บทที่ 4 งานเลี้ยงที่จบลงด้วยความสงสัย (1)
งานเลี้ยงที่จบลงด้วยความสงสัย
หลังจากค่ำคืนอันยาวนานในงานเลี้ยงสิ้นสุดลง พริมาแทบไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืน ภาพแววตาเย็นชาของภีมากรและน้ำเสียงห่างเหินที่เขาใช้เรียกเธอว่าคุณพนักงาน ยังคงหลอกหลอนอยู่ในหัวสมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยขอบตาที่บวมช้ำจากการนอนไม่หลับ แต่เธอไม่มีเวลาให้ฟูมฟาย สองเท้ายังคงต้องก้าวเดินต่อไปเพราะภาระหนี้สินและค่ารักษาพยาบาลของแม่นวลยังคงค้ำคออยู่
เธอยืนอยู่หน้ากระจกบานยาวในห้องแต่งตัว วันนี้พริมาสลัดภาพจำของดาวเด่นในชุดเดรสหรูหราเมื่อคืนออกไปจนหมดสิ้น เธออยู่ในชุดทำงานกางเกงสแล็กสีดำทรงกระบอกเล็ก แมตช์กับเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกริบ ทับด้วยสูทสีน้ำเงินเข้มพอดีตัว ผมยาวสลวยถูกรวบเป็นหางม้าต่ำไว้อย่างเรียบร้อย ดูเป็นพนักงานขายที่ทะมัดทะแมงและเป็นมืออาชีพ
"พริก แกไหวไหม หน้าแกดูซีดมากเลยนะ"
เกวลิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในออฟฟิศทักขึ้นทันทีที่พริมาเดินเข้ามาในแผนกบริหารยอดขาย เกวลินขยับแว่นสายตาทรงกลมให้เข้าที่พลางมองสำรวจใบหน้าของเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
"ไหวสิเกล แค่นอนน้อยน่ะ" พริมาฝืนยิ้มให้เพื่อนพลางวางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงาน
"เมื่อคืนฉันเห็นแกขอตัวไปห้องน้ำแล้วก็หายไปเลย เป็นอะไรหรือเปล่า แล้วเรื่องประธานคนใหม่ล่ะ แกเห็นหรือยัง หล่อลากดินอย่างกับพระเอกซีรีส์แน่ะ แต่เห็นพี่หน่องบอกว่าดุมากเลยนะ"
เกวลินกระซิบกระซาบพลางยื่นแก้วกาแฟร้อนให้เพื่อน สายตาของสาวนักการตลาดและกฎหมายเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสา
"เห็นแล้วล่ะ" พริมาตอบสั้นๆ มือบางที่จับแก้วกาแฟสั่นระริกจนต้องรีบวางมันลง
"เขาก็ดู สมฐานะผู้บริหารดี"
"แค่นั้นเองเหรอ แต่อย่างว่าแหละ ระดับนั้นคงอยู่สูงเกินกว่าที่พวกเราจะไปเอื้อมถึง อ้อ จริงสิ! พี่หน่องให้มาบอกแกด้วยนะว่า ถ้ามาถึงแล้วให้เตรียมสรุปยอดขายวิลล่าหรูโครงการล่าสุดไว้เลย เห็นว่าท่านประธานคนใหม่จะเรียกตรวจงานของแผนกเราเป็นแผนกแรก"
คำพูดของเกวลินทำให้หัวใจของพริมาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"เรียกตรวจวันนี้เลยเหรอเกล"
"ใช่สิ แว่วๆ ว่าจะเรียกพบท็อปเซลส์ของไตรมาสนี้ด้วย ซึ่งก็คือแกไง ยินดีด้วยนะจ๊ะ ได้หน้าเต็มๆ ตั้งแต่วันแรกที่เจ้านายใหม่เข้าทำงานเลย"
เกวลินตบไหล่เพื่อนอย่างร่าเริง โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าใบหน้าของพริมาในยามนี้ไร้สีเลือดไปเรียบร้อยแล้ว
ยังไม่ทันที่พริมาจะได้ตั้งตัว เสียงของพี่หน่อง หัวหน้าทีมฝ่ายขายก็ดังขึ้นมาจากหน้าห้องทำงาน
"พริก มาพอดีเลย เตรียมเอกสารเสร็จหรือยัง ท่านประธานเรียกพบเธอที่ห้องทำงานชั้นสามสิบเอ็ดด่วนที่สุดเลยนะ" พี่หน่องเดินเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน
"ตอนนี้เลยเหรอคะพี่หน่อง" พริมาถาม เสียงของเธอสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
"ใช่สิ อย่าให้ผู้ใหญ่ต้องรอนะพริก ดิวนี้สำคัญมาก ท่านประธานอยากฟังรายละเอียดจากปากคนที่ทำยอดขายได้สูงสุดด้วยตัวเอง โชคดีนะแก" พี่หน่องให้กำลังใจก่อนจะรีบเดินไปจัดการงานส่วนอื่นต่อ
พริมาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจที่เตลิดเปิดเปิงให้กลับคืนมา เธอดึงแฟ้มเอกสารสีดำที่บรรจุรายละเอียดแผนการขายและรายชื่อลูกค้าวีไอพีขึ้นมากอดไว้แนบอุก ราวกับมันเป็นโล่กำบังภัยเพียงชิ้นเดียวที่เธอมีอยู่ในตอนนี้
‘เธอต้องแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ออก พริก เขาก็แค่เจ้านาย ส่วนเธอคือพนักงาน’ หญิงสาวบอกตัวเองในใจขณะก้าวขาเข้าไปในลิฟต์ผู้บริหาร
ลูกศรดิจิทัลแสดงตัวเลขชั้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดลงที่ชั้น 31 ประตูลิฟต์เปิดออกเผยให้เห็นโถงทางเดินที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตา บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงฝีเท้าของตัวเอง พริมาเดินตรงไปที่โต๊ะของเลขานุการหน้าห้องประธานบริหาร
"สวัสดีค่ะ ดิฉันพริมา จากแผนกฝ่ายขายค่ะ" พริมาแนะนำตัว
เลขาสาววัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ "อ้อ คุณพริมานะคะ ท่านประธานกำลังรออยู่พอดีเลยค่ะ เชิญด้านในได้เลยค่ะ"
เลขาฯ ผุดลุกขึ้นเดินไปเคาะประตูไม้บานใหญ่สองสามครั้ง ก่อนจะเปิดประตูออกและผายมือให้พริมาเดินเข้าไปด้านใน
ภายในห้องทำงานกว้างขวางผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตึกระฟ้าใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครได้อย่างสุดสายตา โต๊ะทำงานตัวใหญ่ทำจากไม้เนื้อดีสีดำสนิทตั้งอยู่ตรงกลางห้อง และหลังโต๊ะตัวนั้น ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มเนื้อดีกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารในมืออย่างเคร่งขรึม
กลิ่นกาแฟดำโชยมาเตะจมูก มันเป็นกลิ่นแบบเดียวกับที่เธอเคยชงให้เขาดื่มในห้องเช่าแคบๆ เมื่อห้าปีก่อน
"ขออนุญาตค่ะดิฉันพริมาค่ะ" พริมาเอ่ยทำลายความเงียบ
ชายหนุ่มไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาในทันที เขาเซ็นลายเซ็นลงบนเอกสารแผ่นสุดท้ายด้วยท่าทางเฉียบคม ก่อนจะค่อยๆ ปิดแฟ้มลง แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ
ดวงตาคมกริบคู่เดิมที่เคยขี้เล่นและมองเธอด้วยความรัก บัดนี้มันเหลือเพียงความว่างเปล่าและเย็นชาจนน่ากลัว
"เชิญนั่งซิ คุณพริมา" ภีมากรเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาไม่มีกระแสความหวั่นไหวใดๆ ทั้งสิ้น
พริมาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างสำรวม เธอนั่งหลังตรง เม้มปากแน่น พยายามไม่สบตากับเขาตรงๆ
"ขอบคุณค่ะ" เธอตอบรับแผ่วเบา
"ผมได้ดูรายงานยอดขายวิลล่าหรูโครงการเดอะ พรีเมียร์ ของไตรมาสนี้แล้ว ยอดขายส่วนใหญ่มาจากฝีมือของคุณทั้งหมดเลยใช่ไหม" ภีมากรเปิดประเด็นเข้าเรื่องงานทันที ไม่มีแม้แต่คำทักทายตามมารยาท
