บทที่ 1 การหวนคืนของฝันร้าย (1)
การหวนคืนของฝันร้าย
เสียงดนตรีคลาสสิกท่วงทำนองรื่นหูที่ดังคลออยู่ภายในห้องแกรนด์บอลรูมอันหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองใหญ่ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวของ พริมา หรือ พริก ลดดีกรีความครื้นเครงลงเลยแม้แต่น้อย
ในค่ำคืนนี้เธอคือดาวเด่นที่ทุกคนในแผนกบริหารยอดขายอสังหาริมทรัพย์ต่างพากันเข้ามาห้อมล้อม แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบแก้วแชมเปญในมือของเพื่อนร่วมงานที่พากันยื่นมาตรงหน้าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อร่วมยินดีกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
"ชนแก้วหน่อยจ้าพริก! ยินดีด้วยนะกับตำแหน่งท็อปเซลส์ประจำไตรมาส ยอดขายวิลล่าหรูโครงการรอบนี้ทุบสถิติบริษัทกระจุยกระจายเลย!" พี่หน่อง หัวหน้าทีมฝ่ายขายเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลางตบไหล่เธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"ใช่ๆ พริกเก่งมากเลย รอบนี้ฟันค่าคอมมิชชั่นอ่วมแน่ๆ อย่าลืมเลี้ยงหมูกระทะพวกพี่ล่ะ" เสียงเพื่อนร่วมงานอีกคนสำทับขึ้นมาพร้อมเสียงหัวเราะอย่างรื่นเริง
"ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากเลยค่ะ ถ้าไม่ได้ทุกคนในทีมคอยช่วยประสานงาน ดิวนี้ก็คงไม่สำเร็จเหมือนกัน พริกเลี้ยงแน่นอนค่ะ หมูกระทะหรือบุฟเฟต์โรงแรมเลือกได้เลย"
หญิงสาวแย้มยิ้มกว้างจนดวงตากลมโตคู่สวยทอประกายระยิบระยับด้วยความดีใจ ในวัย 26 ปี พริมาเป็นหญิงสาวตัวเล็กแต่มีท่าทางกระฉับกระเฉงทะมัดทะแมง เธอมีผิวขาวอมชมพูธรรมชาติที่คืนนี้ดูเปล่งปลั่งเป็นพิเศษภายใต้ชุดเดรสเรียบหรูสีครีมเบจขับเน้นเรือนร่างบอบบางอ้อนแอ้น ใบหน้ารูปไข่ล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีน้ำตาลดัดลอนสลวยรับกับริมฝีปากอิ่ม ภาพรวมของเธอคือสาวออฟฟิศที่ดูดี อัธยาศัยดี และเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานทุกคนอย่างแท้จริง
ความสำเร็จในคืนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งหน้าที่หรือเกียรติยศจอมปลอมแต่มันคือเงินโบนัสก้อนโตและค่าคอมมิชชั่นจำนวนมหาศาลจากยอดขายถล่มทลาย ซึ่งหมายถึงลมหายใจของครอบครัวเธอ เงินก้อนนี้จะสามารถปลดหนี้สินก้อนสุดท้ายที่พ่อทำไว้ และที่สำคัญที่สุด มันจะเป็นค่ารักษาพยาบาลของแม่นวล แม่ผู้ผอมบางและป่วยกระเสาะกระแสะด้วยโรคไตเรื้อรังมานานหลายปี ให้ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดและอยู่อย่างสุขสบายเสียที
แม่คือแรงผลักดันเดียวที่ทำให้พริมายอมทนสู้กับทุกความเหนื่อยยากมาตลอดห้าปีเต็ม หลังจากที่เธอต้องยอมทำตัวเป็นคนเลวในอดีต ยอมรับความตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินเพื่อปกป้องชีวิตของพ่อจากพวกทวงหนี้นอกระบบ และเพื่อแลกกับอนาคตของครอบครัว
ชีวิตของเธอกำลังจะหลุดพ้นจากหลุมดำอันมืดมิดเสียที พริมาคิดในใจด้วยความโล่งอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ซึมซับรสชาติแห่งความสำเร็จที่เธอแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา
ทว่าความสุขกลับคงอยู่สั้นราวกับภาพฝันอันเลือนราง เมื่อเสียงของพิธีกรบนเวทีดังแทรกผ่านไมโครโฟน ดึงความสนใจของทุกคนในห้องโถงจัดเลี้ยงให้หันไปมอง พร้อมกับการปรับเปลี่ยนแสงไฟในห้องให้ดูสุขุม เคร่งขรึมและทรงพลังขึ้นทันตา
"และในค่ำคืนอันเป็นมงคลนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมจะขอแนะนำประธานบริหารคนใหม่สูงสุดขององค์กรเราชายหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่จะนำพากลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ของเราก้าวสู่ระดับสากล ขอเสียงปรบมือต้อนรับคุณภีมากร ครับ!"
สิ้นเสียงประกาศ แสงไฟสปอตไลท์ทุกดวงพลันตวัดไปจับอยู่ที่บริเวณบันไดวนหรูหราที่ทอดตัวลงมาจากชั้นลอยกลางโถงจัดเลี้ยง ทุกสายตาในห้องหันไปมองเป็นจุดเดียวด้วยความตื่นตระหนกและคาดหวังกับผู้นำคนใหม่
หัวใจของพริมาพลันกระตุกวูบอย่างรุนแรง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับเลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาที แก้วไวน์ในมือสั่นระริกจนน้ำสีแดงก่ำภายในกระฉอกไหวชวนหวาดเสียวว่ามันจะหลุดมือลงพื้น สายตาของเธอเบิกกว้างจ้องมองร่างที่กำลังก้าวลงบันไดมาอย่างไม่อาจละสายตา
ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มเจ้าของชื่อก้าวลงบันไดมาด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยอำนาจและสง่างามดั่งราชสีกห์ ภีมากร หรือ ภีม ในวัย 30 ปี ปรากฏตัวในชุดสูทสากลสามชิ้นสีกรมท่าเข้มขรึม ตัดเย็บอย่างประณีตกริบรับกับช่วงไหล่ตั้งตรงและแผ่นหลังกว้าง ใบหน้าของเขาคมเข้มราวกระเบื้องเคลือบหรือรูปสลักชั้นดี คิ้วดกหนาพาดเฉียงเหนือดวงตาคู่คมกริบที่ดูดุดันและเย็นชาจนน่ากลัว สันจมูกโด่งคมรับกับริมฝีปากหยักลึกที่บัดนี้เรียบตึงไม่แสดงความรู้สึกใดๆ
คุณภีม...
สมองของพริมาขาวโพลนในพริบตา เสียงรอบข้างคล้ายจะดับหายไปเหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะทะลุอก
ภาพความทรงจำในอดีตสาดซัดเข้ามาในหัวราวกระสุนปืน วันที่เธอหันหลังทิ้งผู้ชายที่เคยอ่อนโยนและแสนดีคนนี้ไปพร้อมคำดูถูกเหยียดหยามสารพัด วันที่เธอแกล้งบอกเขาว่าเงินคือสิ่งเดียวที่เธอต้องการ และผู้ชายกระจอกๆ อย่างเขาไม่มีวันเลี้ยงเธอได้ วันนั้นเธอจำได้ดีว่าแววตาของเขาพังทลายและเจ็บปวดแตกสลายแค่ไหน
