บทที่ 7 บทลงโทษ (1)
บทลงโทษ
จนถึงเวลาเช้าของวันใหม่ พริมาก็พาขอบตาที่บวมช้ำและร่างกายที่อ่อนล้ามาถึงออฟฟิศ แฟ้มเอกสารแผนการตลาดฉบับปรับปรุงใหม่หนาเกือบห้าสิบหน้าถูกกอดเอาไว้แนบอกอย่างทะนุถนอม หญิงสาวไม่ได้นอนเลยทั้งคืน
นิ้วมือของเธอยังคงสั่นระริกจากการรัวพิมพ์คีย์บอร์ดโต้รุ่ง และพึ่งพาเพียงกาแฟกระป๋องจากร้านสะดวกซื้อประทังชีวิตเพื่อส่งงานให้ทันในเวลาแปดโมงเช้าตามคำสั่งประกาศสิทธิ์ของประธานบริหารคนใหม่
เวลาเจ็ดนาฬิกาห้าสิบนาที พริมายืนอยู่หน้าห้องทำงานชั้นสามสิบเอ็ด เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะเคาะประตูไม้บานใหญ่แล้วก้าวเข้าไปด้านใน
ภีมากรนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในชุดสูทสีดำสนิทเรียบกริบ ใบหน้าคมเข้มของเขาดูสดชื่นและทรงพลัง ผิดกับเธอที่สภาพใกล้เคียงกับศพเดินได้ สายตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอมาตรงเวลา
"แผนการตลาดฉบับแก้ไขค่ะท่านประธาน ดิฉันปรับปรุงข้อมูลสถิติและเพิ่มแผนการขยายฐานลูกค้ากลุ่มเศรษฐีใหม่กับนักลงทุนต่างชาติตามที่สั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ" พริมาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ วางท่าทางเป็นมืออาชีพที่สุดเท่าที่จะทำได้
ภีมากรไม่ตอบ เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเปิดอ่าน นิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษไปทีละหน้าอย่างเชื่องช้า ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างขวางจนพริมาเริ่มรู้สึกอึดอัด ผ่านไปราวสิบนาที ชายหนุ่มก็ปิดแฟ้มลงเสียงดังฉาด
"ใช้ไม่ได้" คำพูดสั้นๆ แต่ทรงพลังตัดรอนความตั้งใจทั้งหมดของเธอลงอย่างไม่มีชิ้นดี
พริมาเบิกตากว้างลืมตัวถามกลับทันที "ใช้ไม่ได้ตรงไหนคะดิฉันวิเคราะห์สถิติตามฐานข้อมูลย้อนหลังห้าปี และวางแผนอุดรอยรั่วทั้งหมดแล้วนะคะ"
"ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้" ภีมากรใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนหน้ากระดาษสามสี่ครั้ง
"ข้อมูลดูเป็นทฤษฎีมากเกินไป ผมต้องการอะไรที่มันจับต้องได้มากกว่านี้ เอากลับไปแก้มาใหม่"
"แต่ว่า…"
"ไม่มีแต่ครับคุณพริมา ถ้างานสม่ำเสมอมันยากเกินไปสำหรับท็อปเซลส์ ผมจะได้รู้ไว้ว่าตำแหน่งนี้ของคุณมันได้มาเพราะโชคช่วย" น้ำเสียงราบเรียบแต่ซ่อนแววเชือดเฉือนทำให้พริมาต้องกลืนก้อนสะอื้นลงคอ
"เข้าใจแล้วค่ะ ดิฉันจะนำกลับไปแก้ไข" เธอเม้มปากแน่น หยิบแฟ้มเอกสารกลับคืนมาแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไป แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายตลอดทั้งวัน
ตลอดวันทำงานอันแสนยาวนาน พริมาถูกเรียกตัวขึ้นไปที่ชั้นสามสิบเอ็ดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่เธอส่งงานที่แก้ไขแล้ว ภีมากรจะหาข้อตำหนิเล็กๆ น้อยๆ มาปัดตกงานของเธอเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟอนต์ตัวอักษร สีของกราฟิก หรือแม้กระทั่งการเรียงลำดับหน้าเอกสารที่เขาอ้างว่าอ่านยาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้บริษัทก็ใช้ฟอร์แมตนี้มาโดยตลอด
"พริก แกว่าท่านประธานจงใจแกล้งแกหรือเปล่า"
เกวลินถามขึ้นด้วยความร้อนใจขณะเดินเข้ามาหาพริมาที่โต๊ะทำงานในเวลาบ่ายคล้อย สาวแว่นนักการตลาดมองดูเพื่อนสนิทที่สภาพอิดโรยจนดูน่าสงสาร
"ไม่รู้สิเกล เขาอาจจะแค่อยากให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดก็ได้" พริมาฝืนตอบพลางพิมพ์งานต่อโดยไม่ยอมละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ เธอไม่อยากให้เกวลินสงสัยในความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเธอกับภีมากร
"สมบูรณ์แบบบ้าอะไร แก้รอบที่สี่ในวันเดียวเนี่ยนะ งานฝ่ายขายปกติไม่เห็นต้องลงลึกขนาดนี้เลย พี่หน่องยังบอกเลยว่าปกติท่านประธานคนเก่าแทบไม่เคยดูละเอียดขนาดนี้ ฉันว่ามันแปลกๆ" เกวลินวิเคราะห์ตามสัญชาตญาณนักกฎหมาย
"ไม่มีอะไรหรอกเกล แกไปทำงานเถอะ ฉันอยากรีบแก้ให้เสร็จก่อนเลิกงาน" พริมาตัดบทเพราะไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงหนึ่งทุ่มตรง พนักงานในออฟฟิศเริ่มทยอยกลับบ้านจนหมด แสงไฟในห้องทำงานของพริมายังคงสว่างอยู่ เสียงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะดังขึ้นกรีดความเงียบ หญิงสาวเอื้อมมือไปรับสายด้วยความระทึก
"คุณพริมา เอาแฟ้มที่แก้ล่าสุดขึ้นมาพบผมที่ห้องเดี๋ยวนี้" เสียงทุ้มต่ำของภีมากรสั่งการสั้นๆ ก่อนจะตัดสายไป
พริมาถอนหายใจยาว ดึงแฟ้มเอกสารรอบที่ห้าของวันขึ้นมากอดไว้ สองขาก้าวขยับเข้าลิฟต์ไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก เธอรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับเขาในเวลาที่ไม่มีพนักงานคนอื่นอยู่เลยแบบนี้ มันอันตรายต่อหัวใจของเธอเหลือเกิน
เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของประธานบริหาร ไฟในห้องถูกหรี่ลงจนสลัวราง มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะทำงานและแสงจากตึกระฟ้าภายนอกกระจกบานใหญ่ที่ส่องเข้ามา
ภีมากรไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเหมือนทุกที แต่นั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวสีดำ มือหนากำลังแกว่งแก้วกาแฟดำในมือเบาๆ
"เอกสารที่แก้ไขเสร็จแล้วค่ะท่านประธาน" พริมาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ยื่นแฟ้มส่งให้
ภีมากรไม่รับแฟ้มขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ จนพริมาต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่จนหมดทางหนี ชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ
"วางไว้บนโต๊ะซิ" เขาออกคำสั่ง เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนเล็กน้อยคล้ายคนฤทธิ์แอลกอฮอล์
พริมาเอี้ยวตัววางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงานด้านหลังอย่างยากลำบาก เพราะร่างกายของเขาเบียดกระชับเข้ามาจนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นวิสกี้จางๆ จากตัวเขา หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ภีมากรโน้มตัวลงมาด้านหน้า มือหนาข้างหนึ่งค้ำลงบนขอบโต๊ะทำงานขนาบข้างลำตัวของเธอเอาไว้ กักขังหญิงสาวให้อยู่ในพันธนาการของเขาโดยสมบูรณ์ ใบหน้าคมเข้มขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาเกือบจะชิดกับใบหูของเธอ
