บทที่ 7 เสียอาการ

หลังจากเดินออกมาจากแผนกการเงินได้ไม่นาน โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของวิลเลียมก็สั่นขึ้น ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาดู และพบว่าเป็นสายจากพยาบาล

"คุณวิลเลียมคะ คุณพิมพ์ชนกฟื้นแล้วค่ะ" เสียงพยาบาลดังมาตามสาย หัวใจที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งบ่ายคลายลงอย่างไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินดังนั้น

"ผมจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้" เขากดตัดสายทันที

ขาที่ยังตั้งใจจะเดินกลับห้องทำงานเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ลิฟต์ตัวเดิมพาเขากลับขึ้นไปยังชั้นพยาบาลอีกครั้ง แต่ระหว่างทาง สีหน้าของเขากลับเย็นชาลงทีละนิด เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก วิลเลียมก็กลับมาเป็นวิลเลียมคนเดิม คนที่ไม่มีวันยอมให้ใครเห็นความเป็นห่วง โดยเฉพาะกับพิมพ์ชนก

ประตูห้องพยาบาลถูกผลักเปิดออก หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงกำลังนั่งพิงหัวเตียงอยู่เงียบๆ ใบหน้าซีดเซียวกว่าปกติ เส้นผมที่เคยรวบเรียบร้อยมีปอยผมหลุดลงมาปรกข้างแก้ม แม้จะฟื้นแล้ว แต่สภาพก็ดูไม่ต่างจากคนป่วยเท่าไรนัก

พิมพ์ชนกหันมามองเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ดวงตาคู่นั้นชะงักไปเล็กน้อย วิลเลียมยืนกอดอกอยู่หน้าประตู และปั้นหน้าไม่พอใจมองเธอ

"ฟื้นแล้วเหรอ" น้ำเสียงของเขาเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ออก

"ค่ะ" เธอตอบเบาๆ

"เก่งดีนี่" พิมพ์ชนกนิ่ง ไม่เข้าใจว่าประโยคเมื่อครู่เขากำลังชมหรือประชดเธออยู่กันแน่

วิลเลียมเดินเข้ามาหยุดข้างเตียง พลางกวาดสายตามองหญิงสาวด้วยสายตาตำหนิ พิมพ์ชนกได้แต่นั่งนิ่ง ตอนนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงอะไรจะไปต่อล้อต่อเถียงกับเขาเลยแม้แต่น้อย

"ผมสั่งให้ไปรับเอกสารจากแผนกการเงิน ไม่ได้สั่งให้ลงไปสำรวจห้องเก็บเอกสารทั้งชั้นใต้ดิน" หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย เธอคิดอยากจะอธิบาย แต่พูดไปก็คงไม่ต่างอะไรกับแก้ตัว

"ขอโทษค่ะ"

"ขอโทษแล้วได้อะไรขึ้นมา" เขาพูดต่อทันที

"คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง" พิมพ์ชนกยังคงเลือกที่จะก้มหน้าเงียบๆ เธอคิดว่าหากเขาต่อว่าเธอจนพอใจแล้ว เดี๋ยวเขาคงจะออกไปเอง

"ใครบอกให้เดินลงไปหาเอง หรือว่าจริงๆ แล้วคุณตั้งใจจะลงไปแอบอู้" พิมพ์ชนกเม้มริมฝีปาก

เธอรู้ว่าเขากำลังหาเรื่อง แม้อยากจะเถียง แต่ตอนนี้เธอไม่มีแรงจะเถียงเขาได้เลย อีกอย่าง ต่อให้พูดอะไรออกไป เขาก็คงไม่ฟังอยู่ดี วิลเลียมยิ่งเห็นเธอเงียบก็ยิ่งหงุดหงิด เขาอยากให้เธอเถียงอะไรกลับมาบ้าง อยากให้พูดว่าเพราะอะไรถึงต้องไปหาเอง

"ทำไมไม่ตอบ"

"ไม่มีอะไรจะตอบค่ะ"

"ไม่มีอะไรจะตอบ หรือเถียงไม่ออก" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะตอบเสียงเบา

"แล้วแต่คุณจะคิดค่ะ" คำตอบนั้นทำให้เขาชะงักไปเสี้ยววินาที เพราะปกติพิมพ์ชนกจะไม่ตอบกลับแบบนี้ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อ พยาบาลก็เดินเข้ามาขัดเสียก่อน

"คุณวิลเลียมคะ" พยาบาลสาวหันมามองเขาอย่างเกรงใจ

"คนไข้เพิ่งฟื้นค่ะ ร่างกายยังอ่อนเพลียมาก ถ้าจะคุยเรื่องงาน ขอให้เธอได้พักก่อนสักหน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้อาการเธอยังไม่ดีเท่าไหร่" วิลเลียมหันไปมองพิมพ์ชนกอีกครั้ง ใบหน้าของเธอดูซีดมากจริงๆ ซีดจนเขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองพูดแรงเกินไป ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ

"งั้นก็พอเท่านี้ วันนี้ผมจะยังไม่ลงโทษอะไรคุณก็แล้วกัน เพราะถึงยังไงคุณก็ถือว่าบกพร่องในหน้าที่อยู่ดี เพราะคุณทำให้การประชุมล่ม" เขาหยิบกุญแจรถออกมาหมุนเล่น

"เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้าน" พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้นทันที

"ไม่เป็นไรค่ะ"

"อะไรนะ"

"ดินฉันไม่อยากรบกวนท่านประธาน ฉันก็แค่พนักงานคนหนึ่งของบริษัท ถ้าให้คุณไปส่งคงจะไม่เหมาะสม" เธอพยายามนั่งตัวตรง แม้จะยังรู้สึกมึนศีรษะอยู่ก็ตาม

“ก็...พยาบาลเพิ่งบอกว่าคุณต้องพัก จะนอนอยู่ที่นี่หรือไง ที่นี่ที่ทำงานนะไม่ใช่บ้าน”

"ฉันกลับแท็กซี่เองได้ค่ะ" วิลเลียมจ้องเธอเขม็ง

"กลับเอง?"

"ค่ะ"

"แน่ใจนะ"

"แน่ใจค่ะ" บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที เขาอุตส่าห์ลดทิฐิตัวเองลงมาหน่อย แต่พิมพ์ชนกคนนี้กลับปฏิเสธหน้าตาเฉย วิลเลียมรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า แม้จะรู้ว่าพิมพ์ชนกไม่ได้ตั้งใจจะสื่อแบบนั้น

"ก็ดี" ชายหนุ่มพยักหน้า พลางเก็บกุญแจรถกลับที่เดิมอย่างเคอะเขิน

"งั้นก็กลับเองไปเลย ดีเหมือนกันจะได้มีรบกวนเวลาทำงานของผม บอกไว้เลยนะที่บอกว่าจะไปส่งเมื่อกี้ เพราะเห็นว่าคุณ...เป็นเลขาของผม" พิมพ์ชนกไม่ได้ตอบ วิลเลียมก็ยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม

"ส่วนวันนี้ ผมจะลงว่าเป็นการลาครึ่งวัน" หญิงสาวยังคงเงียบ

"ตามกฎบริษัทก็ต้องหักเงินครึ่งวัน" คนพูดมองปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้า แต่เธอกลับไม่มีคำโต้แย้ง ไม่มีแม้แต่คำขอร้อง พิมพ์ชนกเพียงแค่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง สายตาก้มมองมือของตัวเอง ท่าทางแบบนั้นกลับทำให้วิลเลียมรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเขาเป็นคนใจร้ายอยู่ฝ่ายเดียว

"ได้ยินที่ผมพูดไหม"

"ได้ยินค่ะ"

"จะไม่โต้แย้งอะไรหน่อยหรือไง"

"ค่ะ" วิลเลียมกำหมัดแน่นอยู่ข้างตัว สุดท้ายก็หมุนตัวเดินตรงไปที่ประตู ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง

"ตามใจคุณ ผมถือว่าผมถามคุณแล้ว" ประตูห้องพยาบาลปิดลงเสียงดัง พิมพ์ชนกมองตามบานประตูที่เขาเพิ่งจะเดินออกไป ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอไม่รู้หรอก ว่าเขาโกรธอะไร และตอนนี้ก็ไม่มีแรงพอจะคิดอะไรทั้งนั้น

หลังเดินออกจากห้องพยาบาลมาได้ไม่กี่ก้าว วิลเลียมก็หยุดเดิน ชายหนุ่มยืนมองกำแพงตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าที่เย็นชามาตลอดเริ่มแสดงออกว่าหงุดหงิด

"บ้าชะมัด" เขาพึมพำเบาๆ อุตส่าห์จะไปส่งถึงบ้าน แต่ยังกล้าปฏิเสธอีก ทั้งที่ตัวเองยังเดินแทบไม่ไหว วิลเลียมยกมือเสยผมแรงๆ อย่างเสียอารมณ์ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เขากดเบอร์ไปยังฝ่ายรักษาความปลอดภัย

"นี่ผมเอง" เสียงของเขากลับมาเย็นชาเหมือนเดิม

"ถ้าคุณพิมพ์ชนกออกจากบริษัทเมื่อไร ให้คนตามไปส่งจนถึงบ้านด้วย" ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

“ครับท่านประธาน”

"แต่ห้ามให้เธอรู้ ทั้งเรื่องที่ให้ตาม และเรื่องที่สั่งให้ตามด้วย" พูดจบเขาก็กดตัดสายทันที ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องทำงานพร้อมกับอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป