บทที่ 10 เกลและลางสังหรณ์ (3)

เกลและลางสังหรณ์

หลังจากสั่งอาหารจานด่วนมาสองสามอย่าง เกวลินก็วางไอแพดส่วนตัวลงบนโต๊ะอาหาร เปิดหน้าจอที่แสดงข้อมูลสถิติและข่าวสารภาษาต่างประเทศมากมายทิ้งไว้ พริมามองหน้าจอตรงหน้าด้วยความฉงน

"นี่คืออะไรเหรอเกล" พริมาถามพลางขมวดคิ้ว

"ประวัติการไปเรียนและทำงานที่เมืองนอกของท่านประธานภีมากรไงล่ะ" เกวลินตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางเลื่อนหน้าจอให้เพื่อนดู

"หลังจากที่แกโดนเรียกพบซ้ำๆ เมื่อวาน ฉันก็รู้สึกว่ามันไม่ชอบมาพากล ฉันเลยใช้ทักษะนักสืบและคอนเนกชั่นเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศช่วยเช็กประวัติของเขาดู"

"แกจะไปสืบเรื่องของเขาทำไมเกล มันไม่เกี่ยวกับเราสักหน่อย" พริมาเริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย

"เกี่ยวสิพริก เพราะตอนนี้แกกำลังตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้ง และแกต้องรู้เท่าทันสถานการณ์" เกวลินขยับแว่นอย่างทะมัดทะแมง

"แกรู้ไหมว่าตอนที่ท่านประธานภีมากรเรียนต่อปริญญาโทและทำงานที่อังกฤษ เขาขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและเลือดเย็นมาก ในวงการธุรกิจที่โน่นเขาเรียกเขาว่า สิงโตไร้ใจ เพราะเขาเคยปรับโครงสร้างบริษัทในเครือที่อังกฤษจนพนักงานโดนบีบให้ออกเป็นร้อยคนโดยไม่มีความลังเลเลยสักนิด"

พริมานิ่งฟัง ข้อมูลเรื่องความเด็ดขาดของภีมากรไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอ เพราะในอดีตเขาก็เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นสูงมากอยู่แล้ว แต่คำว่า เลือดเย็นและไร้ใจ กลับทำให้เธอรู้สึกหนาวเยือกในหัวใจ

"แล้วมันยังไงต่อเหรอเกล"

"นอกจากเรื่องงานแล้ว ฉันยังให้เพื่อนเช็กเรื่องส่วนตัวของเขาด้วย แว่วๆ มาว่าช่วงปีแรกๆ ที่เขาไปอยู่เมืองนอก เขามีอาการฝังใจหรือเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงเกี่ยวกับความรัก จนทำให้เขากลายเป็นคนเย็นชาและไม่เปิดใจให้ใครอีกเลยจนถึงทุกวันนี้" เกวลินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพริมา

"พริกแกถามตัวเองจริงๆ เถอะนะ แกไม่เคยรู้จักหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนี้ในอดีตจริงๆ เหรอ"

คำถามตรงประเด็นของเกวลินทำให้พริมาถึงกับอึ้งไป หญิงสาวกำช้อนในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว ความจริงใจที่อัดอั้นอยู่ในอกเกือบจะทะลักออกมา เธออยากจะระบายความทุกข์ทั้งหมดให้เพื่อนสนิทฟัง อยากจะบอกว่าผู้หญิงที่ทำลายหัวใจของภีมากรจนกลายเป็นคนไร้ใจก็คือตัวเธอนี่เอง แต่สุดท้ายความเป็นจริงอันโหดร้ายและคำขู่ของเกริกพ่อของภีมก็แล่นเข้ามาตัดความตั้งใจนั้นลง

ถ้าเกลรู้เรื่องนี้ เกลอาจจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย และแม่นวลที่ยังนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลก็ต้องการเงินค่ารักษาอย่างต่อเนื่อง พริมาบอกตัวเองในใจเพื่อเรียกสติ

"ไม่เคยจริงๆ เกล" พริมาโกหกซ้ำสอง น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความขมขื่น

