บทที่ 10 แตกสลาย

เสียงประตูหน้าบ้านปิดลงเบาๆ หลังจากชานนท์เดินออกไปแล้ว พิมพ์ชนกถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเล็กน้อย ก่อนจะเอนหลังพิงพนักโซฟา ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันเริ่มกลับมาเล่นงานเธออีกครั้ง

แต่ยังไม่ทันจะได้พัก ลัดดาก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมจานผลไม้ในมือ เมื่อมองไม่เห็นชานนท์อยู่ในห้องรับแขกแล้ว สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที

"อ้าว...คุณชานนท์กลับแล้วเหรอ"

"ค่ะ"

"กลับได้ยังไง" พิมพ์ชนกขมวดคิ้ว

"ก็กลับได้ปกตินี่คะแม่"

"ปกติที่ไหน" ลัดดาวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะเสียงดัง

"แม่อุตส่าห์เปิดโอกาสให้คุยกันตั้งนาน" หญิงสาวหลับตาลงช้าๆ ความปวดหัวเริ่มกลับมาอีกครั้ง

"พิมพ์ไม่เข้าใจว่าแม่ต้องการอะไรกันแน่"

"พูดเรื่องอะไรแม่ไม่เข้าใจ" ลัดดาถอนหายใจแรง

“ก็เรื่องที่แม่ชวนเขามาบ้านไงคะ แม่ต้องการอะไร”

"ก็...คุณชานนท์เขาทั้งหล่อ ทั้งรวย การงานดี นิสัยดี แถมยังเป็นห่วงลูกอีก ลูกก็โสดอยู่ไม่ใช่หรือไง"

"แม่คะ"

"อะไร"

"พิมพ์เหนื่อย"

"แม่ก็เหนื่อยเหมือนกัน" ลัดดาสวนกลับทันที

"คิดว่าแม่สบายมากหรือไง" บรรยากาศภายในห้องเงียบลง พิมพ์ชนกก้มมองมือของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ

"พรุ่งนี้พิมพ์ต้องไปธนาคาร" ลัดดาชะงัก

"ไปทำไม"

"บัญชีที่พ่อเคยค้ำไว้มีปัญหา"

"อีกแล้วเหรอ"

"ค่ะ"

"แล้วต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่" พิมพ์ชนกนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตัวเลขออกมา ลัดดาเม้มปากแน่น สีหน้าเริ่มไม่สู้ดีนัก

"พิมพ์หาไม่ไหวแล้วจริงๆ นะแม่" หญิงสาวพูดออกมาตรงๆ เป็นครั้งแรก

"ถ้าแม่ยังใช้เงินแบบนี้"

"แม่ใช้อะไร ที่ใช้ๆ ทุกวันนี้ก็ใช้ด้วยกันทั้งนั้น" ลัดดาขึ้นเสียงทันที

"แม่ซื้ออะไรบ้าง แม่ตอบพิมพ์ได้ไหม เอาแค่วันนี้ก็ได้ แม่ไปซื้ออะไรมาบ้าง"

"แม่..."

“บางอย่างไม่จำเป็นแม่ก็ซื้อ อะไรที่ตัดได้แม่ก็ตัดไปเถอะค่ะ”

"พิมพ์จะมาหาว่าแม่เป็นต้นเหตุทุกอย่างไม่ได้ แม่เคยมีเงินใช้สุขสบาย อยู่ๆ จะมาให้แม่ประหยัดแม่ทำไม่ได้ แค่ให้ย้ายมาอยู่บ้านเล็กๆ นี่แม่ก็อายมากแล้วนะพิมพ์ อ๋อ...พิมพ์คงมองว่าแม่เป็นภาระใช่ไหม"

"พิมพ์ไม่ได้พูดแบบนั้น"

"แต่พิมพ์กำลังคิดแบบนั้น" ลัดดาเริ่มโมโห

"แม่ก็แค่พยายามหาทางช่วย"

"ช่วย?" พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้นมอง

"ช่วยยังไงคะแม่"

"ช่วยหาคนมาแบ่งเขาภาระให้พิมพ์ไง เป็นผู้หญิงถ้าอยากจะสบายก็แค่หาผู้ชายรวยๆ มาดูแล แม่บอกพิมพ์ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว" ลัดดาสวนกลับ

"พิมพ์ก็บอกแม่แล้วไงคะ ว่าพิมพ์ไม่ต้องการ แล้วพิมพ์ก็ไม่เคยขอให้แม่ทำแบบนั้น"

"งั้นจะให้แม่ทำยังไง" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับแขกอีกครั้ง ลัดดาหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหลุดพูดออกมา

"อย่างน้อยคุณชานนท์เขาก็ยังช่วย" พิมพ์ชนกชะงัก

"เขาช่วยอะไร" ลัดดารีบเม้มปาก แต่ไม่ทันแล้ว

"แม่ พิมพ์ถามว่าเขาช่วยอะไรแม่" น้ำเสียงของลูกสาวนิ่งลงอย่างน่ากลัว

"ก็..."

"แม่เอาเงินเขาใช่ไหม?" ลัดดารีบส่ายหน้า

"ไม่ใช่แบบนั้นนะ"

"แล้วแบบไหน"

"แม่ไม่ได้ขอเขานะ เขาให้มาเอง" หัวใจของพิมพ์ชนกร่วงวูบลงไปทันที

"ก็คือแม่รับเงินเขาจริงๆ ใช่ไหม?"

"ก็แม่บอกแล้วไง ว่าแม่ไม่ได้ขอ"

"แต่แม่ก็รับ" ลัดดาพูดไม่ออก พิมพ์ชนกหลับตาลงช้าๆ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเหมือนถาโถมเข้ามาพร้อมกัน

"แม่รู้ไหม ว่าพิมพ์พยายามอยู่ทุกวันเพื่ออะไร" เธอพูดออกมาเบาๆ ลัดดายืนมองนิ่ง แม้เธอจะคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เห็นอาการของลูกสาวแล้วก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้

"พิมพ์รู้ว่าบ้านเราไม่เหมือนเดิมตั้งแต่ที่พ่อไม่อยู่ พิมพ์รู้ว่าพิมพ์ดูแลแม่ได้ไม่เท่ากับที่พ่อเคยทำไว้ แต่พิมพ์ก็พยายามอย่างสุดความสามารถแล้วนะคะแม่ พิมพ์พยายามทำทุกอย่างเพื่อแม่ แม่รอพิมพ์หน่อยไม่ได้เหรอคะ” ลัดดาเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง แต่ยังไม่ยอมรับ

"แม่ก็แค่เป็นห่วงลูก แม่รู้ว่าพิมพ์ลำบาก แม่ถึงต้องหาทางที่มันสบายให้พิมพ์ไง"

"ถ้าแม่เป็นห่วงพิมพ์" หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงเรื่อ

"แม่ช่วยเชื่อใจพิมพ์หน่อยได้ไหม" ลัดดาชะงัก

"พิมพ์ยังดูแลแม่ได้ พิมพ์ยังหาเงินได้ พิมพ์ยังแก้ปัญหาได้" เสียงของเธอเบาลงเรื่อยๆ

"แต่แม่กำลังทำให้พิมพ์รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ดีพอ" ลัดดาอ้าปากจะพูด แต่ไม่มีคำไหนหลุดออกมา พิมพ์ชนกสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะลุกขึ้นยืน

"พิมพ์ขอตัวนะคะ"

"พิมพ์..."

"พิมพ์เหนื่อยจริงๆ" หญิงสาวเดินขึ้นบันไดโดยไม่หันกลับมามอง ลัดดายืนอยู่ที่เดิม มองตามแผ่นหลังของลูกสาว เป็นครั้งแรกที่เธอเริ่มรู้สึกว่า

บางที...เธออาจกำลังทำร้ายคนที่รักที่สุดอยู่จริงๆ พิมพ์ชนกปิดประตูห้องนอน ล็อกกลอน แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนปลายเตียง ความเงียบภายในห้องทำให้เธอไม่ต้องฝืนเข้มแข็งอีกต่อไป

หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้า น้ำตาที่กลั้นมาตลอดวันค่อยๆ ไหลออกมาเงียบๆ เธอคิดถึงพ่อ คิดถึงวันที่ทุกอย่างยังง่ายกว่านี้ คิดถึงวันที่ยังมีคนคอยบอกว่า “เดี๋ยวพ่อจัดการเอง" แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว เหลือเพียงเธอคนเดียว ที่ต้องรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียว

“พ่อคะ...พิมพ์เก่งไม่ได้แม้แต่เสี้ยวเดียวของพ่อเลย ฮึก...พิมพ์รักษาบริษัทของพ่อเอาไว้ไม่ได้ แล้วตอนนี้พิมพ์ก็เหมือนดูแลแม่ได้ไม่ดีอีก” หญิงสาวพูดกับอาการศ เสมือนว่าพ่อของเธอนั่งฟังอยู่

“พิมพ์เข้าใจพ่อแล้วนะคะ ว่าทำไมพ่อถึงเลือกจากไป อยู่ตรงนี้มันเหนื่อยมากจริงๆ” หญิงสาวร้องไห้และระบายความรู้สึกในใจออกมา

“แต่พิมพ์จะไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ พิมพ์จะต้องเก่งให้เท่ากับพ่อให้ได้ พ่อรอดูพิมพ์นะคะ” หญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น พยายามทำใจให้เย็นลง พยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร แม้จะรู้ว่าเธอไม่ไหวมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่วันที่เสียพ่อไป ตั้งแต่วันที่ต้องขึ้นมาแบกรับทุกอย่างแทนพ่อ ตั้งแต่วันที่รู้ตัวว่าไม่สามารถทำหน้าที่แทนพ่อได้เลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป