บทที่ 7 บทที่ 3.3 เรื่องเข้าใจผิด

            “ข้าหรือเจ้าคะที่ร้องขอ” หญิงสาวถามออกไปหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นว่านายท่านเอาแต่จ้องหน้าอกเปลือยเปล่าของนาง ไม่ได้มองที่หน้าของนางเลยสักนิดระหว่างที่สนทนากัน

“ใช่ เป็นเจ้าเองที่ร้องขอจะมาปรนนิบัติข้าเช่นนี้”

“ไม่ใช่นะเจ้าคะ ข้าไม่ อ้า” หญิงสาวตอบได้ไม่เต็มเสียงนักเพราะอยู่ๆ นายท่านของนางก็ก้มหน้าลงไปใช้ริมฝีปากของเขาเข้าครอบครองดูดกลืนยอดทรวงสีชมพูระเรื่อของนาง

“นายท่านเจ้าคะ” คนที่โดนลิ้นร้ายตะหวัดลิ้มชิมรสยอดทรวงอย่างหิวกระหายรีบเรียกเจ้าของลิ้นร้ายอีกครั้งเพื่อจะบอกว่าเขาเข้าใจนางผิด ก่อนที่อะไรจะสายเกินไป

“อะไรอีก” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างขัดใจก่อนที่จะผละริมฝีปากออกแล้วย้ายมาครอบครองดูดกลืนยอดอกสีหวานอีกข้างหนึ่งแทน

“ข้า ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นนะเจ้าคะ”

เจ้าของเต้าทรวงอวบอัดแสนหวานพยายามอธิบายแม้ว่าตอนนี้นางจะเริ่มรู้สึกแปลกๆ กับร่างกายของตัวเองแล้วก็ตาม

“ข้าหมายความว่าปรนนิบัตินายท่านเหมือนเช่นทุกครั้ง ไม่ใช่บำเรอชายเช่นนี้”

“เจ้าจะบอกว่าเป็นข้าเองที่เข้าใจผิดอย่างนั้นเหรอ”

ในที่สุดเจ้าของริมฝีปากร้ายก็เงยหน้าขึ้นมาถามอดีตทาสสาวด้วยสายตาจริงจัง แต่เมื่อเห็นนางนิ่งเงียบแล้วเอาแต่หลบสายตาเขาจึงผละห่างออกจากร่างของนางแม้ว่าจะเสียดายอยู่มากก็ตาม

“เจ้าออกไปได้แล้ว”

“ข้าบอกให้เจ้าออกไปได้แล้วไง” ชายสูงศักดิ์ที่เป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งประเทศดิลฮามเอ่ยออกไปอีกครั้งเมื่อเห็นร่างเย้ายวนที่กำลังตัวสั่นอยู่บนนอนยังไม่ยอมขยับไปไหน

คนอย่างเขาที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อกระษัตริย์ถึงแม้จะอยากได้อดีตนางทาสแสนหวานตรงหน้านี้เพียงไร แต่ถ้าจะให้ขืนใจสตรีนางใดแล้วล่ะก็จะต่างอะไรกับพวกโจรชั่วกัน ช่างไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี

หญิงสาวยังคงมึนงงและตกใจกับการกระทำของนายท่านที่นางเทอญเทินแต่ก็รีบใช้มือจัดแต่งชุดของตัวเองให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับรีบสาวเท้าออกไปจากห้องเมื่อเห็นว่านายท่านของนางเริ่มจะอารมณ์ไม่ดีเสียแล้ว

เมื่ออดีตนางทาสออกไปแล้ว เจ้าของร่างองอาจจึงเอ่ยเรียกทหารที่เฝ้ายามอยู่หน้าห้องเสียงดังตามอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่ในร่างกาย และเขาจะต้องได้รับการปลดปล่อยเดี๋ยวนี้

“มีใครอยู่หน้าห้อง! ส่งคนไปตามนางบำเรอของข้ามาสองคน!”

“พะยะค่ะ”

เสียงเข้มที่ได้ยินตามมาด้านหลังทำให้เจ้าของเท้าบอบบางรีบจ้ำเท้าเดินเร็วขึ้นกว่าเดิม

หญิงสาวใช้แขนทั้งสองข้างกอดตัวเองไว้แน่นเพื่อปกปิดเนื้อตัวจากสายตาผู้อื่นโดยนางก็ไม่รู้ว่าหน้าห้องของนายท่านมีลูกน้องของเขาอยู่มากน้อยเท่าไหร่เพราะนางเอาแต่ก้มหน้าเดินไม่คิดจะเงยหน้ามองใคร

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าถึงออกมาแบบนี้” หนึ่งในนางกำนัลที่ต้องอยู่รอรับนางบำเรอคนใหม่กลับที่พักหลังจากถวายงานให้องค์รัชทายาทเสร็จแล้วถามขึ้นอย่างสงสัยเมื่อเห็นคนที่เพิ่งเข้าไปด้านในได้ไม่นานแต่ก็กลับออกมาซะแล้ว

“เอ่อ คือข้า”

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วนั่นทหารยามนี่ เจ้าทำอะไรให้องค์รัชทายาทไม่พอใจอย่างนั้นเหรอ” นางกำนัลยังคงถามต่อพร้อมกับรีบคลุมเสื้อคลุมสีทองผืนหน้าให้แก่หญิงสาวตรงหน้าเพื่อปกปิดร่างเย้ายวนเอาไว้

“ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ นายท่านไล่ข้าออกมา” หญิงสาวตอบด้วยเสียงสั่นๆ อย่างคนที่ยังตกใจไม่หายและยังไม่ค่อยแน่ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เท่าใดนัก

“เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นก็รีบกลับไปที่พักกันก่อนเถอะ”

นางกำนัลรีบชวนหญิงสาวกลับที่พักเพราะหากพวกนางยังอยู่นี่ก็กลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหากองค์รัชทายาททรงไม่พอพระทัยจนถึงขนาดไล่หญิงสาวตรงหน้านางออกมาแบบนี้

“เอ่อ ข้าขอถามอะไรหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่พวกนางเดินสวนกับหญิงงามสองคนที่นางเคยเห็นหน้าคร่าตาคนทั้งคู่อยู่บ้างเพราะอยู่ตึกเดียวกันแต่ก็ไม่เคยพูดคุยอะไรกัน แล้วตอนนี้พวกนางพร้อมกับเหล่าคนรับใช้ของนายท่านก็กำลังเดินมุ่งหน้าไปในทิศทางที่นางเพิ่งเดินมา

“เจ้ามีอะไรอย่างนั้นเหรอ”

“คือว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่ตึกนี้มีหน้าที่ทำอะไรกันบ้างหรือเจ้าคะ”

“เจ้าถามอะไรของเจ้ากันน่ะ ทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่รวมถึงตึกข้างๆ นั้น พวกนางล้วนแล้วแต่เป็นนางบำเรอขององค์รัชทายาททั้งสิ้น เจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้เรื่องนี้น่ะ” นางกำนัลย้อนถามอย่างสงสัย และดูเหมือนสิ่งที่นางกำนัลผู้นี้สงสัยจะเป็นจริงเพราะหญิงสาวที่โดนย้อนถามเอาแต่บีบมือตัวเองพลางหลบสายตาและไม่ตอบคำถามนาง

“ที่พระองค์ทรงไล่เจ้าออกมาก็เป็นเพราะเรื่องนี้ใช่หรือไม่”

“ข้า ข้าไม่รู้ ข้าคิดว่านายท่านจะเรียกข้าไปปรนนิบัติรับใช้อย่างที่ผ่านมาก็เท่านั้น ข้าไม่คิดว่าข้าจะต้องไปบำเรอนายท่าน”

หญิงสาวบอกออกไปตามที่เธอเคยคิดจริงๆ จนนางกำนัลตรงหน้าถึงกับเหนื่อยใจ แต่นางก็พอจะเข้าใจว่าหญิงสาวผู้นี้ความจำเสื่อมอยู่ แต่ก็อดที่จะพูดหรือถามในสิ่งที่ตนเองยังสงสัยอยู่ไม่ได้เช่นกัน

“องค์รัชทายาททรงดีกับเจ้ามากนะ ทำไมเรื่องถึงกลายเป็นเช่นนี้ได้ แล้วอีกอย่างพระองค์ไม่เคยบังคับหญิงใดให้ไปเป็นนางบำเรอของพระองค์แม้แต่คนเดียวหากพวกนางไม่เต็มใจ แล้วทำไมเจ้าถึงพูดเหมือนกับว่าเจ้าไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องไปเป็นนางบำเรอของพระองค์เช่นนี้ได้ล่ะ”

อดีตนางทาสได้แต่ฟังและคิดตามทั้งคำพูดและคำถามของคนรับใช้ของนายท่านตรงหน้า และตอนนี้นางก็พอจะเข้าใจแล้วว่าคงเป็นเพราะนางเองที่ทำให้นายท่านเข้าใจอะไรผิดไปแบบนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป