บทที่ 7 ค่ำคืนแห่งการทรมานใจ

บทที่ 7: ค่ำคืนแห่งการทรมานใจ

บรรยากาศภายในห้องอาหารหรูหราของคฤหาสน์ยามค่ำคืน ช่างอึมครึมและเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าห้องขัง บรรดาแม่บ้านต่างพากันก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความเงียบเชียบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังให้เป็นเป้าสายตา เนื่องจากรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งของ อัคคี ที่นั่งหน้าตึงเครียดหัวโต๊ะ เขายังคงหงุดหงิดและคุกรุ่นไปด้วยเพลิงโทสะจากเหตุการณ์ที่สนามฟุตบอลเมื่อช่วงบ่าย ดวงตาคมดุจ้องมองตรงไปข้างหน้าด้วยแววตาแข็งกร้าว

ข้างกายของชายหนุ่มคือ ธัญญารัตน์ แม่เลี้ยงสาวพราวเสน่ห์ ผู้สวมชุดคลุมไหมพรมเนื้อนุ่มขับผิวขาวผ่อง เธอจงใจทำตัวสนิทสนมและคอยตักอาหารเลิศรสเอาอกเอาใจอัคคีออกนอกหน้า มือเรียวสวยเอื้อมไปตักซุปใส่ถ้วยให้เขาพร้อมส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม

"อัคคีจ๊ะ ทานซุปสักหน่อยสิ วันนี้ดูท่าทางจะอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย มีเรื่องเครียดจากมหาวิทยาลัยหรือเปล่าจ๊ะ บอกพี่ได้นะ" ธัญญารัตน์เอ่ยเย้าแหย่ด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม พยายามทำตัวเป็นแม่เลี้ยงผู้แสนดี แต่แววตาคู่คมกลับแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์

ขณะที่ อีฟ ไม่ได้มีสิทธิ์นั่งร่วมโต๊ะอาหารเหมือนคนอื่น เธอยืนถือถาดสแตนเลสคอยก้มหน้าก้มตารอปรนนิบัติรับใช้อยู่ข้างกายอัคคีในฐานะ "คนใช้ส่วนตัว" ร่างระหงยืนตัวลีบแทบไม่กล้าหายใจ พยายามทำตัวให้ล่องหนมากที่สุดเพื่อไม่ให้ไปสะกิดอารมณ์โทสะของเขาเข้าอีก ภาพความสนิทสนมระหว่างอัคคีกับธัญญารัตน์ที่นั่งคลอเคลียกันอยู่ไม่ไกล แม้ในทางกฎหมายธัญญารัตน์จะมีฐานะเป็นแม่เลี้ยง แต่แววตาและการกระทำบางอย่างมันกลับทำให้ดูน่าขนลุกชอบกล

อัคคีปรายตามองจานซุปที่ธัญญารัตน์ตักให้อย่างเย็นชา ก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ "ไม่ต้องมายุ่งกับผม!"

คำพูดกระด้างนั้นทำเอาธัญญารัตน์ชะงักรอยยิ้มค้างไปชั่วขณะ แต่เธอก็ยังคงแกล้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อรักษาหน้า ขณะที่อัคคีหันขวับมาจ้องเขม็งที่อีฟซึ่งยืนถือถาดอยู่ข้างๆ ดวงตาดุดันคู่นั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ยืนบื้อทำซากอะไรอยู่ฮึ! หรือว่ามัวแต่เอาวิญญาณไปฝากไว้กับไอ้หน้าตัวผู้ที่มหาลัย จนไม่มีปัญญาจะรินน้ำให้ฉัน!"

อีฟสะดุ้งสุดตัว รีบขยับเข้าไปรินน้ำใส่แก้วให้เขาด้วยมือที่สั่นเทา "ขอโทษค่ะ..."

"หุบปาก! ขวางหูขวางตาชะมัด จะยืนบื้ออยู่ทำไม ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ!" อัคคีตวาดลั่นด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะตักอาหารทานต่อด้วยท่าทีฮึดฮัด

เมื่ออัคคีทานอาหารเสร็จเรียบร้อยและเดินขึ้นชั้นบนไปพร้อมกับธัญญารัตน์ อีฟถึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เธอเดินเลี่ยงเข้าไปหลบมุมทานข้าวเย็นเงียบๆ ร่วมกับบรรดาแม่บ้านในครัวด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว แม้กับข้าวจะเหลือเพียงก้นหม้อและรสชาติจืดชืด แต่ความหิวก็ทำให้เธอต้องฝืนกลืนมันลงท้องเพื่อประทังชีวิต

หลังจากจัดการมื้อค่ำและช่วยแม่บ้านเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว อีฟจึงเดินลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมายังห้องพักเล็กๆ ใต้บันไดชั้นล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวอันคับแคบและอับทึบของเธอ หญิงสาวปิดประตูห้องแล้วทิ้งตัวลงนั่งเหม่อลอยอยู่หน้ากระจกเงาบานเก่าๆ มือเรียวถือหวีไม้ค่อยๆ หวีเรือนผมยาวสลวยที่คลอเคลียแผ่นหลังระหง ใบหน้างดงามสะท้อนความเหนื่อยล้าและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย

... แอดด...

เสียงเปิดประตูกระชากดังขึ้นโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างสูงโปร่งของอัคคีในชุดนอนกางเกงขาสั้นเสื้อกล้ามเผยกล้ามเนื้อแน่นตึงก้าวเข้ามาในห้องแคบๆ นี้อย่างถือวิสาสะ ทั้งที่เขาควรจะอยู่บนชั้นสอง แต่กลับเดินตรงดิ่งลงมาหาเรื่องเธอถึงที่นี่ ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าประชิดตัวของหญิงสาวจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว

"อุ๊ย! คุณอัคคี..." อีฟอุทานด้วยความตกใจเมื่อวงแขนแข็งแรงราวกับคีมเหล็กพุ่งเข้ามาโอบกอดรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นแนบชิดแผ่นอกแกร่ง กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ลอยเข้ากระทบจมูกจนหัวใจเธอเต้นรัวระรัว

"ตกใจกลัวฉัน หรือว่ากำลังคิดถึงชู้รักที่มหาลัยกันแน่!" อัคคีโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดซอกคอหอมกรุ่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนอีฟขนลุกซู่ น้ำคำที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยถ้อยคำคุกคามและเย้ยหยัน "เก่งนักนะ ออกไปข้างนอกทำเป็นตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้คนอื่นสงสาร แต่พออยู่กับฉัน เธอมันก็แค่ผู้หญิงหน้าเงินที่เอาตัวเข้าแลก!"

อัคคีแกล้งกดจูบหนักหน่วงลงที่ลาดไหล่เนียนเพื่อระบายความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ดิบเถื่อน ก่อนจะกระชากเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในลำคอแล้วผละตัวออกห่างอย่างเย่อหยิ่งและเย็นชา "จำใส่กะโหลกไว้ซะว่าเธอเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของฉัน!"

พูดทิ้งทวนเสร็จเขาก็เดินกระแทกเท้าออกจากห้องแคบๆ นี้ไป ปล่อยให้อีฟทรุดตัวลงร้องไห้สะอื้นกับขอบเตียงด้วยความชอกช้ำระทม

ทว่า... ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ความเย่อหยิ่งและท่าทีป่าเถื่อนที่อัคคีแสดงออกเพื่อกลบเกลื่อนความแค้นนั้น ลึกๆ ในก้นบึ้งหัวใจของซาตานร้ายผู้นี้กลับกำลังเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก อัคคีแอบหลงรักและคลั่งไคล้อีฟมาตั้งแต่สมัยที่เธอเพิ่งก้าวเท้าเข้ามหาวิทยาลัยปี 1 แล้ว ความจริงข้อนี้คือตราบาปและความสับสนในใจที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับ เพราะศักดิ์ศรีและความแค้นบังตาทำให้เขาเลือกที่จะทำร้ายคนที่รักด้วยวิธีบิดเบี้ยวนี้

และที่น่าแปลกยิ่งไปกว่านั้น... อีฟเองก็ซ่อนความลับอันสั่นไหวไว้เช่นกัน เธอกลับแอบปลื้มรุ่นพี่วิศวะหุ่นนักกีฬาคนนี้มาตั้งแต่ตอนที่แอบยืนมองเขาเตะฟุตบอลอยู่ข้างสนามมหาวิทยาลัยตั้งนานแล้ว ก่อนที่โชคชะตาจะพัดพาให้เธอต้องมาตกอยู่ในวังวนการแต่งงานและกรงขังแห่งความแค้นนี้...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป