บทที่ 5 งานเลี้ยงที่จบลงด้วยความสงสัย (2)

งานเลี้ยงที่จบลงด้วยความสงสัย

"ใช่ค่ะ เป็นยอดขายของดิฉันร่วมกับทีมงานในแผนกค่ะ" พริมาตอบตามความจริงพลางยื่นแฟ้มสรุปงานในมือส่งให้เขา

ภีมากรรับแฟ้มไปเปิดดู นิ้วมือเรียวยาวของเขาพลิกหน้ากระดาษไปทีละหน้าอย่างเชื่องช้า บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนพริมาได้ยินเสียงก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของตัวเองเต้นโครมคราม เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของเขาที่แอบชำเลืองมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าในจังหวะที่เขาพลิกกระดาษ

สายตาแบบนั้นมันไม่ใช่สายตาของคนแปลกหน้า แต่มันเหมือนสายตาของนักล่าที่กำลังประเมินเหยื่อ

"คุณพริมาทำงานที่นี่มานานเท่าไหร่แล้ว" เขาถามขึ้นลอยๆ โดยไม่ละสายตาจากเอกสาร

"สามปีแล้วค่ะ"

"สามปี" ภีมากรทวนคำ น้ำเสียงคล้ายจะเยาะหยัน

"ขึ้นแท่นท็อปเซลส์ได้ในเวลาแค่สามปี ถือว่าไม่เลวเลยสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียว หรือว่าคุณมีเทคนิคพิเศษอะไรในการมัดใจลูกค้าหรือเปล่า"

คำถามนั้นทำให้พริมาหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธ คำว่าเทคนิคพิเศษจากปากของเขาฟังดูมีความหมายแฝงที่ส่อไปในทางดูถูกอย่างชัดเจน

"ดิฉันทำงานด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจกับลูกค้าทุกคนค่ะ ข้อมูลทุกอย่างตรวจสอบได้ ไม่มีเทคนิคพิเศษอะไรทั้งนั้นค่ะท่านประธาน" พริมาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่งสนิทไว้

ภีมากรปิดแฟ้มเอกสารลงเสียงดังฉาด เขาประสานมือไว้บนโต๊ะแล้วโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะมองให้ทะลุถึงเนื้อใน

"งั้นเหรอ แต่ผมรู้สึกว่าชื่อของคุณมันคุ้นหูชอบกล" เขากล่าวกลั้วหัวเราะในลำคอ

"คุณพริมา เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า"

หัวใจของพริมาเต้นระทึกจนแทบจะกระดอนออกมาข้างนอก คำถามที่เธอหวาดกลัวที่สุดถูกพ่นออกมาจากปากของเขาแล้ว หญิงสาวกุมมือตัวเองที่อยู่ใต้โต๊ะทำงานไว้แน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ เธอต้องเลือกระหว่างการยอมรับความจริง หรือการแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขาต่อไป

หากยอมรับ อดีตอันเจ็บปวดและบาดแผลที่เธอเคยกรีดลึกไว้บนใจเขาก็จะถูกขุดขึ้นมา และมันอาจจะกระทบกับหน้าที่การงานที่เธอจำเป็นต้องใช้เลี้ยงชีวิต

"คิดว่าไม่น่าจะเคยนะคะ ดิฉันเป็นแค่คนธรรมดา คงไม่มีโอกาสได้รู้จักกับนักเรียนนอกหรือผู้บริหารระดับสูงอย่างท่านประธานหรอกค่ะ" พริมาโกหกคำโต เธอบังคับสายตาตัวเองให้มองตรงไปที่เนกไทสีเข้มของเขาแทนการสบตา

ภีมากรนิ่งไปชั่วอึดใจ รอยยิ้มมุมปากของเขาหายวับไป เปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ทวีคูณขึ้น

"นั่นสินะ" เขาเหยียดเสียงยาว

"ผมก็คงจะจำคนผิดไปเอง คนที่ผมเคยรู้จักในอดีต เธอไม่ได้มีบุคลิกแบบคุณหรอก ผู้หญิงคนนั้นเห็นแก่เงิน หน้าเลือด และไม่มีศักดิ์ศรีพอที่จะมานั่งทำงานหาเงินอย่างสุจริตแบบนี้หรอก"

คำพูดเชือดเฉือนของเขาเปรียบเสมือนมีดคมที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของพริมาอย่างจัง หญิงสาวรู้สึกจุกจนพูดอะไรไม่ออก ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แต่เธอต้องสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้สุดชีวิต จะให้เขาเห็นความอ่อนแอของเธอในตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด

"ค่ะ ดิฉันก็คิดว่าท่านประธานคงจะจำผิดคน" พริมาตอบพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น

"ถ้าไม่มีเรื่องงานอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวกลับไปทำงานต่อนะคะ"

"เดี๋ยวก่อน คุณพริมา" ภีมากรเรียกเสียงเรียบ "ผมยังพูดเรื่องงานไม่จบ"

พริมาที่กำลังจะขยับตัวลุกขึ้นจึงต้องนั่งลงตามเดิม "ค่ะ มีอะไรเพิ่มเติมหรือคะ"

"แผนการตลาดที่คุณเสนอมาในแฟ้มนี้ ยอดขายวิลล่าหรูมันดีก็จริง แต่มันเป็นแค่กลุ่มลูกค้าเดิมๆ ที่บริษัทมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว สิ่งที่ผมต้องการคือการขยายตลาดไปสู่กลุ่มเศรษฐีใหม่และนักลงทุนต่างชาติ" ภีมากรหมุนปากกาในมือเล่น ท่าทางของเขาดูเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

"ผมต้องการให้คุณปรับปรุงแผนงานนี้ใหม่ทั้งหมด แล้วเอามาส่งผมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ตอนแปดโมงเช้า"

"วันพรุ่งนี้แปดโมงเช้าเลยเหรอคะ" พริมาอุทานด้วยความตกใจ

"แต่แผนงานนี้หนาเกือบห้าสิบหน้า และต้องใช้ข้อมูลสถิติมหาศาลเลยนะคะดิฉันคงทำไม่ทันแน่ๆ"

"ทำไม่ทัน หรือว่าไม่มีความสามารถพอ" ภีมากรเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาท้าทาย

"ถ้าตำแหน่งท็อปเซลส์ของพีรกรุ๊ปทำงานได้แค่นี้ ผมคงต้องพิจารณาโครงสร้างแผนกฝ่ายขายใหม่ทั้งหมด รวมถึงตำแหน่งของคุณด้วย"

นี่มันคือการใช้อำนาจเจ้านายกลั่นแกล้งกันชัดๆ พริมารู้ดีว่างานขนาดนี้ต่อให้ทำโต้รุ่งก็แทบจะไม่มีทางเสร็จสมบูรณ์ได้ แต่แววตาและคำขู่เรื่องตำแหน่งงานของเขาทำให้เธอไม่มีทางเลือก เงินเดือนและค่าคอมมิชชั่นจากที่นี่คือสายเลือดที่หล่อเลี้ยงครอบครัวของเธออยู่

"เข้าใจแล้วค่ะ ดิฉันจะจัดการให้เสร็จทันเวลาค่ะ" พริมาตอบรับคำสั่งด้วยความขมขื่น

"ดีมาก ผมชอบคนทำงานรวดเร็วและไม่เกี่ยงงาน" ภีมากรพยักหน้าอย่างพอใจ

"อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง... ต่อไปนี้ถ้าผมเรียกพบ คุณต้องมาทันทีโดยไม่มีข้ออ้าง และจำไว้ว่าในฐานะประธานบริหาร คำสั่งของผมถือเป็นเด็ดขาด"

"ค่ะ ดิฉันทราบแล้ว"

"เชิญออกไปได้แล้ว" เขาสั่งพลางก้มลงมองเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง ราวกับตัดขาดการรับรู้จากตัวเธอโดยสิ้นเชิง

พริมาผุดลุกขึ้นยืน หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทันทีที่ประตูไม้บานใหญ่ปิดลงตามหลัง หญิงสาวก็ปล่อยลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือบางลูบหน้าอกตัวเองเพื่อปลอบขวัญ ร่างกายของเธอสั่นเทาไปด้วยความเครียดและความอึดอัดที่สะสมมาตลอดครึ่งชั่วโมง

เธอเดินกลับมาที่แผนกฝ่ายขายด้วยท่าทางเหม่อลอย จนเกวลินต้องวิ่งเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง

"พริก เป็นยังไงบ้าง ทำไมหน้าตาแกดูเหมือนคนเพิ่งไปออกรบมาอย่างนั้นแหละ ท่านประธานดุมากเลยเหรอ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป