บทที่ 8 เกลและลางสังหรณ์ (1)

เกลและลางสังหรณ์

"ไหนดูลักษณะการแก้ไขซิ" เขากระซิบ เสียงลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหูและซอกคอขาวระหง จนพริมาขนลุกซู่ ร่างกายแข็งทื่อราวก้อนหิน

ชายหนุ่มเอื้อมมืออีกข้างไปเปิดแฟ้มเอกสารที่อยู่ด้านหลังเธอ ทำให้ร่างกายของเขาต้องเบียดชิดกับทรวงอกอวบอิ่มของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้

พริมาพยายามหดตัวและกลั้นหายใจสุดชีวิต ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกและหวั่นไหวอย่างรุนแรง ลมหายใจที่รดรินอยู่ข้างหูทำให้สมองของเธอขาวโพลนลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง

"ท่านประธานคะ ขยับออกไปหน่อยได้ไหมคะ ดิฉันอึดอัด" พริมาเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นดันแผงอกแกร่งของเขาไว้เพื่อสร้างระยะห่าง

ภีมากรหยุดนิ้วที่กำลังพลิกกระดาษ เขาไม่เพียงไม่ขยับออก แต่กลับก้มหน้าลงมาต่ำกว่าเดิมจนปลายจมูกโด่งแทบจะคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนของเธอ แววตาที่เคยมองเธออย่างเย็นชาในตอนกลางวันบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเปลวไฟแห่งความแค้นและอารมณ์บางอย่างที่เดาทางไม่ได้

"ทำไมล่ะคุณพริมา แค่นี้ก็ทนไม่ได้แล้วเหรอ" เขาเค้นเสียงต่ำ พูดจาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ทว่าจงใจประชิดตัวจนน่ากลัว

      “ในฐานะท็อปเซลล์ คุณควรจะมีความอดทนและพร้อมรับแรงกดดันจากเจ้านายได้มากกว่านี้ไม่ใช่หรือไง หรือว่าคุณเลือกปฏิบัติเฉพาะกับลูกค้าบางคนเท่านั้น

"กรุณาให้เกียรติด้วยค่ะ ตอนนี้คุณคือประธานบริหาร ส่วนดิฉันคือพนักงาน" พริมาเตือนสติเขา ทั้งที่ข้างในใจของเธอกำลังกรีดร้องด้วยความทรมาน

"ผมก็กำลังทำหน้าที่ประธานที่กำลังตรวจงานพนักงานอย่างละเอียดอยู่ไง" ภีมากรหัวเราะในลำคอแผ่วเบา สายตาจับจ้องริมฝีปากบางของเธอที่กำลังสั่นระริก

“และเท่าที่ผมดู งานชิ้นนี้ก็ยังไม่มีความละเอียดรอบคอบพอที่จะผ่านเกณฑ์ของผม”

เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงช้าๆ ปล่อยให้พริมาได้มีโอกาสหายใจเข้าปอด ทว่าสายตาคมกริบยังคงจับจ้องใบหน้าซีดเซียวของเธออย่างประเมิน

“งานนี้ยังไม่ผ่าน เอากลับไปแก้เป็นรอบที่หก แล้วพรุ่งนี้เช้าเอามาส่งผมที่ห้องก่อนแปดโมงเช้า” เขาสั่งเสียงเรียบพลางหมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ราวกับเหตุการณ์ประชิดตัวเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องปกติในการทำงาน   

"ค่ะ ดิฉันจะจัดการให้" พริมาตอบรับคำสั่งด้วยความขมขื่น

เธอรีบคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วหมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปทันที ทันทีที่ประตูบานใหญ่ปิดลงตามหลัง พริมาก็ปล่อยให้น้ำตาที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวันไหลร่วงลงมาอาบแก้มสองข้างอย่างเงียบๆ เธอรีบยกมือขึ้นเช็ดมันออกและบังคับตัวเองให้เข้มแข็ง

ความเย็นชาและท่าทีที่ทำเป็นไม่รู้จักของภีมากรมันช่างทรมานหัวใจของเธอเหลือเกิน แม้ปากเขาจะบอกว่าเป็นการตรวจงานตามหน้าที่ แต่ทุกการกระทำมันคือการต้อนเธอให้จนมุมอย่างเลือดเย็น พริมาได้แต่หวังว่าความอดทนของเธอจะมากพอที่จะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ เพื่อแม่นวลและเพื่อชีวิตของเธอเอง

ความเงียบเชียบในแผนกบริหารยอดขายช่วงเช้าตรู่ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ลากสลับกันอย่างอ่อนแรง พริมาเดินเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะฉบับแก้ไขรอบที่หกในอ้อมแขน ใบหน้าของเธอมันเยิ้ม

ขอบตาคล้ำสนิทจนแทบไม่เหลือเค้าลางของอดีตดาวมหาวิทยาลัย แม้ว่าเธอจะจัดการส่งแฟ้มนั้นให้เลขานุการหน้าห้องประธานบริหารได้ทันเวลาก่อนแปดโมงเช้าตามคำสั่งอันเด็ดขาด แต่พลังงานในร่างกายของเธอในตอนนี้กลับติดลบจนแทบจะทรุดฮวบลงกับพื้นห้อง

"พริก แกสภาพดูไม่ได้เลยนะรู้ตัวไหม"

เกวลินที่เพิ่งเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาในแผนกทักขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ สาวแว่นรีบวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะแล้วปรี่เข้ามาประคองแขนเพื่อนสนิทให้นั่งลงบนเก้าอี้ทำงานทันที พลางใช้สายตาสำรวจร่องรอยความอิดโรยบนใบหน้าของพริมาอย่างละเอียด

"ฉันไหวเกล แค่ล้าๆ ตัวนิดหน่อย" พริมาฝืนยิ้มแห้งๆ พยายามแกะมือเพื่อนออกเพื่อจะเปิดคอมพิวเตอร์ทำงานต่อ

"ไม่ต้องมาโกหกเลยพริก แกไม่ได้นอนมาสองคืนติดกันแล้วใช่ไหม" เกวลินกอดอก จ้องมองเพื่อนด้วยแววตาจับผิดอย่างจริงจัง

"เมื่อวานแกโดนเรียกขึ้นไปชั้นสามสิบเอ็ดกี่รอบ ฉันนับดูแล้วไม่ต่ำกว่าห้ารอบแน่ๆ แล้วแต่ละรอบแกกลับลงมาพร้อมหน้าตาเหมือนคนจะร้องไห้"

"ท่านประธานเขาแค่ละเอียดน่ะเกล งานมูลค่าหลายร้อยล้าน เขาก็ต้องอยากให้แผนการตลาดออกมาไร้ที่ติเป็นธรรมดา" พริมาพยายามหาเหตุผลทางธุรกิจมาอ้างเพื่อปกปิดความจริงอันแสนขมขื่นในใจ

"ละเอียดเกินไปหรือเปล่าพริก" เกวลินขยับแว่นสายตาทรงกลม ท่าทางของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นนักกฎหมายที่กำลังซักไซ้จำเลย

"งานฝ่ายขายและการตลาดของบริษัทเรา มีระเบียบขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว ไม่เคยมีผู้บริหารคนไหนลงมาบี้พนักงานรายคนขนาดนี้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าวีไอพีที่แกถืออยู่ มันเป็นฐานข้อมูลที่นิ่งมาก แต่เขากลับสั่งให้แกแก้สถิติใหม่หมดคนเดียว ฉันว่านี่มันไม่ใช่วิธีการทำงานปกติของ CEO แล้วล่ะ"

"เขาเป็นเจ้านายใหม่ อาจจะอยากปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรให้ทันสมัยขึ้นมั้ง" พริมาตอบเสียงแผ่ว เบือนหน้าหนีสายตาจับผิดของเพื่อนสนิท

"นั่นแหละที่ฉันสงสัย" เกวลินโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป