บทที่ 8 วงจรร้ายและอาการหวงก้างแบบเนียนๆ

บทที่ 8: วงจรร้ายและอาการหวงก้างแบบเนียนๆ

แสงแดดจัดจ้าในยามสายส่องกระทบผืนสนามหญ้าสีเขียวขจีภายในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ทว่าสำหรับ อีฟ แล้ว บรรยากาศรอบตัวเธอกลับไม่ได้สดใสตามธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย ชีวิตประจำวันของหญิงสาวในช่วงนี้ตกอยู่ในลูปนรกอันจำเจและน่าหดหู่ วนเวียนอยู่กับการเป็น "ทาสรับใช้ส่วนตัว" ให้อัคคีอย่างไร้ทางหนีทีไล่

ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน ชีวิตของเธอถูกควบคุมด้วยตารางเวลาและความเอาแต่ใจของซาตานร้าย เริ่มตั้งแต่การตื่นแต่เช้าตรู่มาเตรียมอาหารเช้าให้เขา คอยตามรับใช้ หรือแม้กระทั่งเวลามาเรียนที่มหาวิทยาลัย เธอก็ยังไม่พ้นเงื้อมมือของ อัคคี ที่ควบตำแหน่งรุ่นพี่ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์และนักกีฬาตัวท็อปของมหาลัย คอยตามจิกหัวใช้ สั่งงานสารพัด หรือหาเรื่องแกล้งเธอไม่เว้นแต่ละวัน

"นี่! ยัยตัวดี ยืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนั้นวะ แก้วกาแฟเย็นของฉันละ ทำไมยังไม่เอามาเสิร์ฟอีก หรือว่าแอบไปสวีทกับไอ้หน้าตัวผู้ที่ไหนมาวะ!"

เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดตวาดขึ้นก้องบริเวณม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ใกล้ตึกคณะ อัคคีในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีเข้มกางเกงยีนส์เซอร์ๆ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทีวางโต ดวงตาดุคมมองมาที่อีฟด้วยแววตาหาเรื่องเช่นเคย ข้างกายเขามีกลุ่มเพื่อนสนิทในแก๊งนักบอลนั่งล้อมวงส่งเสียงแซวกันครื้นเครง

อีฟสะดุ้งรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาเขาอย่างลิบลี้ ในมือถือถุงใส่แก้วกาแฟสดและขนมปังที่ถูกใช้ให้วิ่งไปซื้อมาให้อย่างเร่งรีบ "นี่ค่ะกาแฟของคุณอัคคี... อีฟไม่ได้ไปไหนเลยคะ เดินไปซื้อมาให้ตามสั่งแล้วนี่ไงคะ" เธอกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พยายามอดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจ

"ช้าเป็นเต่าคลาน! รู้ไหมว่าปล่อยให้ฉันรอนานแค่ไหน หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วเนี่ย!" อัคคีแกล้งทำเป็นกระแทกเสียงใส่ หยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดูดอึกใหญ่ทั้งที่สีหน้ายังคงบึ้งตึง ดวงตาคมกริบแอบลอบมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ผุดพรายด้วยเม็ดเหงื่อบางๆ จากการวิ่งวุ่นทำตามคำสั่งเขาด้วยความรู้สึกหลากหลายในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากแกล้ง และ... ทั้งแอบเป็นห่วงจนแทบคลั่งแต่ปากแข็งไม่ยอมพูดความจริง

ตลอดทั้งวัน อัคคีใช้สารพัดวิธีในการตามจิกตามรังควานอีฟ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้เธอเดินไปซื้อของไกลๆ สั่งให้ถือหนังสือเรียนให้ หรือแม้กระทั่งเดินไปป้วนเปี้ยนแถวคณะวิทยาศาสตร์เพื่อคอยจับผิด หากวันไหนมีหนุ่มๆ หน้าไหนกล้าเดินเข้ามาทักทายหรือมาจีบเธอ อัคคีเป็นอันต้องพุ่งเข้าไปหาเรื่องหรือทำหน้ายักษ์ใส่จนคู่กรณีวงแตกกระเจิงทุกครั้งไป

ช่วงบ่าย ณ ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์อันเงียบสงบ แสงแดดอุ่นลอดผ่านกระจกใสสาดส่องลงบนชั้นหนังสือ ขณะที่อีฟกำลังยืนง่วนอยู่กับการจัดเอกสารรายงานบนโต๊ะอ่านหนังสือ ทว่าความสงบก็ต้องหยุดลงเมื่อรุ่นพี่หนุ่มคณะวิทยาศาสตร์ท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร พร้อมกับยื่นกระป๋องน้ำอัดลมให้เพื่อตีสนิท

"น้องอีฟครับ พอดีพี่ทำสรุปชีทเรียนวิชานี้ไว้ น่าจะมีประโยชน์ ลองเอาไปอ่านดูสิครับ" รุ่นพี่หนุ่มเอ่ยด้วยความไมตรี

อีฟกำลังจะอ้าปากปฏิเสธตามมารยาท ทว่าจู่ๆ มือหนาปริศนาก็พุ่งเข้ามาคว้ากระป๋องน้ำอัดลมในมือรุ่นพี่คนนั้นไปถือไว้หน้าตาเฉย ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของอัคคีจะก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ด้วยรังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบตัว

"อ้าว! รุ่นพี่คณะวิทย์ ว่างมากเหรอครับ ถึงได้มาเดินแจกขนมจีบเมียชาวบ้านเขาเนี่ย!"

อัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท แต่แววตาดุราชาประกายเพลิงกาฬกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เขาเผลอหลุดคำว่า "เมีย" ออกมาด้วยความหึงหวงที่ครอบงำจนขาดสติ โดยในหัวใจของเขานั้นไม่ได้นึกถึงสถานะภรรยาของพ่อผู้ล่วงลับเลยแม้แต่น้อย หากแต่คิดและปักใจมองว่าเธอคือ "ผู้หญิงของเขา" แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

อัคคีจ้องเขม็งใส่รุ่นพี่หนุ่มจนหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของรุ่นน้องตัวโต รุ่นพี่หนุ่มรีบยกมือขึ้นขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ด้วยความลนลาน ก่อนจะสาวเท้าเดินหนีหายลับไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อลับตาผู้คน อัคคีก็หันขวับมามองหน้าอีฟที่ยืนเม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ทันที "ส่วนเธอก็เหมือนกัน! แรดเงียบจริงๆ นะ ยืนอ่อยผู้ชายไปทั่วไม่เว้นแต่ละวัน หน้าด้านหน้าทนนักนะ!"

"อีฟไม่ได้อ่อยสักหน่อย รุ่นพี่เขาแค่น้ำใจดีเอาชีทมาให้ต่างหากล่ะคะ!" อีฟเถียงกลับเสียงสั่นด้วยความคับแค้นใจ ทนไม่ไหวกับคำพูดดูถูกเหยียดหยามซ้ำซากของเขา

"ปากดีนักนะ! เย็นนี้เตรียมตัวรับบทลงทัณฑ์ที่บ้านได้เลย!" อัคคีขู่คำรามลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปเพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปากและอาการ "หวงก้าง" แบบเนียนๆ ของตัวเองเอาไว้ เพราะลึกๆ ในใจแล้ว เขากลัวแทบตายว่าจะมีใครมาแย่งผู้หญิงคนนี้ไปจากอก แม้ปากจะร้ายกาจและคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งเธอสักแค่ไหนก็ตามทีเถอะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป