บทที่ 3 ภารกิจแรกของคุณเลขาฯ
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงสัญญาณเตือนเวลานาทีสุดท้ายดังขึ้นจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าถือ พิมพ์ชนกยืนหอบหายใจจนตัวโยน อยู่หน้าบานประตูเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง นิ้วมือเรียวยังคงค้างอยู่ที่ปุ่มกริ่งหน้าห้อง เธอทำสำเร็จ... พาตัวเองมาสแตนด์บายอยู่หน้าห้องของเขาได้ทันเวลาพอดี
ถึงอย่างนั้นสภาพของอดีตประธานสาวในตอนนี้ ก็แทบดูไม่ได้ ชุดทำงานสีสุภาพที่เลือกมาอย่างเร่งรีบยับย่นตามรอยนั่ง ปอยผมที่เคยรวบตึงไว้อย่างเรียบร้อยตอนนี้หลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียข้างแก้มเนียน
ผิวแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อและมีหยาดเหงื่อผุดซึมตามไรผม ผลจากการที่เธอต้องตัดสินใจซ้อนท้ายวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ฝ่าดงรถติดวินาศสันตะโรและเปลวแดดร้อนระอุเพื่อมาให้ทันตามเวลานัดของเจ้านายคนใหม่
ยังไม่ทันที่พิมพ์ชนกจะได้ยกมือขึ้นจัดแต่งทรงผมให้เข้าที่ บานประตูตรงหน้าก็ถูกเปิดออกเสียก่อน
วิลเลียมยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ เขาอยู่ในชุดที่พร้อมจะออกไปทำงานแล้ว ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีแปลกใจที่เห็นเธอมาประชิดถึงหน้าห้อง เขาเพียงแค่ปรายตามองสำรวจสภาพที่กระเซอะกระเซิงของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะค่อยๆ ยกข้อมือข้างซ้ายขึ้นมา ดึงแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเล็กน้อยเพื่อจงใจเช็กเวลาจากนาฬิกาเรือนหรู
"แปดโมงตรงเป๊ะ..." วิลเลียมแค่นยิ้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเหน็บแนมขึ้นมาทันที
"ตรงเวลาขนาดนี้ ผมล่ะเลือกไม่ถูกเลยว่าจะจัดตารางงานวันนี้ให้คุณยังไงดี นึกว่าจะได้เห็นอดีตประธานตกงานตั้งแต่วันแรกซะอีก" พิมพ์ชนกพยายามคุมก้อนเนื้อในอกที่กำลังเต้นประท้วงความเหนื่อยให้สงบลง เธอสูดหายใจเข้าลึก น้อมรับคำประชดประชันนั้นโดยไม่โต้ตอบ
"ขอโทษด้วยค่ะที่เกือบมาสาย... พอดีพิมพ์เพิ่งเห็นข้อความของคุณเมื่อเช้านี้เอง"
"เพิ่งเห็นเมื่อเช้า?" วิลเลียมเลิกคิ้ว สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความกังขาและเหยียดยิ้มหยัน
"ผมส่งไปตั้งแต่เมื่อคืน ถ้าคุณใส่ใจกับงานใหม่สักนิด หรือใส่ใจคำสั่งของผมบ้าง ก็น่าจะรู้ตัวตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว... หรือเป็นเพราะว่าคนที่ส่งไปมันผม คุณเลยเลือกที่จะไม่ใส่ใจมัน" คำพูดแดกดันที่จงใจลากเข้าประเด็นในอดีตทำให้พิมพ์ชนกหน้าร้อนผ่าว
เธอรู้ดีว่าคำว่าไม่ใส่ใจของเขามันหมายถึงตอนที่เธอสลัดรักเขาอย่างไม่ใยดีเมื่อห้าปีก่อน หญิงสาวไม่ได้เอ่ยปากแก้ตัวหรืออธิบายความจำเป็นใดๆ เธอเลือกที่จะก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคมคายคู่นั้น
"พิมพ์ขอโทษค่ะ ต่อไปจะเช็กโทรศัพท์ให้บ่อยกว่านี้" วิลเลียมมองท่าทางยอมศิโรราบของคนตรงหน้านิ่ง แววตาของเขาไหววูบไปแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวและเย็นชาตามเดิม
เขาไม่ชอบใจนักที่เห็นเธอนิ่งเฉยไม่โต้ตอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังรังแกคนที่ไม่มีทางสู้ ชายหนุ่มขยับตัวก้าวถอยหลังพลางคว้ากุญแจรถหรูที่วางอยู่บนโต๊ะคอนโซลหน้าห้องติดมือมาด้วย
"ตามมา" เขาออกคำสั่งสั้นๆ ก่อนจะเดินนำไปยังลิฟต์โดยสารส่วนตัว โดยไม่คิดจะหันกลับมามองเลยว่าคนข้างหลังจะก้าวขาตามทันไหม
พิมพ์ชนกรีบก้าวเท้าตามแผ่นหลังกว้างไปทันที รถยนต์คันหรูของวิลเลียมเคลื่อนตัวออกจากคอนโดมิเนียมมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ จนกระทั่งรถยนต์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าร้านกาแฟชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตึกสำนักงานใหญ่ของวี กรุ๊ป
"ลงมา" วิลเลียมดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตูลงจากรถ พิมพ์ชนกรีบเปิดประตูตามลงไปทันที
ชายหนุ่มเดินนำเข้าไปในร้านกาแฟ เขาเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์สั่งอาหาร ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเลขาฯ ป้ายแดงของตัวเอง
"หน้าที่แรกของคุณในทุกๆ เช้า..." วิลเลียมกอดอก สายตาจับจ้องใบหน้าสวยของพิมพ์ชนก
"คุณต้องมาสั่งกาแฟให้ผมที่นี่ ทุกวัน และต้องเป็นเวลาเจ็ดโมงครึ่ง" พิมพ์ชนกชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็รีบดึงสติกลับมา เธอล้วงไปหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กกับปากกาออกมาจากกระเป๋าเตรียมพร้อมทำงานทันที
"คุณวิลเลียมชอบดื่มกาแฟประเภทไหนคะ รสชาติแบบไหน จดให้พิมพ์ละเอียดเลยก็ได้ค่ะ พิมพ์จะได้จำไว้"
"อเมริกาโน่เย็น เมล็ดเอธิโอเปีย คั่วกลาง ไม่หวานเลย" วิลเลียมตอบเสียงเรียบ
มือบางตวัดปากกาจดตามคำสั่งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ แต่ว่าเมื่อจดเสร็จ พิมพ์ชนกก็เงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัยในแง่ของระบบการทำงาน
"ถ้าต้องมาซื้อทุกเช้า... เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเดินทาง คุณวิลเลียมให้พิมพ์กดสั่งผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรีให้ไปส่งที่ออฟฟิศเลยดีไหมคะ? ระบบค่อนข้างเสถียรและควบคุมเวลาได้ดีกว่า พิมพ์จะได้มีเวลาสแตนด์บายเตรียมเอกสารหน้าห้องประธานด้วย"
"ผมสั่งว่าให้คุณมาซื้อเอง" วิลเลียมเน้นเสียงหนัก
"ฟังภาษาไทยไม่เข้าใจหรือไงพิมพ์ชนก"
"พิมพ์เข้าใจค่ะ..." หญิงสาวพยายามใช้น้ำเสียงราบเรียบอธิบายเหตุผลของเธอ
"แต่ปลายทางมันก็ได้กาแฟแบบเดียวกัน เมล็ดแบบเดียวกัน รสชาติเหมือนกันเป๊ะจากร้านเดียวกัน การสั่งแอปพลิเคชันน่าจะช่วยประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงเรื่องรถติดได้มากกว่านะคะ"
"เหตุผลคือคุณขี้เกียจมาซื้อเองต่างหาก"
“พิมพ์ไม่ได้ขี้เกียจ พิมพ์แค่รู้สึกว่ามันได้ผลลัพธ์เหมือนกัน คุณช่วยมีเหตุผลหน่อยไหมคะ” เธอเผลอต่อว่าเขาโดยไม่รู้ตัว ด้วยความเคยชินของการเป็นคนที่มีอำนาจ
"ผมไม่มีเหตุผล ผมแค่อยากให้คุณมาซื้อด้วยตัวเอง เดินมาสั่งด้วยตัวเอง ยืนรอด้วยตัวเอง... มีปัญหาอะไรไหม?" คำตอบที่เอาแต่ใจและไร้เหตุผลรองรับ ทำให้พิมพ์ชนกนิ่งไป วินาทีนั้นเองที่เธอเข้าใจทุกอย่าง
เขาไม่ได้ต้องการกาแฟ และไม่ได้ต้องการความสะดวกสบายในการทำงานเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เขาต้องการ คือการเห็นเธอวิ่งวุ่น เห็นเธอเหนื่อยสายตัวแทบขาด และเห็นเธอต้องก้มหัวปฏิบัติตามคำสั่งไร้สาระของเขาเพื่อรองรับอารมณ์แค้น เขาแค่อยากจะแกล้งเธอ
"ไม่มีปัญหาค่ะ" พิมพ์ชนกสบสายตากับแววตาที่เต็มไปด้วยไฟแค้นของเขาอย่างไม่เกรงกลัว เธอเก็บสมุดบันทึกสั้นลงกระเป๋าตามเดิม ก่อนจะระบายลมหายใจออกมาแผ่วเบา
"พิมพ์จะมาซื้อให้คุณเองทุกเช้าค่ะ"
"ดี... รู้หน้าที่ก็ดี" วิลเลียมเหยียดยิ้มสะใจเมื่อเห็นว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนน
"งั้นประเดิมแก้วแรกของวันนี้เลย สั่งแล้วถือตามขึ้นไปให้ผมบนห้องทำงานด้วย อย่าให้ละลายซะก่อนล่ะ" พูดจบ ประธานหนุ่มก็หมุนตัวเดินผละออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้พิมพ์ชนกยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์สั่งกาแฟลำพัง
หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างที่เคยมอบความอบอุ่นให้เธอในวันวานด้วยความรู้สึกที่ดิ่งลึก ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ามาในอกจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว แต่เธอก็ต้องสะกดกั้นมันไว้ ขยับตัวเข้าไปสั่งกาแฟตามคำสั่งของจอมบงการ