"ฉันบอกแกแล้วไงว่าฉันเป็นแค่คนธรรมดา ช่วงที่เขาอยู่เมืองนอก ฉันก็ทำงานงกๆ อยู่ที่นี่ จะไปเกี่ยวข้องกันได้ยังไง"

เกวลินมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เธอบอกได้เลยว่าพริมามีบางอย่างที่กำลังปกปิดอยู่ แต่อาการเหนื่อยล้าและแววตาที่เจ็บปวดของเพื่อนทำให้เธอเลือกที่จะไม่ซักไซ้ต่อให้เจ็บช้ำน้ำใจ

"โอเค แกบอกไม่เคยก็ไม่เคย" เกวลินถอนหายใจยาวพลางเลื่อนหน้าจอไอแพดปิดลง

"แต่สิ่งที่คุณต้องระวังไว้ให้มากที่สุดในตอนนี้คือ ลางสังหรณ์ของฉันมันบอกว่า ท่านประธานคนนี้ไม่ได้มาดีแน่ๆ การที่เขาบี้งานแกซ้ำๆ จนแกไม่ได้นอน และการที่ในออฟฟิศเริ่มมีข่าวลือหนาหูว่าแกเป็นพนักงานโปรด ทั้งหมดนี้มันอาจจะเป็นแผนการล่อเสือออกจากถ้ำของเขาก็ได้"

"แผนการอะไรเหรอเกล" พริมาถามด้วยความสงสัย

"เขากำลังใช้ตำแหน่งและอำนาจดึงแกให้เข้าไปติดกับดักในพื้นที่ของเขาในเวลาที่ไม่มีคนอื่นอยู่" เกวลินเตือนสติด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"การเรียกพบตอนค่ำๆ มืดๆ มันเปิดโอกาสให้เกิดข่าวลือเสียหาย และข่าวลือพวกนั้นก็จะย้อนกลับมาทำลายตัวแกเองในที่สุด พริกแกต้องระวังตัวให้ดีนะ อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่กับเขาตามลำพังในห้องนั้นอีกเด็ดขาด ถ้าเขาเรียกพบด่วนตอนค่ำ แกต้องหาข้ออ้างหรือพากระบอกเสียงอย่างพี่หน่องขึ้นไปด้วย จำคำฉันไว้"

"อื้อ ฉันจะระวังตัวนะเกล ขอบใจแกมากจริงๆ" พริมาพยักหน้ารับคำเตือนด้วยความซาบซึ้งใจ

แม้ปากจะรับคำ แต่ในความเป็นจริงพริมารู้ดีที่สุดว่าเธอไม่มีทางเลือกใดๆ ทั้งสิ้น ตราบใดที่ภีมากรยังคงเป็นประธานบริหารและคำสั่งของเขาถือเป็นเด็ดขาด

หากเขาต้องการจะเรียกพบเธอตอนไหน หรือต้องการจะใช้มาตรการโหดร้ายกลั่นแกล้งเธออย่างไร เธอก็ต้องยอมศิโรราบแต่โดยดีเพื่อรักษาหน้าที่การงานและเงินเดือนที่จำเป็นต่อชีวิตของครอบครัว

ช่วงบ่ายของวันทำงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในแผนกฝ่ายขายยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัด สายตาและเสียงนินทาลับหลังของพนักงานคนอื่นๆ ยังคงมีมาให้เห็นเป็นระยะ

พริมาพยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มีเพื่อเคลียร์งานในส่วนอื่นๆ ของลูกค้าให้เสร็จสิ้น โดยคอยลุ้นอยู่ในใจตลอดเวลาว่าโทรศัพท์ตั้งโต๊ะจะดังขึ้นและเป็นเสียงของคนจากชั้นสามสิบเอ็ดอีกหรือไม่

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงสี่โมงเย็น เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของพริมาก็ดังขึ้นจริงๆ หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นระทึกขึ้นมาทันที เธอมองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ภายในจากแผนกต้อนรับด้านล่าง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป