บทที่ 4 ขอต้อนรับคุณเลขาฯ
รถยนต์คันหรูของวิลเลียมเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ พิมพ์ชนกที่ถือแก้วอเมริกาโน่เย็นอยู่ในมือรีบเปิดประตูลงจากรถและก้าวเท้าตามแผ่นหลังกว้างของประธานหนุ่มเข้าไปภายในตัวอาคาร
หัวใจของเธอเต้นแรงและรัวมากกว่าปกติ ทันทีที่ทั้งคู่ด้าวพ้นประตูบานใหญ่ เสียงผู้คนที่กำลังพูดคุยกันก็ค่อยๆ เบาลง สายตาของพนักงานนับสิบชีวิตที่ยืนอยู่บริเวณโถงต้อนรับ ต่างพากันจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว
พิมพ์ชนกพยายามเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงที่จะไม่สบตาใคร แต่สายตาเหล่านั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว มันมีทั้งความอยากรู้อยากเห็น ความสมเพช และความสะใจ ยิ่งเมื่อเธอก้าวตามวิลเลียมไปหยุดอยู่ตรงหน้าจอแอลอีดีขนาดใหญ่ ที่ติดตั้งอยู่ตรงกลางโถง ซึ่งปกติจะใช้ประกาศข่าวสารสำคัญของบริษัท ดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความช็อก
บนหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏข้อความประกาศอย่างเป็นทางการของบริษัท วี กรุ๊ป ตัวอักษรสีเข้มเด่นหราสะดุดตาจนไม่มีใครสามารถมองข้ามได้
[ ประกาศคำสั่งจากประธานบริหาร: ปลด นายแพทย์ประพาส และ นางสาวพิมพ์ชนก ออกจากบอร์ดบริหารชุดเดิมทั้งหมด และขอประกาศแต่งตั้ง นางสาวพิมพ์ชนก ให้ดำรงตำแหน่ง 'เลขาฯ ส่วนตัว' ของประธานบริหาร มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ]
ร่างกายของพิมพ์ชนกชาวืดไปชั่วขณะ มือบางที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก เธอหันไปมองร่างสูงของคนที่เดินอยู่ข้างหน้าทันที แต่วิลเลียมกลับไม่ได้หันมามองเธอเลยแม้แต่น้อย
เขาตั้งใจทำแบบนี้... ตั้งใจประกาศให้คนทั้งบริษัทรู้ เพื่อฉีกหน้าและเหยียบศักดิ์ศรีของเธอให้จมดินอย่างไม่มีชิ้นดี
"เดินให้มันเร็วกว่านี้หน่อยคุณพิมพ์ชนก อย่าเอาความชักช้าตอนเป็นประธานมาใช้ที่นี่" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยไม่หันมามอง ทำให้พิมพ์ชนกต้องรีบก้าวเท้าตามเขาเข้าไปในลิฟต์ผู้บริหารทันที
ประตูลิฟต์ปิดลง ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง หญิงสาวก้มหน้ามองแก้วกาแฟในมือ รู้ซึ้งแล้วว่าเส้นทางของเธอหลังจากนี้มันจะไม่มีคำว่าราบรื่นแน่ๆ
เมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นบนสุด ซึ่งเป็นชั้นบริหารทั้งหมด วิลเลียมก้าวเดินนำไปยังห้องทำงานส่วนตัว โดยมีโต๊ะทำงานตัวเล็กตั้งอยู่หน้าห้อง ซึ่งนั่นคงเป็นตำแหน่งใหม่ของเธอ ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้อง ก่อนจะหันกลับมามองเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน
"กาแฟของผม" เขายื่นมือมาตรงหน้า
พิมพ์ชนกรีบส่งแก้วอเมริกาโน่เย็นให้เขาอย่างระมัดระวัง วิลเลียมรับไปแถมยังใช้นิ้วมือแตะโดนหลังมือของเธออย่างจงใจ ให้ความเย็นของแก้วและไออุ่นจากผิวเนื้อสัมผัสกันจนเธอต้องรีบชักมือกลับ
"โต๊ะทำงานของคุณอยู่ตรงนี้ จัดการเคลียร์ของซะ แล้วสิบโมงเช้าเอาเอกสารรายงานสรุปงบประมาณไตรมาสล่าสุดเข้าไปให้ผมในห้อง" เขาออกคำสั่งจบก็เดินเข้าห้อง และปิดประตูใส่หน้าเธอทันที
พิมพ์ชนกถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ร่างกายที่เหนื่อยล้าแทบจะทรุดลงตรงนั้น แต่เธอต้องบังคับตัวเองให้เดินไปที่โต๊ะทำงานตัวใหม่ เธอนั่งลงทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น แค่วันแรกเขาก็ต้อนเธอจนมุมขนาดนี้แล้ว หญิงสาวสะบัดความหดหู่ทิ้งแล้วเริ่มลงมือเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมทำงานตามที่เขาต้องการ
ทว่า... ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่ในห้องทำงานของวิลเลียม
ช่วงสายของวัน พิมพ์ชนกจำเป็นต้องเดินลงมาที่แผนกบัญชีและการเงิน ที่ชั้นล่างเพื่อขอรับเอกสารรายงานสรุปงบประมาณตามที่วิลเลียมสั่ง
ทันทีที่เธอก้าวขาเข้ามาในแผนก เสียงพูดคุยหัวเราะที่เคยดังลั่นก็เงียบลง พนักงานหญิงสามสี่คนที่ยืนอออยู่หน้าเครื่องถ่ายเอกสารหันมามองเธอ ก่อนจะแสร้งทำเป็นหันไปกระซิบกระซาบกันเสียงดังพอที่จะให้เธอได้ยิน
"ว้าย... ดูซิใครเดินมา อดีตท่านประธานพิมพ์ชนกนี่นา"
"อุ๊ย ไม่ใช่แล้วเธอ ตอนนี้ต้องเรียกว่าคุณเลขาฯต่างหากล่ะ ประกาศขึ้นจอหราขนาดนั้น ใครๆ ก็รู้กันทั้งตึกแล้ว"
"แหม่... นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็ทำบริษัทเจ๊งจนต้องยอมลดตัวมาเป็นคนรับใช้หน้าห้องประธานคนใหม่ น่าสมเพชจริงๆ เลยนะ วันก่อนยังเดินเชิดหน้าชูตา ชี้นิ้วสั่งคนอื่นอยู่เลย วันนี้กลายเป็นหมาหัวเน่าซะแล้ว"
“พูดไปทั่ว วันนี้ก็ยังเดินเชิดหน้าอยู่นะแก ฮ่าฮ่าฮ่า” คำพูดนินทาว่าร้าย และสายตาดูถูกเยาะเย้ยจากพนักงานที่เคยหมั่นไส้เธอในอดีต ดังกะทบหูของพิมพ์ชนกอย่างจัง
หญิงสาวกำหมัดแน่นในกระเป๋ากระโปรง พยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นและอดทน เพราะรู้ดีว่าคนพวกนี้ก็แค่ได้ทีขี่แพะไล่ ยามที่เธอตกต่ำก็พร้อมจะเข้ามาเหยียบย่ำ
พิมพ์ชนกสูดหายใจเข้าลึก เดินตรงเข้าไปหาพนักงานหญิงคนหนึ่งที่ชื่อกิ่งแก้วซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกบัญชี ที่เคยไม่ลงรอยกับเธอเรื่องการตรวจสอบงบประมาณในอดีต
"คุณกิ่งแก้วคะ... พิมพ์มาขอรับเอกสารรายงานสรุปงบประมาณไตรมาสล่าสุดค่ะ คุณวิลเลียมต้องการด่วนตอนสิบโมงเช้า" พิมพ์ชนกเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
กิ่งแก้วหันมามองพิมพ์ชนกด้วยสายตาเหยียดๆ พลางกอดอกเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานอย่างวางท่า
"อุ๊ย ตายจริง... คุณเลขาฯ พิมพ์มาสั่งงานเองเลยเหรอคะ แต่อย่างที่รู้ๆ กันน่ะค่ะ แผนกบัญชีของเรางานยุ่งมาก เอกสารสรุปงบอะไรนั่นยังทำไม่เสร็จหรอกค่ะ"
"ทำไมจะยังไม่เสร็จคะ ในเมื่อตามกำหนดการเดิม บอร์ดบริหารต้องส่งงบนี้ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว" พิมพ์ชนกขมวดคิ้วยุ่ง แววตาดุขึ้นมาด้วยความเคยชินของการเป็นผู้บริหาร
"ก็นั่นมันตอนที่คุณเป็นประธานนี่คะ ตอนนี้เปลี่ยนเจ้าของใหม่ ระบบทุกอย่างก็ต้องเซ็ตใหม่หมด อีกอย่าง... ถ้าอยากได้ด่วนขนาดนั้น ทำไมไม่ไปค้นเอาเองในห้องเก็บเอกสารล่ะคะ? เอกสารร่างแรกส่งไปเก็บไว้ที่นู่นแล้ว ถ้ามีความสามารถพอก็ไปหาเอาเองสิคะ" กิ่งแก้วพูดพลางเบ้ปากสะใจ พนักงานคนอื่นๆ แอบหัวเราะขบขันกับท่าทางไร้ทางสู้ของพิมพ์ชนก
"คุณกิ่งแก้ว... นี่มันคืองานของแผนกคุณนะคะ และเป็นคำสั่งของคุ..." พิมพ์ชนกกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยเหตุผล แต่กิ่งแก้วกลับตัดบททันที
"ไม่มีเวลาว่างไปหาให้หรอกค่ะ ถ้าคุณเลขาฯ ทำงานแค่นี้ไม่ได้ ก็เดินกลับไปบอกท่านประธานเองสิคะว่าไม่มีปัญญาเอาเอกสารไปให้ หรือไม่ก็ลาออกไปซะเลย บริษัทเราจะได้ไม่ต้องมีเสนียด" คำพูดที่รุนแรงเกินขอบเขตทำให้พิมพ์ชนกนิ่งอึ้งไป
เธอรู้ทันทีว่านี่คือการกลั่นแกล้งกันอย่างจงใจ พนักงานพวกนี้รู้ว่าเธอไม่มีอำนาจ ไม่มีใครหนุนหลังอีกต่อไปแล้ว และวิลเลียมเองก็ดูท่าทางจะไม่ได้สนใจใยดีอะไรเธอ การเล่นงานเธอในตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครกลัวความผิด
พิมพ์ชนกไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอไม่อยากเสียเวลาทะเลาะกับคนไร้เหตุผล หญิงสาวหมุนตัวเดินออกจากแผนกบัญชีมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บเอกสารเก่าที่อยู่ชั้นใต้ดินของตึกทันที
ภายในห้องเก็บเอกสารทั้งมืด อับชื้น และเต็มไปด้วยฝุ่นละอองเกาะหนาทึบ กล่องลังมากมายวางซ้อนกันระเกะระกะจนแทบไม่มีทางเดิน พิมพ์ชนกเดินเข้าไปด้านใน แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนเก่าๆ ทำให้การมองหาป้ายชื่อแฟ้มเอกสารเป็นไปด้วยความยากลำบาก มือบางคอยเอื้อมไปหยิบแฟ้มโน้นแฟ้มนี้ออกมาเปิดดูอย่างเร่งรีบ เพราะตอนนี้เวลาใกล้จะสิบโมงเช้าเข้าไปทุกที
"แคก... แคก..." พิมพ์ชนกไอออกมาเบาๆ เพราะสำลักฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ปอยผมยุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม เสื้อทำงานของเธอเริ่มมีรอยเปื้อนสีเทาจากคราบฝุ่นตามกล่องลัง แต่เธอก็ไม่มีเวลามานั่งสนใจเรื่องความสะอาด เธอต้องหาเอกสารชิ้นนี้ให้เจอ เพื่อเอาไปส่งให้ทันตามเวลาที่วิลเลียมสั่ง
"อยู่ไหนนะ... งบไตรมาสล่าสุด..." หญิงสาวพึมพำ เอื้อมมือขึ้นไปชั้นบนสุดของชั้นวางเหล็กเพื่อจะคว้าแฟ้มหนาหนึกเล้มหนึ่งที่คาดว่าน่าจะใช่ ทว่าเพราะความเร่งรีบและชั้นวางที่เก่าคร่ำคร่า ทำให้แฟ้มเอกสารหนาหนักด้านบนเสียสมดุลและร่วงกราวลงมาใส่ร่างของเธออย่างจัง
โครม!
แฟ้มเอกสารสามสี่เล่มตกกระแทกเข้าที่ไหล่บางและศีรษะของพิมพ์ชนกอย่างแรงจนเธอต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างผอมบางทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นห้องที่เย็นเฉียบ เอกสารภายในแฟ้มหลุดกระจายว่อนเต็มพื้นไปหมด พิมพ์ชนกยกมือขึ้นกุมไหล่ตัวเองที่เริ่มรู้สึกเจ็บแปลบ น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจที่สะกดกั้นไว้ตั้งแต่เช้าพลันรื้นขึ้นมาที่ขอบตา
ทำไมชีวิตเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย...
อยู่ๆ เธอก็รู้สึกปวดศีรษะรุนแรง ภาพห้องเก็บเอกสารสั่นไหวโคลงเคลงและค่อยๆ เบลอขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไปพร้อมกับสติของเธอ หญิงสาวล้มตัวลงนอนหมดสติอยู่ที่พื้นในที่สุด
