บทที่ 5 แค่รู้สึกผิด

เข็มยาวของนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือขยับเข้าใกล้เลขสิบสองเป็นเวลาสิบโมงตรง วิลเลียมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาจับจ้องไปยังบานประตูห้องทำงานที่ยังคงปิดสนิท ไร้วี่แววการปรากฏตัวของเลขาฯ คนใหม่

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น ความเงียบภายในห้องเริ่มทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ชายหนุ่มแค่นยิ้มเยือกเย็น พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนาหนังอย่างนึกสมเพช

‘คิดไว้ไม่มีผิด... สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้’

"ห้าปีก่อนหยิ่งยโสขนาดไหน วันนี้ก็ยังคงความเหยาะแหยะเหมือนเดิมสินะพิมพ์ชนก" วิลเลียมพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน ในหัวจินตนาการไปว่าอดีตประธานสาวคงจะทนรับแรงกดดันและคำแดกดันของเขาไม่ไหว จนแอบหนีไปนั่งร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสงสาร หรือไม่ก็คงเผ่นหนีกลับบ้านไปหาแม่แล้วแน่ๆ ผู้หญิงที่เคยอยู่สุขสบายบนกองเงินกองทองอย่างเธอ จะมาทนอะไรกับงานต่ำต้อย คอยรับคำสั่งจุกจิกจากเขาได้

ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่พลางคว้าแฟ้มงานติดมือมาด้วย ในเมื่อเธอไม่ยอมเอาเอกสารมาส่งตามนัด เขาก็จะเป็นฝ่ายเดินออกไปเฉดหัวเธอออกด้วยตัวเอง โทษฐานที่ไร้ความรับผิดชอบและผิดคำพูดที่เพิ่งรับปากเขาเมื่อเช้า

เมื่อเปิดประตูเปิดก้าวพ้นห้องทำงานออกมา โต๊ะเลขาฯ ด้านหน้ากลับว่างเปล่า มีเพียงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดค้างไว้

วิลเลียมระบายลมหายใจออกอย่างหงุดหงิด เขาก้าวเท้าตรงไปยังลิฟต์ผู้บริหารเพื่อจะลงไปเข้าประชุมบอร์ดด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวเต็มที แต่ในจังหวะที่ลิฟต์เคลื่อนตัวลงมาจอดที่ชั้นล่างและบานประตูเปิดออก เสียงหัวเราะและประโยคสนทนาของพนักงานหญิงสองคนที่ยืนคุยกันอยู่ตรงหน้าตู้กดน้ำฝั่งตรงข้าม ก็ดังกระทบหูของเขาเข้าอย่างจัง

"แก... ยายพิมพ์ชนกอดีตท่านประธานน่ะ ป่านนี้คงยังติดแหง็กอยู่ในห้องเก็บเอกสารเก่าแน่เลย"

"จริงเหรอแก? ฮ่าฮ่าฮ่า สมน้ำหน้า ใครใช้ให้โง่เดินไปหาเองล่ะ พี่กิ่งแก้วแค่ดึงเกมนิดหน่อย ทำเป็นหยิ่งชีไม่อ้อนวอนจ้า ชีไปค้นเองที่ชั้นใต้ดินเลยจ้า"

"นั่นดิ เห็นเดินลงไปตั้งนานแล้วยังไม่ออกมาเลย สงสัยจะหาไม่เจอแน่ๆ โถ... คงยืนงงในดงฝุ่นล่ะสิ เคยแต่ชี้นิ้วสั่งคนอื่นทำงานสบายๆ พอต้องมาออกแรงหาเองสงสัยจะเอ๋อไปแล้ว"

“หรือชีแอบอู้”

“โอ๊ย ในนั้นมีแต่ฝุ่น มีแต่เอกสารผุๆ มันเหมาะจะเป็นที่ซ่อนหลบงานที่ไหน” คำพูดหัวเราะเยาะหยันที่เต็มไปด้วยความสะใจของพนักงานสองคนนั้น ทำให้เท้าของวิลเลียมที่กำลังจะก้าวพ้นประตูลิฟต์ชะงักไปในทันที

‘ห้องเก็บเอกสารเก่าใต้ดิน... ที่ที่มีแต่ฝุ่นแล้วก็อับมาก แถมระบบไฟยังติดๆ ดับๆ นั่นน่ะเหรอ?’

วิลเลียมกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโป่งขึ้นตามหลังมือ ความโกรธไหลรวมกับความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับแล่นพล่านเข้าโจมตีสมองจนชาหนึบ จริงอยู่ว่าเขาบีบคั้นเธอ แกล้งสั่งให้เธอไปซื้อกาแฟ แดกดันเธอด้วยวาจาใจร้ายเพราะความแค้นที่อัดแน่นมาตลอดห้าปี แต่เขาสั่งให้เธอมาเป็นเลขาฯ ของเขา...ไม่ใช่มาเป็นสนามอารมณ์ของใคร

เขาไม่เสียเวลาคิดอะไรต่อ ประธานหนุ่มหมุนตัวกลับเข้าลิฟต์แล้วกดลงไปยังชั้นใต้ดินทันที หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วอย่างบ้าคลั่งด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ

บานประตูลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นใต้ดินที่เงียบสงัด แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนเก่าคร่ำคร่าส่งทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัด วิลเลียมสาวเท้าก้าวอย่างรวดเร็วตรงไปยังห้องเก็บเอกสารเก่าที่อยู่ลึกสุดของทางเดิน ทันทีที่ผลักบานประตูเหล็กเข้าไป กลิ่นอับและฝุ่นละอองก็ลอยมาปะทะจมูกจนเขาต้องขมวดคิ้ว

"พิมพ์ชนก..." เขาส่งเสียงเรียก แต่อารมณ์หงุดหงิดในตอนแรกกลับจางหายไป เหลือเพียงความเงียบที่ตอบรับกลับมา

วิลเลียมเดินลึกเข้าไปตามช่องทางเดินที่บีบแคบและระเกะระกะไปด้วยกล่องลัง สายตาสอดส่องมองหาตามซอกหลืบ จนกระทั่งเกือบจะถึงด้านในสุด ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ

ร่างผอมบางของพิมพ์ชนกนอนแน่นิ่งหมดสติอยู่บนพื้นปูนที่ทั้งเย็นเยียบและเต็มไปด้วยคราบฝุ่น รอบกายของเธอมีแฟ้มเอกสารหนาหนักสามสี่เล่มตกกระจัดกระจาย กระดาษงบประมาณสีขาวปลิวว่อน ปอยผมยุ่งเหยิงละใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ขาวซีดเผือดไร้สีเลือด เสื้อทำงานของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยคราบฝุ่นสีเทาเข้มเป็นปื้นยาว

"พิมพ์!" วิลเลียมตะโกนลั่น

เขาทิ้งแฟ้มงานในมือตัวเองลงพื้น แล้วรีบเข้าไปคุกเข่าลงข้างๆ ร่างที่ไร้สติของพิมพ์ชนกทันที มือหนาที่สั่นระริกเอื้อมไปประคองร่างบางขึ้นมาแนบอกอย่างลนลาน ความเย่อหยิ่งและหัวใจที่เคยแข็งกระด้างราวกับก้อนหินพังทลายลง

"พิมพ์... ได้ยินผมไหม ตื่นสิพิมพ์!" เขาร้องเรียก พลางใช้ฝ่ามือตบแก้มของเธอแผ่วเบาเพื่อเรียกสติ แต่ใบหน้าสวยกลับไร้การตอบสนอง

ความกลัวที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับห้าปีแล่นเข้าเกาะกุมหัวใจของวิลเลียมจนชาวาบ เขาไม่รอช้ารีบช้อนอุ้มร่างของพิมพ์ชนกขึ้นมา

วิลเลียมกึ่งเดินกึ่งวิ่งอุ้มเลขาฯ สาวออกจากห้องเก็บเอกสารใต้ดินตรงเข้าลิฟต์ทันที โดยจุดหมายปลายทางไม่ใช่ห้องทำงานบอร์ดบริหาร แต่เป็นห้องพยาบาลประจำตึก

ตลอดเวลาที่อยู่ในลิฟต์ วิลเลียมก้มลงมองใบหน้าซีดเซียวของคนในอ้อมแขนไม่วางตา มือหนากระชับร่างของเธอเข้าหาตัวแน่นขึ้น ความคิดแค้นที่อยากจะรังแกเธอหายไปจนหมดสิ้น มีเพียงความเป็นห่วงที่เขาพยายามหลอกตัวเอง ว่าเขาแค่รู้สึกผิดที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้

เมื่อบานประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสาม ชายหนุ่มอุ้มพิมพ์ชนกตรงดิ่งไปยังห้องพยาบาลทันที พนักงานสองสามคนที่เดินผ่านต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกใจที่เห็นประธานคนใหม่อุ้มเลขาฯ มอมแมมด้วยท่าทางตื่นตระหนก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป