บทที่ 6 หึงหวงจนตาแดงก่ำ
บทที่ 6: หึงหวงจนตาแดงก่ำ
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบพื้นคอนกรีตภายในมหาวิทยาลัย บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความคึกคัก ทว่าจุดสนใจในสายตาใครหลายคนกลับตกอยู่ที่หญิงสาวร่างระหงในชุดนักศึกษาเข้ารูป เรือนผมสลวยและใบหน้างดงามที่ประดับด้วยความเศร้าสร้อย ยิ่งขับเน้นเสน่ห์ให้โดดเด่นสะดุดตา
"อีฟ ทางนี้ เลิกคลาสแล้วไปกินบิงซูกันไหม เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง" เสียงทุ้มของเดือนคณะบริหารฯ ดังขึ้นพร้อมก้าวมาขวางทาง ด้วยชื่อเสียงระดับดาวมหาวิทยาลัย ทำให้มีหนุ่มๆ แวะเวียนมาขายขนมจีบไม่ขาดสาย แต่อีฟหาได้สนใจไม่
"ขอบคุณนะคะ แต่ฉันรีบค่ะ พอดีมีธุระต้องไปทำต่อ" อีฟเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและสุภาพ ก่อนจะรีบสาวเท้าเลี่ยงออกมาทันที
แม้ภายนอกเธอจะดูเนื้อหอม แต่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มฝืนทน เธอกำลังแบกรับตราบาปอันหนักอึ้งจากคำสั่งเฉียบขาดของอัคคี—ซาตานร้ายผู้กักขังเธอไว้เพื่อแก้แค้น—ที่ยังคงคอยบงการชีวิตเธอทุกลมหายใจ
“เลิกเรียนแล้วห้ามแวะที่ไหนเด็ดขาด ต้องรีบไปสนามฟุตบอลเพื่อเอาน้ำและผ้าเย็นมาปรนนิบัติฉัน! ถ้าช้าแม้แต่วินาทีเดียว เธอรู้แน่ว่าจะเจออะไร”
คำขู่ก้องกังวานในหัวบังคับให้อีฟต้องรีบเร่งฝีเท้า ในมือถือถุงชานมและน้ำผลไม้พะรุงพะรัง โชคดีที่มี เจมส์ เพื่อนสนิทร่างสูงโปร่งคอยช่วยถือข้าวของและเดินประคองเธอ
"อีฟ แกไหวไหมเนี่ย ถือของซะเต็มมือ... อีตาคุณชายอัคคีนี่ใจร้ายชะมัด ใช้แกยังกะทาสในเรือนเบี้ย!" เจมส์บ่นกระปอดกระแปดยังไม่เลิกแค้นแทนเพื่อนที่ต้องยอมตกเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของอัคคีเพื่อแลกกับเงินค่ารักษาแม่
"ไม่เป็นไรหรอกเจมส์ ฉันไหว..." อีฟฝืนยิ้มขมขื่นส่งให้เพื่อนรัก
ทว่าที่อัฒจันทร์สนามฟุตบอลระยะไกล สายตาคมกริบของอัคคีที่กำลังพักจากการซ้อมฟุตบอล กลับเหลือบไปเห็นภาพบาดตา—ภาพที่เจมส์กำลังเดินคลอเคลียหัวร่อต่อกระซิกและถือของช่วยอีฟท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน
ปั้ง! เหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจ เมื่อเห็นเธอกำลังเดินเคียงคู่สนิทสนมกับผู้ชายอื่นลับหลัง อัคคีเลือดขึ้นหน้าจนขมับเต้นตุบด้วยความโกรธ ความหึงหวงและอคติพุ่งทะยานจนสติขาดผึง
'ดีจริง! เพิ่งออกจากบ้านฉันไปไม่ทันไร กล้าอ่อยผู้ชายถึงมหาลัยเลยนะ!'
ดวงตาคมดุแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ เขวี้ยงขวดน้ำลงพื้นก่อนจะพุ่งตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่ด้วยความเร็วราวกับพายุหมุน
"อีฟ!"
เสียงตะคอกทุ้มต่ำตวาดกร้าวลั่นสนามจนเพื่อนๆ และนักศึกษาบริเวณนั้นสะดุ้งหันมามองเป็นตาเดียว อัคคีพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือเล็กกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแก้วน้ำในมืออีฟร่วงหล่นแตกกระจาย น้ำหวานเลอะรองเท้าผ้าใบของเขา แต่เจ้าตัวหาได้สนใจไม่
"โอ๊ย! คุณอัคคี เจ็บนะคะ... ปล่อยอีฟเถอะค่ะ!"
อีฟร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ใบหน้าหวานถอดสีจนซีดเผือด แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อถูกแรงมหาศาลกระชากเข้าหาตัวอย่างไม่ทันตั้งตัว
"เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไปสำหรับคนอย่างเธอ!"
อัคคีแค่นหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น หัวใจที่พองโตด้วยความหึงหวงบิดเบี้ยวจนกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวที่แผดเผาทุกสิ่ง นัยน์ตาดุจดั่งซาตานก้มมองหญิงสาวด้วยความดูแคลน พร้อมกับมือหนาที่เพิ่มแรงบีบรัดลงบนข้อมือเล็กอย่างไม่ปรานีจนผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงเถือก "ร่านนักนะ! ลับหลังฉันไม่เท่าไหร่ก็แรดออกลายหาเศษหาเลยกับไอ้หน้าตัวผู้ตัวอื่นเลยงั้นเหรอ คิดว่าฉันโง่มากใช่ไหมที่ปล่อยให้เธอมาเรียน แล้วแอบทำตัวร่านๆ แบบนี้ลับหลังฉัน!"
"ฉันเปล่านะคะ! คุณอัคคีเข้าใจผิดแล้ว... อีฟไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลยสักนิด!"
อีฟพยายามสะบัดข้อมือหนีสุดแรงด้วยความคับแค้นใจ หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความอัดอั้นตันใจที่ถูกปรักำปำและดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันกรีดแทงหัวใจเธอจนเจ็บร้าวไปหมด
"เข้าใจผิดงั้นเหรอ? ตาฉันไม่ได้บอดนะโว้ย! ภาพมันฟ้องอยู่คาตา!"
อัคคีตวาดลั่นอย่างคนขาดสติ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบด้วยความเดือดดาล ก่อนที่เขาจะหันขวับไปจ้องหน้าเจมส์ที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นเป็นลูกนกด้วยแววตาอาฆาตมาดร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ส่วนแก! ไอ้หน้าตัวเมีย กล้าดียังไงมายุ่งกับคนของฉัน อยากลองดีกับฉันนักใช่ไหมวะ!"
เจมส์ที่ยืนแข็งค้าง ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก รีบโบกมือปฏิเสธพัลวันด้วยความลนลานจนลิ้นแทบพันกัน
"ด...เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณอัคคี ฟังฉันก่อนนะคะ! คุณเข้าใจผิดมหันต์เลย อีฟเขาไม่ได้..."
เจมส์หน้าตาตื่นตระหนก เกือบจะหลุดปากอธิบายความจริงออกไปโพล่งใหญ่ว่าตนเองเป็น LGBTQ+ และจิตใจไม่ได้มีความรู้สึกเชิงชู้สาวกับผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งอีฟยังมองตนเป็นแค่เพื่อนสนิทที่คอยช่วยเหลือเรื่องชีวิตความเป็นอยู่เท่านั้น
แต่อัคคีที่กำลังมืดบอดด้วยไฟโทสะและความหึงหวงครอบงำจนสติหลุดกระเจิง กลับปิดหูปิดตาไม่ยอมรับฟังคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เขากระชากแขนเล็กของอีฟให้เดินตามหลังมาด้วยความรุนแรง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงและเสียงซุบซิบนินทาของเหล่านักศึกษาที่ยืนมุงดูเหตุการณ์รอบสนาม
อัคคีลากตัวอีฟยัดใส่รถปอร์เช่คันหรูด้วยความโมโหระอุ ก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกจากมหาวิทยาลัย มุ่งหน้ากลับสู่คฤหาสน์เพื่อเตรียมลงทัณฑ์เธอในกรงทองแห่งความแค้นให้สาสมกับไฟหึงที่แผดเผาหัวใจในตอนนี้
