บทที่ 11 เกลและลางสังหรณ์ (4)

เกลและลางสังหรณ์

"สวัสดีค่ะ พริมาฝ่ายขายค่ะ" พริมากรอกเสียงลงไป

"คุณพริมาคะ มีพยาบาลจากโรงพยาบาลติดต่อมาค่ะ บอกว่าอาการของแม่นวลมีภาวะแทรกซ้อนนิดหน่อย อยากให้คุณพริมารีบเข้าไปพบคุณหมอเจ้าของไข้ด่วนค่ะ" เสียงพนักงานต้อนรับแจ้งข่าว

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจของพริมา ความกังวลเรื่องงานและเรื่องของภีมากรเลือนหายไปในพริบตา เหลือเพียงความห่วงใยในชีวิตของมารดาบังเกิดเกล้า หญิงสาวรีบวางสายลุกขึ้นเก็บของทันทีด้วยท่าทางรีบร้อน

"พริก มีอะไรหรือเปล่า ทำไมรีบร้อนขนาดนั้น" เกวลินที่เห็นอาการของเพื่อนรีบเดินเข้ามาถาม

"เกล โรงพยาบาลโทรมาบอกว่าแม่ฉันมีอาการแทรกซ้อน ฉันต้องรีบไปหาแม่เดี๋ยวนี้เลย" พริมาตอบ เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความกลัว น้ำตาแทบจะไหลออกมา

"เฮ้ย!!! งั้นแกรีบไปเลยพริก เดี๋ยวงานที่เหลือตรงนี้ฉันช่วยดูให้เอง เรื่องตอกบัตรเลิกงานเดี๋ยวฉันจัดการให้ แกรีบเดินทางเถอะ รถติดมากนะช่วงนี้" เกวลินรีบบอกพลางช่วยเพื่อนเก็บเอกสารลงกระเป๋า

"ขอบใจมากนะเกล ฝากด้วยนะ" พริมากล่าวขอบคุณเพื่อนสนิทด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายและรีบวิ่งตรงไปยังลิฟต์เพื่อลงไปด้านล่างตึกทันที

ขณะเดียวกัน ในห้องทำงานอันหรูหราบนชั้นสามสิบเอ็ด ภีมากรยืนกอดอกอยู่ริมกระจกใสบานใหญ่ สายตาคมกริบทอดมองลงไปยังการจราจรที่ติดขัดเบื้องล่าง มือหนาข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดไปแล้ว ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและครุ่นคิด

เขารู้ดีว่าพฤติกรรมของตัวเองตลอดสองวันที่ผ่านมามันดูไร้เหตุผลและเต็มไปด้วยอารมณ์ส่วนตัวมากแค่ไหน การสั่งแก้แผนงานซ้ำๆ ห้ารอบในวันเดียวไม่ใช่มาตรการการทำงานปกติของเขาเลยสักนิด แต่นั่นเป็นวิธีเดียวที่เขาจะบีบคั้นให้ผู้หญิงหน้าเลือดคนนั้นยอมลอกคราบความนิ่งเฉยออกไป และแสดงธาตุแท้ของคนที่เห็นแก่เงินออกมาให้เขาเห็นอีกครั้ง

แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมา มีเพียงความนิ่งเงียบ แววตาร้าวราน และหยาดน้ำตาที่เธอแอบเช็ดมันออกช้าๆ ตอนเดินออกจากห้องทำงานของเขาไป หยาดน้ำตาคู่นั้นมันเกือบจะทำให้กำแพงความแค้นในใจของเขาพังทลายลงอยู่หลายครั้ง

เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เลขาฯ วัยกลางคนจะก้าวเข้ามาด้านใน

"ท่านประธานคะ แฟ้มแผนการตลาดฉบับแก้ไขรอบที่หกของคุณพริมา ส่งมาเรียบร้อยแล้วค่ะ วางไว้บนโต๊ะทำงานนะคะ" เลขาฯ รายงาน

"ขอบคุณครับ คุณศรี" ภีมากรตอบเสียงเรียบโดยไม่หันกลับมามอง

"เอ่อ!!! แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ พอดีเมื่อสักครู่ดิฉันได้ยินพนักงานข้างล่างคุยกันว่า คุณพริมาเพิ่งรีบร้อนออกจากบริษัทไปเห็นว่าทางโรงพยาบาลโทรมาแจ้งเรื่องอาการป่วยของแม่เธอน่ะค่ะ" เลขาฯ รายงานเพิ่มเติมตามข้อมูลที่ได้รับรู้มา

คำพูดของเลขานุการทำให้ร่างกายของภีมากรแข็งทื่อไปชั่วขณะ มือหนาที่จับแก้วกาแฟสั่นระริกเล็กน้อยจนต้องรีบวางมันลงบนขอบหน้าต่าง ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ลึกที่สุดแล่นพล่านขึ้นมาจุกอยู่ที่อก

แม่ของพริกป่วยงั้นเหรอ ภีมากรคิดในใจด้วยความรู้สึกหลากหลาย

อดีตเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับเข้ามาในสมอง นึกถึงแม่นวลหญิงวัยกลางคนใจดีที่เคยทำขนมอร่อยๆ ให้เขากินในห้องเช่าแคบๆ ทุกครั้งที่เขาไปส่งพริมาที่บ้าน แม่นวลเป็นคนจิตใจดีและรักพริมามาก และพริมาเองก็รักแม่ของเธอเหนือสิ่งอื่นใด

หรือว่าเรื่องเงินหนึ่งล้านบาทเมื่อห้าปีก่อน จะเกี่ยวข้องกับอาการป่วยของแม่เธอ

ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวสมองของภีมากรดื้อๆ เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มตั้งคำถามกับเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเชื่อฝังใจมาตลอดห้าปี

ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไล่ความอ่อนแอออกไป พยายามดึงความแค้นกลับมาสวมทับตามเดิม

"รับทราบแล้วครับ คุณศรี ไม่มีอะไรแล้ว เชิญออกไปทำงานต่อได้เลยครับ" ภีมากรสั่งเสียงเรียบ

หลังจากเลขานุการเดินออกจากห้องไป ภีมากรเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน สายตาจับจ้องไปที่แฟ้มเอกสารสีดำฉบับแก้ไขรอบที่หกของพริมาที่วางอยู่ตรงหน้า มือหนายื่นไปเปิดอ่านดูรายละเอียดข้างในทีละหน้า คราวนี้เขาไม่ได้มองหาข้อผิดพลาดเพื่อกลั่นแกล้งเหมือนทุกที แต่มองดูความตั้งใจและหยาดเหงื่อแรงงานที่เธอทุ่มเทลงไปในงานชิ้นนี้ตลอดทั้งคืน

ข้อมูลมีความละเอียดรอบคอบ แผนการขยายตลาดเฉียบคมและสมบูรณ์แบบไร้ที่ติจนยากที่จะหาข้อตำหนิได้อีกต่อไป

ภีมากรปิดแฟ้มลงเบาๆ ลาดไหล่กว้างลู่ลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่สับสนและหนักอึ้งในอก ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่า เกมประสาทที่เขาเลือกเล่นเพื่อแก้แค้นในครั้งนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป