บทที่ 2 ร่างไร้ลมหายใจและเงาแห่งความแค้น

บทที่ 2: ร่างไร้ลมหายใจและเงาแห่งความแค้น

เสียงกรีดร้องตื่นตระหนกของ อีฟ สุพิชชา ดังสะท้อนก้องทั่วห้องหอ ร่างเพรียวระหงในชุดนอนผ้าซาตินสีชมพูอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพรม สองมือเรียวสั่นเทาประคองร่างของ อัศวินทร์ สามีวัย 55 ปี ที่นอนแน่นิ่งหมดสติ

"คุณพ่อ! คุณพ่อคะ! ได้โปรด... อย่าเป็นอะไรนะคะ!"

เสียงหวานละล่ำละลักเรียกด้วยความตื่นกลัว หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มนวลผิวขาวอมชมพู หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวแทบหยุดเต้นขณะเขย่าร่างไร้การตอบสนอง นัยน์ตาของอัศวินทร์เหลือกลานค้างและลมหายใจขาดห้วงหายไปอย่างไร้ร่องรอย

สติที่กระเจิดกระเจิงทำให้อีฟทำอะไรไม่ถูก สมองขาวโพลนไปหมด เธอรีบมองหาโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง มือเรียวที่สั่นเทาจนเกือบทำเครื่องหล่นกดเบอร์ฉุกเฉินด้วยความร้อนรน

"ฮัลโหล! ช่วยด้วยค่ะ! มีคนหมดสติ อาการหนักมาก... ที่บ้านหมู่บ้าน… ถนน... ฮือ ช่วยส่งรถพยาบาลมาด่วนเลยค่ะ!" เสียงสะอื้นไห้ปะปนกับคำพูดที่ขาดห้วงผ่านปลายสาย ขณะที่เธอกลับมาทรุดตัวลงนั่งข้างร่างของสามีอีกครั้ง พยายามปั๊มหัวใจและทำ CPR ตามเท่าที่พอจะมีความรู้ฉุกเฉินติดตัว แม้ว่าสองมือจะสั่นเทาจนแทบไม่มีแรงกดลงไปก็ตามที

เสียงไซเรนรถพยาบาลดังเทียบหน้าคฤหาสน์ ทีมแพทย์ฉุกเฉินกรูเข้าช่วยเหลืออัศวินทร์อย่างเร่งรีบ ขณะที่อีฟยืนสั่นเทาหลบมุมอยู่ข้างเตียง ใบหน้าหวานเปื้อนคราบน้ำตากลมโตมองภาพเบื้องหน้าด้วยความหวังให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

แต่ทว่า... ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง

บุรษพยาบาลผู้ทำหน้าที่กู้ชีพหยุดมือลงหลังจากผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เขาส่ายหน้าช้าๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและเสียใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา "เสียใจด้วยครับ... เราทำเต็มที่แล้ว ผู้ป่วยเสียชีวิตตั้งแต่ก่อนรถพยาบาลจะมาถึงแล้วครับ น่าจะมาจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลันขั้นรุนแรง"

ราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจ อีฟทรุดฮวบลงกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เสียงสะอื้นสะท้านจากริมฝีปากซีดเผือด ขณะที่คืนแรกแห่งการแต่งงานกลายเป็นคืนมรณะพรากชีวิตผู้มีพระคุณไปต่อหน้า

ในขณะเดียวกัน เสียงรถมอเตอร์ไซค์พุ่งจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ดังสนั่น อัคคี ภาสกร ในชุดยับยู่ยี่จากการรีบบิดรถกลับบ้านด้วยความร้อนใจหลังทราบข่าวจากสาวใช้ว่าพ่อล้มในห้องนอน ก้าวเท้ายาววิ่งพรวดพราดเข้ามาทันที

อัคคีสาวเท้าขึ้นบันไดไปยังชั้นสองด้วยความเร็วสูง หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความสังหรณ์ใจที่ไม่ดีนัก มือหนาผลักประตูห้องหอของพ่อผลัวะเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ

ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาของหนุ่มวิศวะนักกีฬา ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ

อัคคีสาวเท้าขึ้นบันไดไปยังชั้นสองด้วยความเร็วสูง หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความสังหรณ์ใจที่ไม่ดีนัก มือหนาผลักประตูห้องหอของพ่อผลัวะเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ

ภาพแรกที่ปรากฏทำให้ลมหายใจของอัคคีติดขัด ร่างไร้ลมหายใจของอัศวินทร์ผู้เป็นพ่อกำลังถูกคลุมด้วยผ้าขาวโดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อัคคีพุ่งเข้าไปทรุกตัวลงเปิดผ้าออกดู น้ำตาเอ่อคลอขณะกุมมือพ่อที่เริ่มเย็นเฉียบ

"คุณพ่อ! พ่อครับ! ทำไมถึงเป็นแบบนี้..." เสียงทุ้มสั่นเครือปนสะอื้นด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ก่อนที่เขาจะค่อยๆ วางมือพ่อลงแล้วดึงผ้าขาวคลุมกลับตามเดิม

เมื่อความโศกเศร้าถูกแทนที่ด้วยความเคียดแค้น อัคคีผุดลุกขึ้นเต็มความสูง กวาดตามองรอบห้องจนไปสะดุดกับร่างบางของอีฟที่ยืนกอดตัวเองสะอื้นไห้ในชุดนอนผ้าซาตินสีชมพูอ่อนสวมทับด้วยเสื้อคลุม ใบหน้าขาวเปื้อนน้ำตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา

ภาพของอีฟ—หญิงสาวที่เขาแอบรักมาตั้งแต่ปี 1—ยืนอยู่ในห้องหอในชุดนอนหลังพ่อสิ้นลม กลายเป็นชนวนระเบิดโทสะในเสี้ยววินาที ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงแค้น เมื่ออคติปักใจเชื่ออย่างไร้ข้อกังขาว่าผู้หญิงหน้าตาไร้เดียงสาคนนี้คือสาเหตุการตายของพ่อเขาเธอคือ "ฆาตกรหน้าเงิน"

อัคคีก้าวเข้าไปกระชากแขนเรียวของอีฟอย่างแรงด้วยความโมโหโทโส จนร่างเพรียวเซถลาเข้าหาด้วยแรงอารมณ์ที่ดิบเถื่อน ดวงตาคมเข้มผิวสีน้ำผึ้งคู่นั้นแดงก่ำ จ้องมองเธอด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์และเคียดแค้นชิงชังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

"เธอทำอะไรพ่อฉัน! อีฟ! บอกมาสิว่าเธอทำอะไรท่าน!"

อัคคีตวาดลั่นห้องเสียงดังลั่นจนเจ้าหน้าที่กู้ชีพต้องหันมามองด้วยความตกใจ ชายหนุ่มเขย่าร่างบางอย่างแรงด้วยความโกรธเกรี้ยว "แต่งงานเข้ามายังไม่ทันข้ามคืน พ่อฉันก็หัวใจวายตายคาเตียงเนี่ยนะ! แผนการของเธอใช่ไหม... เธออยากได้สมบัติ อยากฮุบทุกอย่างของตระกูลเรา จนต้องใช้วิธีสารเลวแบบนี้เพื่อกำจัดพ่อฉันใช่ไหม อีผู้หญิงหน้าเงิน!"

"ฮือ... พี่อัคคี... ไม่ใช่นะคะ ฟังอีฟก่อน..." อีฟพยายามละล่ำละลักปฏิเสธ น้ำตาร่วงพรูลงมาอาบแก้มด้วยความตกใจและหวาดกลัวต่อแรงอารมณ์ที่รุนแรงของชายหนุ่ม เธอพยายามดึงแขนตัวเองกลับจากอุ้งมือหนาที่บีบแน่นจนเนื้อตัวเจ็บร้าวไปหมด "อีฟไม่ได้ทำ... คุณพ่อ... คุณพ่อหัวใจวายเองค่ะ อีฟแค่โทรเรียกหมอ..."

"หุบปาก!" อัคคีตวาดแทรกขึ้นมาเสียงดังลั่น แววตาคมกริบเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามและเกลียดชัง "หลักฐานคาตาขนาดนี้ ยังมีหน้ามาแก้ตัวอีกเหรอ! แต่งตัวยั่วยวนอยู่ในห้องหอ แล้วปล่อยให้พ่อฉันช็อกตายเนี่ยนะ เธอคงจะหวังสมบัติจนตัวสั่นล่ะสิ ถึงได้วางแผนชั่วช้าแบบนี้!"

ความเข้าใจผิดอันดำมืดและอคติที่ฝังรากลึกในใจ ทำให้อัคคีมองข้ามความบริสุทธิ์และคราบน้ำตาแห่งความหวาดกลัวบนใบหน้าของหญิงสาวไปจนหมดสิ้น ในสายตาของหนุ่มวิศวะปากร้าย อีฟกลายเป็นฆาตกรเลือดเย็นที่เข้ามาทำลายครอบครัวของเขาอย่างไร้ความปรานี และนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป กรงขังแห่งความแค้นและการทรมานจิตใจอย่างแสนสาหัสกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อชดใช้ให้กับความตายของผู้เป็นพ่อที่เขาปักใจเชื่อว่ามาจากฝีมือของหญิงสาวตรงหน้าคนนี้แต่เพียงผู้เดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป