บทที่ 11 ไม่ไหวก็ต้องเดินต่อ
เช้าวันรุ่งขึ้น
พิมพ์ชนกมาถึงบริษัทเร็วกว่าปกติเล็กน้อย แม้เมื่อคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ แต่เธอก็ไม่อยากมาสายตั้งแต่สัปดาห์แรกของการทำงานในตำแหน่งใหม่
หญิงสาววางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์เตรียมทำงาน โทรศัพท์ภายในก็ดังขึ้น พิมพ์ชนกชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกหูขึ้นรับ
"ค่ะ"
"เข้ามาหาผม" ปลายสายพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะวางสายทันที หญิงสาวมองโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร แต่ที่เธอแอบสงสัย ทำไมเขาถึงได้มาเช้านัก
พิมพ์ชนกลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินตรงไปยังห้องประธาน เมื่อเคาะประตูและได้รับอนุญาต เธอจึงเปิดประตูเข้าไปด้านใน วิลเลียมกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาทันที ปล่อยให้เธอยืนรออยู่แบบนั้นเกือบนาที
"นั่งสิ" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นในที่สุด
"ไม่เป็นไรค่ะ" วิลเลียมเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าของเธออย่างเงียบๆ แม้จะพยายามแต่งหน้าแล้ว แต่ร่องรอยความอ่อนล้าก็ยังปิดไม่มิด
"อาการเป็นยังไงบ้าง" พิมพ์ชนกชะงัก ไม่คิดว่าคำถามแรกจะเป็นเรื่องนี้
"ดีขึ้นแล้วค่ะ"
"แน่ใจนะ"
"ค่ะ" วิลเลียมวางปากกาลง
"ถ้าคุณล้มอีก ผมไม่มีเวลาวิ่งไปเก็บคุณหรอกนะ" หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
"จะระวังค่ะ"
"ผมไม่ได้ถามเพราะเป็นห่วง อย่าได้เข้าใจผิดไปล่ะ” เขารีบพูดต่อทันที เหมือนกลัวเธอจะเข้าใจผิด
“ฉันไม่กล้าคิดแบบนั้นหรอกค่ะ”
"ก็ดี ผมแค่ไม่อยากให้เกิดปัญหาระหว่างงานอีก"
"ค่ะ" พิมพ์ชนกตอบสั้นๆ ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร จนคนพูดเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเอง
"คุณพูดได้แค่คำว่าค่ะหรือไง"
"แล้วท่านประธานอยากให้ฉันตอบว่าอะไรคะ" คำถามนั้นทำให้วิลเลียมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะไอเบาๆ
"ช่างเถอะ" ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตาเหลือบไปเห็นแก้วกาแฟบนโต๊ะ
"ไปชงกาแฟมาให้ผมแก้วนึง"
"ค่ะ" พิมพ์ชนกเดินเข้าไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมา ก่อนจะมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย
"อันนี้ไม่ใช่ของท่านเหรอคะ"
"ใช่"
"แล้ว..."
"ผมอยากกินกาแฟร้อน" หญิงสาวมองแก้วกาแฟที่เธอเพิ่งจะเอามาวางให้เขา กาแฟยังเหลือเกือบเต็มแก้ว เพราะเพิ่งซื้อมาไม่นาน แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้ถามอะไร
"ได้ค่ะ" พูดจบก็เดินออกจากห้องทันที เมื่อประตูปิดลง วิลเลียมก็มองตามแผ่นหลังนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเรียกเธอเข้ามาตั้งแต่เช้า ทั้งที่เรื่องงานจริงๆ ก็ยังไม่มีอะไรเร่งด่วน
อีกด้านหนึ่ง
พิมพ์ชนกเดินเข้ามาในห้องพักพนักงาน เธอหยิบแก้วกาแฟของวิลเลียมวางลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะเริ่มชงแก้วใหม่ แต่ยังไม่ทันจะเสร็จ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"บางคนก็โชคดีเนอะ" พิมพ์ชนกไม่ได้หันกลับไปมอง เพราะเธอจำเสียงนั้นได้ เป็นพนักงานจากแผนกการเงิน
"เป็นเลขาฯ เหมือนกัน แต่ได้รับการดูแลไม่เหมือนคนอื่น" อีกคนหัวเราะเสริม
"ก็แน่สิ แกล้งเป็นลมนิดเดียว ยังมีคนลงไปอุ้มขึ้นมาถึงข้างบน"
“ใช่ไหมล่ะ ถ้าเป็นพวกเรา คงนอนอยู่ตรงนั้นจนเลิกงาน" เสียงหัวเราะดังขึ้นตามมา พิมพ์ชนกก้มหน้ามองแก้วกาแฟในมือ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก เธอเหนื่อยเกินกว่าจะทะเลาะกับใครแล้ว หญิงสาวปิดฝาแก้ว แล้วเดินออกจากห้องไปทันที ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย แต่คำพูดเหล่านั้นยังคงตามติดอยู่ในหัว
“แก...ชีหน้าด้านมากเลยว่ะ เดินเชิดออกไปเลย”
“สามต่อหนึ่งเป็นฉันก็ไม่สู้หรอก”
“แต่ว่าก็ว่านะ ทำไมท่านประธานต้องเก็บชีไว้ด้วย ไม่ใช่ว่ามีซัมติงกันหรอกเหรอ” พนักงานหนึ่งในสามคนนั้นพูดขึ้น
“นี่!!! จะพูดอะไรก็ระวังปากหน่อย เจ๊กิ่งแก้วเพิ่งจะโดนเตือนเพราะแม่นี่ไปนะ”
“วุ้ย แสดงว่ามีจริงๆ น่ะสิ” เสียงพนักงานซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปาก คนเริ่มสนใจว่าทำไมพิมพ์ชนกถึงยังอยู่ที่นี่ ทั้งที่บริษัทถูกเทคฯ ไปแล้ว แถมยังยอมอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลงมากอีก
“กาแฟค่ะคุณวิลเลียม”
“ขอบคุณ เดี๋ยวไปเอาเอกสารที่แผนกจัดซื้อให้ทีนะ”
“ค่ะ”
“ผมหวังว่าคุณจะมีความสามารถมากพอที่จะถือเอกสารกลับมา ไม่ใช่ว่าโดนไล่ให้ไปหาเอาเอง ก็จะไปหาเองแบบเมื่อวาน” พิมพ์ชนกเม้มปากแน่น เธอว่าเธอพูดเรื่องนี้กับเขาไปแล้ว ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่เขาก็ยังกัดเธอไม่เลิก แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะรู้ว่าเขาจงใจจะหาเรื่อง
“ค่ะ”
“ผมเพิ่งพูดไปก่อนหน้านี้เอง ว่าตอบได้แค่ค่ะ ค่ะ ค่ะ หรือไง”
“แล้วคุณคาดหวังให้ฉันตอบว่ายังไงเหรอคะ ฉันว่าฉันก็พูดไปแล้วเหมือนกันว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่คุณก็ยังมาวนพูดเดิมๆ ซ้ำๆ” วิลเลียมยิ้มอย่างพอใจ ที่เห็นเธอโมโห เพราะมันแปลว่าเขากวนประสาทเธอได้สำเร็จ
“คุณไม่พอใจเหรอคุณพิมพ์ชนก”
“ถ้าให้พูดตามตรงก็คงจะแบบนั้นค่ะ แต่ฉันไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไม่พอใจได้ คุณมีกาแฟอยู่แล้ว อยากจะแกล้งให้ไปชงอีกแก้วฉันก็ต้องไป เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ต่อให้คุณจะพูดซ้ำๆ ไม่จบไม่สิ้นฉันก็ทำได้แค่ฟัง” เธอขยับเข้าไปยืนจนชิดขอบโต๊ะของเขาแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย
“และที่ต้องพูดยาวขนาดนี้ ก็เพราะคุณไม่ชอบให้ตอบแค่ค่ะ หวังว่าคำตอบนี้มันจะพอใจคุณนะคะ”
“ต้องแบบนี้สิ เป็นเลขาของผม จะทำเหมือนคนไม่มีปาก ผมไม่ชอบ”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะคะ” หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องของท่านประธาน เธอไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะยั่วให้เธอโมโหทำไม มันสนุกนักหรือไงกัน
หญิงสาวเดินไปที่แผนกจัดซื้อในหัวคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จนเผลอไปนึกถึงวิลเลียมในอดีตเข้า ทำไมเขาถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนั้นกันนะ วิลเลียมที่เธอเคยรู้จัก ทั้งสุขุม สุภาพ และไม่มีทางพูดจาชวนโมโหกับเธอขนาดนี้แน่
