บทที่ 2 การหวนคืนของฝันร้าย (2)
การหวนคืนของฝันร้าย
แต่วันนี้เขากลับมาแล้ว ไม่ใช่ในฐานะผู้ชายยากจนที่เธอเคยทอดทิ้ง แต่กลับมาในฐานะประธานบริหารสูงสุด มีอำนาจเหนือชีวิตและหน้าที่การงานของเธอทุกอย่าง
หญิงสาวพยายามก้าวถอยหลังทีละนิดด้วยความตื่นตระหนก หวังจะใช้แผ่นหลังของเพื่อนร่วมงานตัวโตช่วยบดบังร่างบอบบางของเธอเอาไว้ ในใจสวดอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซ้ำๆ
“ขอให้เขาจำฉันไม่ได้ ขอให้สายตาคู่นั้นมองผ่านฉันไป ขอให้เขาไม่เห็นฉันที่นี่เลย”
แต่ดูเหมือนคำขอของคนบาปอย่างเธอจะส่งไปไม่ถึงเบื้องบน
ในจังหวะที่ภีมากรก้าวลงมาถึงพื้นด้านล่างเพื่อรับแก้วเครื่องดื่มจากผู้บริหารระดับสูง สายตาคมกริบประดุจใบมีดโกนคู่นั้นก็ตวัดตรงดิ่งมายังจุดที่พริมายืนอยู่ทันทีราวกับมีเรดาร์จับพิกัด เขาไม่จำเป็นต้องมองหาด้วยซ้ำ คล้ายกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าเธออยู่ตรงไหนในห้องนี้
สายตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางผู้คนนับร้อยที่กำลังปรบมือต้อนรับเขา ดวงตากลมโตของพริสั่นไหวระริกด้วยความหวาดหวั่นปนตื่นตระหนก ขณะที่ดวงตาของภีมกลับนิ่งสนิท ว่างเปล่าและเย็นชาจนจับขั้วหัวใจ ไม่มีกระแสความแค้น ไม่มีความยินดี มีเพียงความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง
เขายกแก้วไวน์ในมือขึ้นแตะริมฝีปากช้าๆ โดยที่สายตายังคงกดลึกจับจ้องใบหน้าซีดเผือดของเธอไม่วางตา
ก่อนที่เขาจะเบือนหน้ากลับไปสนทนากับนักธุรกิจข้างกายอย่างเป็นธรรมชาติ และก้าวเดินผ่านกลุ่มของเธอไปราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ราวกับว่าห้าปีที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันมานั้นเป็นเพียงอากาศธาตุ
ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ผสมไอใบยาสูบจางๆ ที่เธอเคยหลงใหลในอดีตลอยมาแตะจมูก และความเย็นชาที่บาดลึกเข้าไปในทรวงอกจนอึดอัด
พริมายืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป มือที่กำก้านแก้วไวน์ยังคงสั่นไม่หาย จนพี่หน่องต้องหันมาทักด้วยความกังวล เมื่อเห็นสีหน้าผิดปกติของพริมา
"พริก เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าซีดเชียว ไหวไหมเรา หรือว่าตื่นเต้นที่จะได้เจอท่านประธานใหม่?"
"เปล่าค่ะพี่หน่อง พริกแค่รู้สึกมึนๆ หัวนิดหน่อยค่ะ คงเพราะดื่มไวน์เร็วไปหน่อย" เธอปดคำโต พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือและรักษารอยยิ้มจางๆ เอาไว้
"อ้าว ถ้าไม่ไหวก็ไปพักก่อนนะ ดิวใหญ่เพิ่งจบไป ร่างกายคงล้าแหละ"
"ค่ะพริกขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ"
พริมาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะใกล้ที่สุด ก่อนจะรีบพาตัวเองเดินเลี่ยงออกจากห้องจัดเลี้ยงหรูหรานั้นทันที เธอสาวเท้าเร็วๆ ไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมหนานุ่มของโรงแรม มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำหญิงที่อยู่โซนเงียบสงบด้านหลัง เมื่อบานประตูเปิดออกและพบว่าด้านในไม่มีใคร หญิงสาวก็ตรงดิ่งไปที่อ่างล้างหน้าทันที
เธอเปิดก๊อกน้ำ กวักน้ำเย็นจัดขึ้นมาลูบหน้าหลายต่อหลายครั้งเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา แต่ความเย็นของน้ำก็ไม่เท่าความหนาวเหน็บในอกเมื่อครู่ พริมาเงยหน้าขึ้นมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ สะท้อนภาพหญิงสาวในชุดเดรสสวยงาม แต่ใบหน้ากลับขาวซีดไร้สีเลือด ริมฝีปากที่เคยแย้มยิ้มบัดนี้เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง
ความเย็นชาที่เขาแสดงออกเมื่อครู่ และท่าทีที่ทำเหมือนเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับสร้างความระแวงอันหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ เพราะผู้ชายอย่าง ภีมากร เจ้าระเบียบ บ้างาน และที่สำคัญที่สุดเขาเกลียดความทรยศหักหลังเป็นที่สุด ท่าทีนิ่งเฉยเมื่อครู่ มันลึกลับเกินไป ลึกลับจนเธอกลัว
“เขาจำเราไม่ได้จริงๆ หรือเปล่า” พริมาพึมพำกับตัวเองด้วยความสับสนและหวาดกลัว
ห้าปัที่ผ่านมาเขาอาจจะก้าวหน้าไปไหลจนลืมเลือนผู้หญิงธรรมดาๆ ที่เคยทิ้งเขาไปแล้วก็ได้หรือบางที แผลเป็นในใจครั้งนั้นอาจจะถูกกาลเวลาลบเลือนไปจนหมดสิ้นแล้ว หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามบอกกับตัวเองให้ตั้งสติอดีตก็คืออดีต ตอนนี้เธอคือพนักงานขายระดับท็อปของบริษัท เขาเป็นประธานบริหารระดับสูงคงไม่มีเวลาลงมาสนใจพนักงานตัวเล็กๆ หรอก
เมื่อจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ระดับหนึ่ง พริมาจึงใช้กระดาษทิชชูซับหน้า จัดแต่งทรงผมและเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องน้ำเพื่อกลับเข้างานเลี้ยง อย่างน้อยเธอก็ต้องอยู่ร่วมพิธีการให้จบเพื่อไม่ให้เสียมารยาท
ทว่าทันทีที่เธอเปิดประตูห้องน้ำก้าวออกมายังโถงทางเดินที่สลัวรางและเงียบสงบ ร่างบอบบางก็ต้องชะงักกึกอีกครั้ง ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างตรึงขาทั้งสองข้างเอาไว้กับพื้น
