บทที่ 5 กรงขังติดล้อและการกลั่นแกล้งกลางรั้วมหาวิทยาลัย

บทที่ 5: กรงขังติดล้อและการกลั่นแกล้งกลางรั้วมหาวิทยาลัย

แสงแดดเช้าสะท้อนตัวถังปอร์เช่สีดำเงาที่ทะยานออกจากคฤหาสน์ ภายในห้องโดยสารแอร์เย็นเฉียบแต่อบอวลด้วยความอึดอัด อีฟนั่งตัวลีบเหม่อมองนอกกระจกด้วยความเคว้งคว้าง ในชุดนักศึกษาที่ไม่ได้ช่วยให้จิตใจสงบลงเลย เมื่อเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของอัคคีดังขึ้นทำลายความเงียบ

"จำใส่สมองของเธอเอาไว้ให้ดีนะอีฟ..." อัคคีเหล่สายตาคมกริบมองด้วยความดูแคลน สันกรามขบแน่น "ต่อให้เธอจะได้ใส่ชุดนักศึกษามาเหยียบมหาวิทยาลัย แต่มันไม่ได้แปลว่าเธอมีสิทธิ์ทำตัวระเริง สถานะของเธอตอนนี้มันเป็นแค่ 'คนใช้ติดล้อ' ที่ติดสอยห้อยตามฉันมาเท่านั้น อย่าได้คิดเอาหน้าไปบอกใครเด็ดขาดว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงฉัน นอกเสียจากตำแหน่งอัปยศที่ฉันยัดเยียดให้"

หัวใจดวงน้อยบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ อีฟเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว กลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก หยาดน้ำตาคลอหน่วยที่หน่วยตาแต่เธอต้องพยายามกะพริบไล่เก็บมันกลับเข้าไป ไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงเถียงสักคำ

"ทำไม? เงียบทำไม หรือว่าจุกกับความจริงที่ได้รับ?" อัคคีแค่นหัวเราะในลำคออย่างสมเพช มือหนาเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานไปข้างหน้าแรงขึ้นอีก "หรือว่ากำลังคิดแผนจะไปอ่อยผู้ชายคนอื่นในมหาลัยเหมือนที่เธอเคยทำ? หึ... สันดานของผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอ มันคงไม่มีวันเปลี่ยนหรอกสินะ วันๆ หวังแต่จะเกาะผู้ชายรวยๆ เพื่อความสุขสบาย พอพ่อฉันตาย เธอก็คงคิดจะหาเหยื่อรายใหม่ต่อไปสินะ!"

ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามสารพัดถูกพ่นออกมาจากปากของชายหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดเส้นทาง มุ่งหวังจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอให้จมดิน ทุกคำพูดเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่คอยทิ่มแทงหัวใจของอีฟให้แหลกสลาย แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของนรกบนดินที่อัคคีตั้งใจจะมอบให้อย่างสาสมในวันนี้

เมื่อรถสปอร์ตหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าลานจอดรถของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นตึกคณะของอัคคีเอง อีฟรีบยกมือไหว้ลาด้วยความนอบน้อมแล้วเตรียมจะเปิดประตูลงรถเพื่อเดินต่อไปยังคณะวิทยาศาสตร์ของเธอ ทว่าเสียงทุ้มห้วนกลับสั่งเบรกเธอไว้ก่อน

"ใครบอกให้เธอลงตรงนี้? นั่งรออยู่บนรถนี่แหละ!"

อีฟชะงักมือที่กำลังเปิดประตู "แต่... คณะของอีฟต้องเดินไปอีกตึกนะคะ อีกสิบนาทีคลาสแรกจะเริ่มแล้ว..."

"ฉันสนเหรอ?" อัคคีมองด้วยแววตาไร้เยื่อใย "หน้าที่ของเธอคือการสแตนด์บายรับใช้ฉัน นั่งรออยู่ในรถนี่แหละ เดี๋ยวมีคำสั่งตามมา!"

แม้รู้ว่าจะไปเรียนสาย แต่อีฟก็ไม่มีสิทธิ์ต่อรอง เธอจำต้องนั่งรออย่างหวาดผวาในรถคันหรู ก่อนจะถูกปล่อยให้เดินไปเรียนด้วยความทุลักทุเล และนั่นคือจุดเริ่มต้นของสารพัดวิธีกลั่นแกล้งที่อัคคีบรรจงสรรหามาทรมานเธอตลอดทั้งวันในรั้วมหาวิทยาลัย

ช่วงเที่ยงขณะอีฟกำลังกินข้าวกับเพื่อนในโรงอาหารคณะวิทยาศาสตร์ เสียงโทรศัพท์จากอัคคีก็ดังขึ้น "ฉันหิวกาแฟ! เดินมาซื้ออเมริกาโน่เย็นหวานน้อยที่ร้านหน้าตึกวิศวะตอนนี้เลย มีเวลาแค่เจ็ดนาที ถ้ามาช้า... เธอรู้ใช่ไหมว่าจะโดนอะไร!" สายถูกตัดไปทันที

อีฟหน้าซีดรีบุกออกจากโต๊ะโดยไม่ได้กินข้าว "พอดีพี่อัคคีใช้ให้ไปทำธุระน่ะ งั้นอีฟไปก่อนนะ" เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งข้ามตึกท่ามกลางแดดจ้าจนเหงื่อชุ่มชุดนักศึกษา เมื่อไปถึง เธอก็จ่ายเงินซื้อกาแฟแล้ววิ่งกระหืดกระหอบไปส่งอัคคีที่นั่งอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่ม้าหินอ่อนหน้าตึกวิศวะ กลายเป็นเป้าสายตาของคนที่เดินผ่านไปมา

"ช้าไปห้าวินาทีนะอีฟ..." อัคคีมองร่างบางที่หอบหายใจจนอกกระเพื่อม เม็ดเหงื่อผุดเต็มกรอบหน้าหวาน "สงสัยช่วงนี้สบายเกินไป ขาเลยก้าวไม่ออกสินะ"

"อีฟ... อีฟรีบที่สุดแล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยตอบแผ่วเบา

"ไม่ต้องมาแก้ตัว! เอาล่ะ... กาแฟนี่รสชาติห่วยมาก ไปซื้อแก้วใหม่มาเปลี่ยนให้ฉันเดี๋ยวนี้!" อัคคีจงใจแกล้งเทกาแฟทิ้งลงพื้นต่อหน้าต่อตา ก่อนจะยื่นแก้วเปล่าคืนให้

เสียงหัวเราะชอบใจของกลุ่มเพื่อนหนุ่มวิศวะดังขึ้น ท่ามกลางความไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง อีฟก้มหน้าซ่อนหยาดน้ำตา มือสั่นเทารับแก้วเปล่าก่อนวิ่งไปซื้อใหม่ตามคำสั่ง

ทว่าความทรมานยังไม่จบ ตลอดช่วงบ่ายอัคคีใช้สารพัดข้ออ้างโทรจิกและสั่งงานไม่เว้นแต่ละชั่วโมง ทั้งใช้ให้ไปส่งรายงาน วิ่งซื้อขนมอยู่อีกฟากของมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่สั่งให้มาเก็บกวาดเศษขยะบนโต๊ะม้าหิน เพื่อตอกย้ำสถานะ "คนใช้" และย่ำยีศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคามือ

อีฟต้องเดินวนไปวนมาระหว่างตึกวิทยาศาสตร์และตึกวิศวกรรมศาสตร์จนขาแทบขวิด ร่างกายบอบบางเหนื่อยล้าจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น รองเท้าคัชชูคู่เก่งกัดจนข้อเท้าพุพองและมีเลือดซึมออกมาบางๆ ความเจ็บปวดทางกายยังเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดร้าวรานในจิตใจ ที่ถูกผู้ชายที่เธอเคยแอบรักและเคารพ ย่ำยีศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี

เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนในช่วงเย็น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง อัคคีขับรถปอร์เช่คันหรูมารับเธอกลับบ้านด้วยท่าทางนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตลอดทางขากลับไม่มีบทสนทนาใดๆ นอกจากความอึดอัดที่กดทับ อีฟนั่งกอดหนังสือเรียนแน่น น้ำตาที่อดกลั้นมาตลอดทั้งวันไหลรินอาบแก้มนวลอย่างเงียบเชียบในความมืดสลัวของตัวรถ

นี่คือวันแรกของการใช้ชีวิตในกรงทองและกรงขังแห่งการแก้แค้นที่อัคคีบรรจงสร้างขึ้น และเธอก็รู้ดีว่า... นรกบนดินที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างโหดร้ายยิ่งกว่านี้ในทุกๆ วันต่อจากนี้ไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป