกำนัลคนนึงอดที่จะเอ่ยชมความงามของหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้กับความงดงามที่ได้เห็น พลางคิดในใจว่าองค์รัชทายาทช่างมีสายพระเนตรแหลมคมนัก

“เรารีบไปกันได้แล้ว อย่าให้องค์รัชทายาททรงรอนาน”

เสียงหัวหน้านางกำนัลเอ่ยขึ้นทำให้เหล่านางกำนัลที่เหลือรีบจัดแจงหน้าผม และชุดของหญิงสาวความจะเสื่อมอีกครั้งทันทีก่อนที่จะพานางไปถวายให้องค์รัชทายาท

“เอ่อ คือว่าทำไมชุดของข้าถึงเป็นเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ” หญิงสาวถามอย่างสงสัยพลางใช้มือลูบไปตามชุดสีชมพูเนื้อบางที่แทบไม่ปกปิดร่างกายของนางเลย แล้วหากนางไม่ระวังชุดนี้เป็นต้องหลุดร่วงออกไปจากร่างนางเป็นแน่ แล้วเช่นนี้นางจะคอยรับใช้นายท่านอย่างสะดวกได้อย่างไร

“ข้าไม่ได้จะให้เจ้าเดินไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาททั้งแบบนี้หรอก” หัวหน้านางกำนัลพูดขึ้นพร้อมกับสั่งให้นางกำนัลคนหนึ่งไปหยิบชุดคลุมผืนหนาสีทองรวดลายงดงามมาคลุมร่างให้ว่าที่นางบำเรอแสนสวยอีกชั้นหนึ่ง

ว่าที่นางบำเรอขององค์รัชทายาทเดินตามหลังของหัวหน้านางกำนัลไปตามทางเดินทอดยาวลึกเข้าไปด้านในของตำหนักองค์รัชทายาทซึ่งเป็นที่ที่หญิงสาวไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้ามาเลยสักครั้ง

เมื่อได้รับอนุญาตแล้วหัวหน้านางกำนัลจึงพาหญิงสาวเข้าไปถวายแก่องค์รัชทายาทในห้องบรรทม ซึ่งเป็นห้องบรรทมที่พระองค์มีไว้สำหรับเหล่านางบำเรอโดยเฉพาะ

หญิงสาวตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเข้ามาถึงห้องนอนของนายท่านแล้วคนรับใช้ของนายท่านก็ได้ถอดชุดคลุมสีท่องอร่ามที่ใช้คลุมตัวของนางมาออกอย่างรวดเร็วและนางก็ไม่ใคร่จะกล้าดึงชุดคลุมนั้นไว้เท่าใดนักเมื่อเห็นว่าดวงตาคมเข้มสีทองตรงหน้ากำลังมองมาที่นางคล้ายไม่พอใจ

“นะ นายท่าน”

หญิงสาวตัวแข็งทื่ออย่างประหม่าเมื่อหลังจากที่คนรับใช้ของนายท่านเดินออกไปแล้วนายท่านก็เข้ามาจูงข้อมือนางให้เดินตามไปที่เตียง

ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์นั่งอยู่บนแท่นบรรทมพร้อมกับก้มหน้ามองหญิงสาวที่ตนเองจูงแขนมาเมื่อครู่ ที่พอเขานั่งลงบนเตียงเจ้าหล่อนกลับนั่งแหมะอยู่บนพื้นมองเขาตาแป๋วไม่เริ่มปรนนิบัติเขาสักทีทั้งๆ ที่นางปล่อยให้เขารอมานานหลายวัน

“ทำไมยังนั่งนิ่งอยู่อีก”

“เจ้าคะ นายท่านต้องการจะให้ข้าทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ” นางถามออกไปอย่างไม่เข้าใจจริงๆ ว่านายท่านต้องการให้นางทำสิ่งใดให้กันแน่

“เป็นเจ้าที่ร้องขอจะมาปรนนิบัติข้า”

“เจ้าค่ะ ข้าอยากปรนนิบัติรับใช้นายท่านเจ้าค่ะ”

“อุ๊ย นายท่าน! จะทำอะไรเจ้าคะ!” หญิงสาวร้องอย่างตกใจเมื่ออยู่ๆ นายท่านที่นั่งอยู่บนที่นอนก็ก้มลงมาคว้าตัวนางที่นั่งอยู่บนพื้นให้ขึ้นไปนั่งข้างเขา เสร็จแล้วจมูกคมสันกับริมฝีปากหยักลึกก็ก้มลงมาซุกไซ้ซอกคอของนางอย่างรวดเร็ว รวมทั้งฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งของนายท่านก็บีบขยำหน้าอกของนางผ่านเนื้อผ้าแสนบางอย่างหนักหน่วง

“นายท่านเจ้าคะ อย่าเจ้าค่ะ”

“อะไรของเจ้า”

“นายท่านจะทำอะไรข้าเจ้าคะ”

“ข้าก็กำลังทำในสิ่งที่เจ้าร้องขอไง”

พูดชายหนุ่มก็โถมตัวทาบทับหญิงสาวลงไปกับที่นอนพร้อมทั้งใช้ฝ่ามือหนาแหวกชุดคลุมสีหวานแสนบางเบาจนแทบไม่ปกปิดอะไรออกจากร่างเย้ายวน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป