บทที่ 6 เรื่อง บำเรอร้ายเพื่อนสนิท ตอนที่ 5 หลบหน้า

ตอนที่ 5 หลบหน้า

วันจันทร์

ตลอดวันหยุดคนตัวเล็กไม่พูดคุยกับใครเลย เธอไม่รับสายของผู้ชายคนนั้นที่โทรมาหา เธอรู้ว่ายังไงก็คงหนีไม่พ้นแต่ก็ไม่อยากที่จะพูดคุยอะไรกับชายหนุ่มอีก คนตัวเล็กเดินเข้ามาในห้องเรียนก่อนจะเห็นชลิตาที่นั่งอยู่ เธอจึงส่งยิ้มให้เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่คนเดียว สายตาของปณิตากวาดหาเพื่อนคนอื่น ๆ แต่เห็นเพียงกระเป๋าไม่เห็นตัวนั่นก็พอเดาได้ว่าพวกเขามาแล้ว

“พวกมันไปเข้าห้องน้ำคงไม่พ้นแวะสูบบุหรี่ด้วย”

“อ๋อ”

“ว่าแต่เสาร์อาทิตย์เธอไปไหนมา ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน ในกลุ่มก็ไม่ตอบ”

“เราไปบ้านมาน่ะ พอดียุ่ง ๆ เลยไม่ได้ตอบขอโทษนะ” ชลิตาพยักหน้ารับรู้ไม่อยากจะซักถามอะไรเพื่อนไปมากกว่านี้ ปกติเธอเองก็ไม่ใช่คนเซ้าซี้อะไรอยู่แล้วด้วย

“มาแล้วเหรอ” เป็นเสียงรชตเอ่ยทักขึ้น ทำให้ปณิตาหันหน้าไปมองก่อนจะเห็นสายตาของใครอีกคนที่เดินตามหลังรชตเข้ามา เธอหลบสายตาทันทีก่อนจะพยักหน้าตอบกลับรชตไป

“ไปเที่ยวไหนมา เงียบไปเลย”

“ไม่ได้ไปไหน กลับบ้านน่ะ” เธอตอบก่อนจะนั่งลงไม่ได้สนใจใครอีก ประจวบเหมาะที่อาจารย์เข้ามาสอนพอดี เธอรับรู้ถึงสายตาของใครอีกคนที่มองมาอยู่ตลอดแต่ก็พยายามไม่สนใจจนกระทั่งผ่านไปสักพักใหญ่ อาจารย์สั่งงานแล้วก็เดินออกไปจากห้อง ปกติวิชาที่เรียนในวันนี้ไม่ค่อยมีอะไรมาก อาจารย์มักจะสั่งงาน ไม่งานกลุ่มก็งานเดี่ยวอะไรทำนองนี้

“รัชนีให้ทำงานเดี่ยว เซ็งเลย” ปรเมศวร์พูดขึ้น ปกติเวลาทำงานกลุ่มชายหนุ่มจะเป็นคนออกเงินและให้เพื่อนทำให้

“ก็ดีแล้วนายจะได้ทำเองบ้างไง” ชลิตาอมยิ้มอย่างขบขันเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อน

“เดี๋ยวเรากลับก่อนนะ” ปณิตาเก็บของใส่กระเป๋าพร้อมกับลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยบอกเพื่อน ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรหญิงสาวก็เดินออกไปแล้ว

“อ้าว รีบไปไหน” ชลิตาทำหน้างง ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของจิรภัทรจะลุกขึ้นเหมือนกัน

“ไปก่อนนะ มีธุระ” เขาพูดเพียงแค่นั้นก็เดินจ้ำอ้าวออกไปจากห้องเรียน

สีหน้าเรียบนิ่งของชายหนุ่มเผยออกมา ก่อนจะก้าวขายาว ๆ ตามหญิงสาวที่ดูเหมือนจะรีบเดินหนีเขาไป แต่มีหรือที่เธอจะหนีเขาได้ทัน ชายหนุ่มเป็นคนขายาวอยู่แล้วด้วย วิ่งไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอแล้ว

“มานี่” เขาไม่พูดเปล่าแต่ยังดึงแขนหญิงสาวให้ตามเขามาอีกด้วย ปณิตาไม่คิดทำตามที่ชายหนุ่มสั่ง เธอสะบัดแขนออกจากมือของชายหนุ่มทันที การกระทำนั้นมันทำให้จิรภัทรหันหน้ามองอย่างไม่สบอารมณ์ แค่ที่เธอหลบหน้าหลบตาเขาก็ทำให้เขาหงุดหงิดพอทนแล้ว

“อย่ามาท้าทายฉันนะปลา”

“อย่ามายุ่งกับเรานะเจมส์”

“ทำไมจะยุ่งไม่ได้ ในเมื่อฉันเป็นผัวเธอ”

“ไม่ใช่ เจมส์อย่ามาพูดแบบนี้นะ เรื่องของเรามันจบตั้งแต่คืนนั้นแล้ว”

“งั้นเหรอ เอาไงดีล่ะ ฉันไม่อยากจบ” ปณิตาทำหน้าไม่พอใจออกมา เธอไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ทำไม ในเมื่อหน้าที่เธอมันจบแล้วแท้ ๆ เธอขายเขาซื้อและก็จบตั้งแต่วันนั้นแล้ว

“มานี่ อย่าให้พูดเยอะ” เขาพูดบอกพร้อมกับรั้งแขนของหญิงสาวมายังรถหรูของตนเองที่จอดอยู่ ปณิตาไม่อยากไปกับเขาแต่พอเห็นกลุ่มเพื่อนที่กำลังเดินมาเธอก็ไม่มีทางเลือกจึงรีบขึ้นรถเขาไปทันที ดีหน่อยที่รถของจิรภัทรติดฟิล์มดำคนข้างนอกมองไม่เห็นข้างใน ท่าทีของหญิงสาวมันทำให้ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้น ดูเหมือนเขาจะมีวิธีกำราบเธอให้อยู่ใต้อาณัติแล้ว

คนตัวสูงขับรถออกไปจากมหาวิทยาลัย ทำให้ปณิตาที่เห็นว่าออกมาถนนเส้นหลักแล้วก็หันหน้าไปหาชายหนุ่มก่อนจะบอกให้เขาจอดรถ แต่ทว่าคนหน้ามึนก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมาและก็ไม่ได้ทำตามคำพูดของเธอด้วยเหมือนกัน

“เจมส์ เราบอกให้จอดไง”

“ไม่จอด เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“แต่เราไม่มี” ปณิตาตอบกลับไป เธอไม่อยากจะพูดคุยอะไรกับชายหนุ่มทั้งนั้นแหละ บอกตามตรง ในใจตอนนี้ของเธอคือพังไปหมดแล้ว เธอไม่โทษเขาหรอก แต่เธอโทษตัวเอง ไม่คิดเลยว่าเธอจะไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนตัวเองได้

จิรภัทรหันหน้ามองคนตัวเล็กอย่างคาดโทษ แต่เขาก็ไม่ได้พูดตอบอะไรออกไปอีก จนกระทั่งชายหนุ่มขับรถมาถึงคอนโดหรูของตนเอง เขาจึงดับเครื่องยนต์พร้อมเปิดประตูลงจากรถไป หญิงสาวจำได้ดีว่าที่นี่ที่ไหน เวลาทำรายงานเธอก็เคยมาทำที่ห้องของเขา แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะพาเธอมาที่นี่ทำไม

“ลงดิ”

“เจมส์ เราอยากจะคุยให้รู้เรื่อง เจมส์ไม่ควร…”

“จะคุยก็ไปคุยข้างบน” เขาพูดแค่นั้นก็เดินหันหลังทันที ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังสับสนกับสถานการณ์ในตอนนี้ได้แต่ขบคิดทุกอย่างในหัวก่อนจะถอนหายใจออกมา ท้ายที่สุดคนตัวเล็กก็จำใจเดินตามชายหนุ่มขึ้นไป เพราะเธอต้องการจบเรื่องนี้แล้ว ไม่อยากให้ความอึดอัดใจเกิดขึ้นมากไปกว่านี้อีก

รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มเผยออกมาเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเดินตามเขาเข้ามาในลิฟต์ ทุกอย่างอยู่ในความเงียบจนกระทั่งมาถึงชั้นที่เขาพักอาศัยอยู่ ปณิตาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น รู้สึกประหม่าขึ้นมาถึงแม้จะเคยเข้ามาในห้องนี้แล้วก็เถอะ แต่พอมาอยู่สองต่อสองกับชายหนุ่มมันทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ

“เจมส์ เราอยากให้เรื่องทุกอย่างมันจบ”

“ถ้าบอกว่าไม่จบ” ชายหนุ่มใช้สายตาจ้องมองคนตัวเล็ก จู่ ๆ ภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นก็เข้ามาในหัวของชายหนุ่มอีกครั้ง ทุกอย่างมันดีมากจริง ๆ ดีจนเขาเองก็ไม่คิดว่าเธอจะทำให้เขาพอใจได้มากขนาดนี้

“เจมส์!”

“ไปไหนมา ทำไมไม่ยอมรับสาย คิดจะหลบหน้าเหรอ แล้วหลบได้ไหม ก็ไม่ ทำอะไรสิ้นคิด” เธอรู้ว่าหลบไม่ได้หรอก ยังไงก็ต้องมาเจอกันที่มหาวิทยาลัย แต่เธอยังไม่อยากคุยกับเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายมากหรือไงที่จะหันหน้ามาพูดคุยกับเขาได้

“ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรต้องพูดคุยกันอีก”

“หึ งั้นเหรอ”

“ก็ทำเหมือนอย่างที่เจมส์ทำสิ ซื้อกินบ่อยไม่ใช่รึไง” ไม่รู้ทำไมน้ำเสียงนี้ของหญิงสาวถึงทำให้ชายหนุ่มรับรู้ว่าเธอไม่พอใจ ไหนจะใบหน้างอ ๆ นั้นอีก

“งั้นก็บอกมา ผูกปิ่นโตเท่าไร” เป็นอีกประโยคของชายหนุ่มที่ทำให้หญิงสาวเหลือบสายตาไปมองเขาอย่างไม่พอใจ

“ไม่ขาย!” เธอกระแทกเสียงใส่

“ทำไม่ถูกใจเหรอ บอกได้นะรับรองฉันจะทำให้เธอมีความสุข”

“ไม่คิดเลยนะว่าเจมส์จะเป็นผู้ชายแบบนี้”

“หึ เธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับฉันแบบนี้ด้วยเหรอ ในเมื่อเธอก็ยังขายตัว”

“เราทำเพราะจำเป็นไม่ได้คิดจะขายให้ใครอีก เจมส์ไม่เข้าใจ ไม่ได้มาลำบากเหมือนเรานิ” เขาไม่ชอบเลยที่ได้ยินอย่างนี้ บนโลกนี้ยังมีใครอีกหลายคนที่ลำบาก แต่ก็ไม่ได้สิ้นคิดมาทำเรื่องแบบนี้ทุกคนเสียหน่อย

“อย่าเอาความจนมาอ้าง”

“เราไม่มีอะไรจะคุยแล้ว อย่ามายุ่งกับเราอีก ให้มันจบแค่นี้เถอะ” น้ำเสียงสั่นเครือของหญิงสาวเอ่ยออกมา เธอเองก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจเหมือนกันที่ทุกอย่างกลายมาเป็นแบบนี้ แค่แอบรักเขาก็น่าเศร้าใจพออยู่แล้ว ในตอนนี้ยังถูกมองเป็นผู้หญิงน่ารังเกียจอีก

“หึ พูดง่ายดี”

“แล้วทำไมต้องพูดยาก หลีกไปเราจะกลับ” เธอชักสีหน้าออกมาเพราะจะเดินออกไปจากห้องแห่งนี้ ชายหนุ่มกลับขวางเธอเอาไว้ ไม่ยอมให้ออกไป

“เจมส์”

“อยาก” จิรภัทรพูดออกมาตามความต้องการของตนเอง หญิงสาวได้ยินคำพูดนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ เธอผลักตัวให้เขาออกห่างแต่กลายเป็นว่าชายหนุ่มคว้าแขนเธอก่อนจะผลักให้เธอนอนไปที่โซฟาแทน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป