บทที่ 11 นกน้อยในกรงทอง
เพียงดาวละสายตาจากหน้าต่าง หัวใจเริ่มเต้นแรง ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่เธอซ่อนอยู่ภายในจะเริ่มละลายหรือไม่ ผู้ชายคนนี้อันตรายมากเหลือเกิน ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งหวั่นไหว เธอไม่อยากให้ความรู้สึกเมื่อก่อนมันหวนย้อนกลับคืนมา สิ่งที่เขาทำกับเธอ มันคือสิ่งที่เธอรับไม่ได้จริงๆ เธอควรจะอยู่ห่างๆ เขาไว้ มันดีที่สุดสำหรับเธอ
ทันทีที่เครื่องบินส่วนตัวลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ แทนคุณไม่รอช้า เขาพาเพียงดาวตรงไปยังรถยนต์หรูของเขา เป้าหมายคือพาเธอไปที่คอนโดหรูของเขา ร่างสูงใหญ่จอดรถหน้าตึก เพียงดาวถูกบังคับลงจากรถด้วยแรงกายของเขา
"เอื้อยต่อไปที่นี่จะเป็นบ้านของเรา" แทนคุณพูดเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมจับจ้องเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น คำพูดของเขามันทำให้เพียงดาวไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอก็มีบ้านของเธอ แล้วจะให้ที่นี่เป็นบ้านของเธอได้อย่างไร
"บ้านของพี่ไม่ใช่บ้านของเอื้อย เอื้อยมีบ้านของเอื้อย ส่งเอื้อยกลับบ้านเอื้อยสิ เอื้อยไม่อยากอยู่ที่นี่ ปล่อยเอื้อยออกไปนะ" เพียงดาวสบตาเขา น้ำเสียงสั่นแต่เต็มไปด้วยความโกรธ เขาจะเผด็จการเกินไปแล้ว เขาไม่ถามเธอสักคำว่าเธออยากอยู่ที่นี่หรือเปล่า
"พี่ไม่มีทางส่งเอื้อยกลับบ้าน ตอนนี้เอื้อยต้องอยู่ที่นี่ แต่ถ้าเอื้อยอยากกลับจริงๆ แล้วเอื้อยยอมบอกความจริงพี่สิ เหตุผลอะไรทำไมเอื้อยถึงไม่ยอมแต่งงานกับพี่ พี่ก็อาจจะปล่อยเอื้อยกลับไปก็ได้นะ" แทนคุณเพียงยกยิ้มบางๆ เขากำลังกดดันให้เธอบอกความจริงถึงสิ่งที่อยู่ในใจเธอ เขาไม่รู้หรอกว่ามันเรื่องอะไรแต่เขาต้องรู้ความจริงให้ได้
เพียงดาวกัดฟันแน่น น้ำตาคลอ เธอรู้สึกเหมือนนกน้อยในกรงทอง ถูกขังอยู่ในคอนโดสุดหรูที่ทุกอย่างจัดไว้เพื่อเธอ แต่เธอไม่มีสิทธิ์เลือกใดๆ เธอเดินไปรอบๆ ห้อง มองไปยังระเบียงใหญ่ เพียงดาวเงยขึ้นสูงเห็นวิวเมืองที่สวยงาม แต่กลับรู้สึกอึดอัดเต็มอก ทำไมเขาทำเหมือนเธอไม่มีหัวใจ นึกอยากจะถามเธอก็ขัง เธอเป็นคนเธอมีหัวใจ แค่เธอไม่ยอมแต่งงานกับเขา เขาต้องทำกับเธอขนาดนี้เชียวหรือ
"นกน้อยในกรงทองที่โคตรไม่มีอิสระ ถ้าพี่แทนถูกทำแบบนี้บ้าง พี่แทนจะมีความสุขมั้ย" เธอระบายความโกรธเสียงดัง
"พี่เข้าใจ พี่รู้ว่าเอื้อยโกรธ แต่เชื่อพี่เถอะ ทุกอย่างที่พี่ทำ พี่ทำเพราะว่าพี่อยากมีเอื้อยในชีวิตของพี่" แทนคุณยืนอยู่ใกล้ๆ มือหนายกขึ้นลูบผมของเธอเบาๆ สายตาจะเข้มพยายามที่จะจ้องมองไปที่ดวงตาของเพียงดาว เพียงดาวพยายามเบี่ยงหลบ แต่เธอก็หลบไม่พ้น
"เห็นแก่ตัวที่สุด อยากมีเอื้อยในชีวิต แล้วไม่ถามเหรอ ว่าเอื้อยอยากอยู่ในชีวิตของพี่หรือเปล่า" เพียงดาวหันหน้าหนี น้ำเสียงสั่น ยิ่งได้ฟังเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเห็นแก่ตัว เธอจะทำยังไงกับผู้ชายคนนี้ เธอเหนื่อยจริงๆ
"เอื้อยพี่อาจจะยังไม่เข้าใจทุกอย่าง แต่พี่จะรอและไม่ปล่อยให้เอื้อยหนีไปไหนอีกแล้ว จนกว่าเอื้อยจะยอมเปิดใจ และเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ฟัง" แทนคุณก้าวเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด
เพียงดาวนั่งลงบนโซฟา กำมือแน่น สายตาเต็มไปด้วยความโกรธ ความผูกพันเก่าๆ มันกำลังทำให้เธอรู้สึกหวั่นใจไม่น้อย ถ้าเธออยู่แบบนี้กับเขา มีหวังเรื่องราวมันบานปลายไปใหญ่โตเธออาจจะตัดสินใจทิ้งเขาไม่ลงก็ได้ เพียงดาวเลยลองตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เพื่อที่จะไปให้พ้นจากตรงนี้
เธอวิ่งไปที่ประตูคอนโด ลองดึงมือกด แล้วผลักแรงๆ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นผล ประตูห้องและระบบล็อคไฟฟ้าที่ทันสมัย แน่นหนาเกินกว่าที่เธอจะฝ่าฝืน
“ไม่!! ทำไมมันล็อคแบบนี้ ปล่อยฉันออกไป” เธอร้องด้วยเสียงโกรธ ปากสั่น น้ำตาคลอ เธอหมุนตัวไปที่หน้าต่างระเบียง แต่รั้วและกระจกหนาทำให้หนีออกไปไม่ได้
แทนคุณยืนอยู่ด้านหลัง สายตาคมจับจ้องเธอ แต่แทนที่จะหงุดหงิด เขากลับยิ้มบางๆ แฝงความขบขัน
“ดูเหมือนนกน้อยในกรงทองจะพยายามบินหนีอีกแล้วนะ” เสียงทุ้มต่ำแต่ปนหัวเราะ ทำให้เพียงดาวหันมามองเขาด้วยความโกรธ
“พี่ขำอะไรนี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะ ปล่อยเอื้อยออกไป" เธอพูดเสียงสูง พลางดิ้นรนต่อ
"เอื้อย พี่ไม่ได้ขำเพราะเยาะเย้ย แต่ที่นี่คือคอนโดของพี่ แล้วมันจะหนีไปได้ไง นี่มันชั้นที่เท่าไหร่" แทนคุณก้าวเข้าใกล้ๆ ช้าๆ ยืนมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด
"ก็เอื้อยไม่อยากอยู่ที่นี่นี่นา ทำไมพี่ต้องทำให้เอื้อยรู้สึกเหมือนถูกขัง" เพียงดาวสบตาเขา แววตาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เธอหายใจแรง ความโกรธและความอึดอัดผสมกับความรู้สึกไม่เข้าใจตัวเอง
"เชื่อพี่เถอะ ทุกอย่างที่พี่ทำ พี่มีเหตุผลเสมอ"แทนคุณก้าวเข้าใกล้เธออีกนิด มือหนาแตะเบาๆ บนไหล่
"เหตุผลบ้าๆ บอๆ ของพี่น่ะสิ เหตุผลที่คิดเองเออเองเข้าใจไปเองคนเดียว" เพียงดาวกัดริมฝีปากแน่น น้ำตาคลอ สายตาเต็มไปด้วยความโกรธและความท้าทาย
"ไม่ว่าเอื้อยจะพูดยังไงก็ต้องเป็นนกน้อยในกรงทองของพี่ไปก่อนนะ" แทนคุณยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความขบขันในใจ แต่สายตายังคงจริงจัง
เพียงดาวสบตาเขา เธอพยายามดิ้นต่อ แต่ก็เริ่มรู้สึกถึงความหนักแน่น และอำนาจที่แทนคุณมีเหนือเธออย่างเห็นได้ชัด
"พี่บอกแล้วไงว่าถ้าเอื้อยบอกว่าทำไมเอื้อยถึงโกรธพี่ พี่ก็อาจจะปล่อยเลยกลับบ้านก็ได้" แทนคุณนั่งลงบนโซฟาใกล้เพียงดาว พยายามปรับน้ำเสียงให้เบาแต่จริงจัง
"เอื้อยไม่อยากพูด แล้วก็ไม่มีอะไรต้องพูดทั้งสิ้น" เพียงดาวเงียบ นั่งกอดเข่าของตัวเองแน่น ดวงตาหลบสายตาเขา น้ำเสียงสั่นแต่หนักแน่น
"เอื้อยพี่แค่อยากเข้าใจว่าทำไมเอื้อยถึงเปลี่ยนไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอื้อยอยากแต่งงานกับพี่" แทนคุณเลิกคิ้วอย่างสงสัย มือหนาลูบผมเบา ๆ พยายามเอาใจ
"ก็เอื้อยบอกแล้วไงว่าเอื้อยไม่อยากพูด พี่จะเข้าใจอะไรได้บ้าง คนมันไม่พร้อมพูดก็ไม่พร้อมสิ" เพียงดาวกัดริมฝีปากแน่น น้ำตาคลอ เธอสะบัดหน้าเล็กน้อย
"พี่ไม่รู้นะเอื้อยว่าทำไมเอื้อยถึงโกรธ แต่พี่จะรอ จะไม่ยอมแพ้ จนกว่าเอื้อยจะยอมบอกความจริงกับพี่" แทนคุณสูดลมหายใจลึก ดวงตาคมจับจ้องเธออย่างไม่ละสายตา
"ไม่มีวันนั้นหรอก ไม่ว่าจะทำยังไง เอื้อยก็ไม่บอก" เพียงดาวส่ายหน้า น้ำเสียงสั่น คำตอบของเธอมันทำให้รู้ว่า มันมีเหตุผลจริงๆ นั่นแหละ แต่เธอแค่ไม่ยอมบอกเขา และเขาต้องรู้ความจริงให้ได้ ไม่ว่ายังไงเขาจะไม่มีทางปล่อยมือจากเธอ
"งั้นพี่ก็จะรอ รอจนกว่าเอื้อยพร้อมที่จะบอก แล้วพี่จะไม่ไปไหน พี่จะอยู่ตรงนี้ อยู่จนกว่าพี่จะรู้ความจริง" แทนคุณนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความสงสัยและความมุ่งมั่น
เพียงดาวนั่งนิ่ง มือยังคงกำเข่าของตัวเอง น้ำตาไหลเบาๆ ภายในใจเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างความโกรธและความผูกพันเก่าๆ มันทำให้เพียงดาวสับสนไปหมด แล้วร่างสูงของเขาก็ไม่ยอมห่างเธอแม้แต่น้อย
เพียงดาวยืนอยู่ริมระเบียง ควบคุมลมหายใจตัวเองอย่างยากลำบาก สายตาจับจ้องไปยังท้องฟ้าเมืองกรุงเทพฯ แต่ก็รู้ว่าตัวเองไม่มีทางหนีออกไปไหนได้ ถ้าจะหนีได้ก็คงหนีไปจากโลกนี้เท่านั้นสินะ
ในที่สุดเพียงดาวก็ถอดใจ เธอเดินมานั่งลงบนโซฟา กำมือแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม ความโกรธและความอึดอัดผสมกันเต็มอก เธอรู้สึกเหมือนทั้งโลกถูกปิดกั้นรอบตัว ความโมโหที่เธอเก็บสะสมมานานระเบิดออกมาเต็มที่ แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย ได้แต่อยู่ตรงนี้ แล้วก็รอว่าเมื่อไหร่เขาจะปล่อยเธอเป็นอิสระ
