บทที่ 6 งานเลี้ยงที่จบลงด้วยความสงสัย (3)
งานเลี้ยงที่จบลงด้วยความสงสัย
เกวลินถามพลางดึงแขนเพื่อนให้นั่งลง สายตาจับจ้องใบหน้าที่ซีดเซียวของพริมาอย่างไม่วางตา
"เขา คุยเรื่องงานน่ะเกล สั่งแก้แผนงานใหม่หมดเลย แถมจะเอาพรุ่งนี้แปดโมงเช้าด้วย" พริมาเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องส่วนตัว
"ฮะ! พรุ่งนี้แปดโมงเช้าเนี่ยนะ โห เจ้านายใหม่เรานี่โหดชะมัดเลย แผนงานตั้งเยอะขนาดนั้นจะทำทันได้ยังไง มีอะไรให้ฉันช่วยไหมพริก"
เกวลินอาสาด้วยความเห็นอกเห็นใจพลางขยับแว่นอย่างกระตือรือร้น
"ขอบใจมากนะเกล แต่ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลลูกค้าที่ฉันดิวไว้เอง ฉันน่าจะจัดการเองได้ แกไปทำงานของแกเถอะ" พริมาปฏิเสธความช่วยเหลือเพราะไม่อยากให้เกวลินต้องมาเดือดร้อนและพลอยโดนเพ่งเล็งไปด้วย
ตลอดทั้งวันพริมาจมอยู่กับกองเอกสารและหน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอไม่ได้ออกไปกินข้าวเที่ยง นิ้วมือเรียวรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่งเพื่อเร่งทำแผนงานใหม่ให้ทันตามกำหนด เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วประจำวันจนกระทั่งท้องฟ้าภายนอกกระจกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้ม พนักงานในแผนกทยอยกันเก็บของกลับบ้านทีละคนสองคน
"พริก ฉันกลับก่อนนะ แกไหวแน่นะ อย่าหักโหมเกินไปล่ะ"
เกวลินเอ่ยลาด้วยความเป็นห่วงในเวลาเกือบสองทุ่ม เธอสะพายกระเป๋าพลางหันกลับมามองเพื่อนสนิทที่ยังนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์
"อื้อ แกกลับก่อนเลยเกล ฉันอีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว" พริมาฝืนยิ้มให้เพื่อน
ภายในออฟฟิศเริ่มมืดลง เหลือเพียงแสงไฟจากโต๊ะทำงานของพริมาเพียงดวงเดียว ความเงียบสงบทำให้สมองของเธอบรรเจิดขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้ความคิดฟุ้งซ่านเรื่องของภีมากรแล่นเข้ามาในหัวอีกครั้ง
‘เขาจำเธอไม่ได้จริงๆ หรือแค่กำลังเล่นเกมจิตวิทยา’
พริมาตั้งคำถามนี้กับตัวเองซ้ำๆ ท่าทางห่างเหินและสายตาที่มองเหมือนคนแปลกหน้าในตอนแรกมันดูแนบเนียนมากจนเธอเกือบเชื่อ แต่ประโยคถัดมาที่เขาพูดจาเหน็บแนมเรื่องผู้หญิงเห็นแก่เงินในอดีตนั้น มันชัดเจนว่าเขาตั้งใจขุดเรื่องราวระหว่างเธอกับเขาขึ้นมาประจาน
เขาจำเธอได้แน่นอน แต่เขาเลือกที่จะไม่ยอมรับ และเลือกที่จะใช้สถานะเจ้านายตรงนี้ค่อยๆ ทรมานเธอให้ตายใจ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากทางเดินด้านนอกทำให้พริมาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ความเงียบของออฟฟิศในเวลาดึกดื่นแบบนี้ทำให้เสียงนั้นดูดังและน่ากลัวเป็นพิเศษ หญิงสาวชะเง้อหน้ามองผ่านฉากกั้นโต๊ะทำงานด้วยความหวาดระแวง
ร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ดและพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอกกำลังเดินตรงมาทางห้องทำงานของเธอ แสงไฟจากทางเดินสาดกระทบใบหน้าคมเข้มของเขาให้เห็นเด่นชัด
ภีมากรนั่นเอง...
เขายังไม่กลับบ้านอีกหรือ พริมารีบก้มหน้าลงมองจอคอมพิวเตอร์ แสร้งทำเป็นตรวจงานอย่างขะมักเขม้น หัวใจเริ่มเต้นระทึกขึ้นมาอีกรอบเมื่อฝีเท้าคู่นั้นมาหยุดลงที่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ
"ยังไม่กลับอีกเหรอ คุณพริมา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม
"ยังค่ะ ดิฉันกำลังเร่งทำแผนงานที่ท่านประธานสั่งอยู่ค่ะ ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ" พริมาตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
ภีมากรยืนกอดอก มองดูหญิงสาวที่กำลังพิมพ์งานด้วยท่าทางขะมักเขม้น แววตาของเขาในยามที่ไม่มีใครเห็นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโกรธ ความแค้น และความอาวรณ์ที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด
"ขยันดีนี่" เขาพูดประชดประชัน
"หวังว่าผลงานที่ออกมามันจะคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปนะ ไม่ใช่ดีแต่ผักชีโรยหน้า"
พริมาหยุดมือที่กำลังพิมพ์งาน เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ในเมื่อตอนนี้ไม่มีคนอื่นอยู่แล้ว เธอจึงอยากจะรู้ความจริงจากปากของเขาให้มันจบๆ ไป
"ท่านประธานคะ ดิฉันขอถามอะไรตรงๆ สักข้อได้ไหมคะ"
ภีมากรเลิกคิ้วขึ้น "ว่ามาสิ"
"ท่านประธาน จำดิฉันไม่ได้จริงๆ หรือคะ หรือว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่ความสะใจที่ได้แกล้งดิฉัน" พริมาถามออกไปตรงๆ ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นจ้องมองเขาด้วยความตัดพ้อและต้องการคำตอบ
ภีมากรนิ่งไป แววตาของเขาไหววูบไปชั่ววินาทีก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม เขาลดมือที่กอดอกลงแล้วค้ำมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะทำงานของเธอ โน้มใบหน้าคมเข้มเข้ามาใกล้จนพริมาได้ยินเสียงลมหายใจของเขา กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาบีบอัดจนเธอแทบหายใจไม่ออก
"คุณพริมา คุณกำลังสำคัญตัวผิดไปหรือเปล่า" ภีมากรเอ่ยเสียงกระซิบ แต่ทว่าหนักแน่นและเยือกเย็น "ผมบอกไปแล้วไงว่าผมไม่เคยรู้จักคุณ และบริษัทของผมจ้างคุณมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาให้เรียกร้องความสนใจจากประธานบริหาร"
"แต่เรื่องที่คุณพูดเมื่อกลางวัน"
"เรื่องผู้หญิงหน้าเลือดคนนั้นน่ะเหรอ" ภีมากรขัดขึ้นพร้อมรอยยิ้มหยัน
"นั่นมันแค่เรื่องเล่าขำๆ ของผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่งในอดีตของผม ไม่เห็นจะเกี่ยวกับคุณตรงไหนเลย หรือว่าคุณมีพฤติกรรมแบบผู้หญิงคนนั้นล่ะ ถึงได้ร้อนตัวขนาดนี้"
พริมาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความจริงใจและปมในใจที่เธอซ่อนไว้เกือบจะทะลักออกมาทางสายตา เธออยากจะตะโกนใส่หน้าเขาเหลือเกินว่าที่เธอต้องทำแบบนั้นในอดีตก็เพื่อช่วยชีวิตพ่อของเธอและเพื่ออนาคตของเขาเอง แต่คำขู่ของเกริก พ่อของภีมยังคงดังซ้ำๆ ในหัว
‘ถ้าแกบอกเรื่องนี้กับภีม ฉันจะทำให้ครอบครัวของแกไม่มีที่ยืนในสังคม และพ่อของแกจะต้องตายในคุก’
ราคาที่เธอต้องจ่ายเพื่อปกป้องเขามันสูงเกินกว่าที่เธอจะมาทำลายมันลงในตอนนี้
"ค่ะ ดิฉันเข้าใจแล้วค่ะ ดิฉันไม่ได้ร้อนตัว" พริมาตอบเสียงเรียบ พยายามระงับความเจ็บปวดเอาไว้ลึกที่สุด "ดิฉันจะรีบทำแผนงานให้เสร็จค่ะ"
"ดี" ภีมากรยืดตัวขึ้นเต็มความสูง "ถ้างั้นก็ตั้งใจทำงานต่อไป อย่าให้ผมผิดหวังในตัวท็อปเซลส์ของบริษัทล่ะ"
พูดจบ ชายหนุ่มก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้พริมานั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันอีกครั้ง หญิงสาวปล่อยให้น้ำตาที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวันไหลร่วงลงมาอาบแก้มสองข้างอย่างเงียบๆ เธอยกมือขึ้นเช็ดมันออกอย่างรวดเร็วและพยายามบังคับตัวเองให้กลับมามีสมาธิกับงานตรงหน้า
ความแค้นของภีมมันช่างรุนแรงเหลือเกิน แม้ปากจะบอกว่าไม่รู้จัก แต่ทุกการกระทำและคำพูดของเขาคือดักแด้ที่กำลังรัดตัวเธอให้ตายอย่างช้าๆ พริมาได้แต่หวังว่าความอดทนของเธอจะมากพอที่จะผ่านพ้นบ่วงกรรมในครั้งนี้ไปได้ เพื่อแม่นวลและเพื่อชีวิตของเธอเอง
