บทที่ 9 ขอบคุณสำหรับความหวังดี

พิมพ์ชนกจำใจต้องเดินไปนั่งคุยกับแขกของแม่ ตามที่แม่อยากให้ทำ

"คุณชานนท์มาทำอะไรเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งหลังจากตั้งสติได้ ชานนท์ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะวางแก้วชาลงบนโต๊ะ

"พี่ได้ยินเรื่องบริษัทจากคนรู้จัก" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย

"แล้วก็ได้คุยรายละเอียดกับคุณแม่ไปบ้างแล้ว พอได้ฟังก็รู้สึกเป็นห่วงพิมพ์ พี่ก็เลยอยากมาคุยด้วย" พิมพ์ชนกนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอกับชานนท์ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น หลังเรียนจบต่างคนต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาแทบไม่ได้ติดต่อกันเลยด้วยซ้ำ

"ขอบคุณนะคะ"

"แค่ขอบคุณเองเหรอลูก" ลัดดารีบพูดแทรกทันที

"คุณชานนท์อุตส่าห์ซื้อผลไม้กับอาหารเสริมมาให้ตั้งเยอะแยะ" หญิงสาวเพิ่งสังเกตเห็นถุงของฝากหลายใบที่วางอยู่ข้างโซฟา

"แม่คะ..."

"แม่พูดผิดตรงไหน" ลัดดารีบแทรกขึ้นทันที ก่อนจะหันไปยิ้มให้แขกคนสำคัญ

"คุณชานนท์เขาเป็นห่วงลูกนะ" ชานนท์หัวเราะเบา ๆ แก้เขิน

"คุณป้าพูดเกินไปแล้วครับ"

"ไม่เกินหรอก" ลัดดาตอบทันควัน

"เมื่อก่อนก็เห็นตามจีบพิมพ์อยู่ตั้งนาน" พิมพ์ชนกรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที แม่ของเธอไปรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน เพราะเธอไม่เคยเล่าให้ฟัง ถึงจะรู้มากจากไหน ก็ไม่ควรพูดขึ้นมาอยู่ดี ในเมื่อมันเป็นเรื่องในอดีต

"แม่..."

"อะไรของลูก" ลัดดาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

"เรื่องจริงทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ จะอายทำไม พิมพ์ไม่ใช่เด็กแล้วนะ ดูสิ...จนป่านนี้แล้วยังไม่มีแฟนสักที" ชานนท์ยิ้มออกมาอย่างคนอารมณ์ดี ต่างจากพิมพ์ชนกที่อยากหายตัวไปจากตรงนี้เสียเดี๋ยวนี้

"จริง ๆ ตอนนั้นผมก็จีบหนักอยู่เหมือนกัน" เขาพูดเสริมขึ้นอย่างไม่อาย เหมือนพอใจที่ลัดดาขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมา

"แต่พิมพ์เขาใจแข็งมาก"

"เรื่องมันก็ตั้งนานมาแล้วนะคะ พิมพ์จำอะไรไม่ค่อยได้แล้วล่ะค่ะ" พิมพ์ชนกรีบตัดบท เธอไม่อยากจะย้อนพูดเรื่องอดีตอะไรในตอนนี้ และที่สำคัญเธอกำลังไม่สบายอยู่ จริงๆ อยากจะนอนมากด้วยซ้ำ

"นานแล้ว" ชานนท์มองหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

"นั่นสินะ" บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ ก่อนที่ลัดดาจะลุกขึ้น เธอรู้สึกหงุดหงิดกับลูกสาวของตัวเอง เสียจนต้องหาทางหลบออกไปควบคุมอารมณ์เสียก่อนที่จะต่อว่าพิมพ์ชนกต่อหน้าแขก

ไม่เข้าใจเลยว่ะเล่นตัวไปเพื่ออะไร ชานนท์ก็ทั้งหล่อ ทั้งรวย และเขาก็ดูจะสนใจเธอมาก ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธเลยสักข้อ ในเวลาที่สภาพความเป็นอยู่กำลังขัดสนขนาดนี้

"เดี๋ยวป้าไปเอาผลไม้มาเพิ่มให้ดีกว่า" เมื่อเหลือกันเพียงสองคน พิมพ์ชนกก็ยิ่งอึดอัด เธอไม่รู้ว่าควรพูดอะไร

หรือควรเริ่มบทสนทนาตรงไหน สุดท้ายกลับเป็นชานนท์ที่เอ่ยขึ้นก่อน

"พิมพ์ดูเหนื่อยมากเลยนะ"

"นิดหน่อยค่ะ"

"นิดหน่อย?" เขาเลิกคิ้ว

"พี่ว่าพิมพ์ดูเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวันมากกว่า" พิมพ์ชนกฝืนยิ้มพลางสบตากับคนตรงหน้า

"คงประมาณนั้นค่ะ คุณน่าจะรู้อะไรมาจากแม่ของพิมพ์บ้างแล้วนี่คะ" เธอพูดประชดประชัน ชานนท์มองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวเงียบ ๆ

"พี่ได้ยินว่าพิมพ์ไปทำงานเป็นเลขาฯ" พิมพ์ชนกชะงักเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนัก แม่ของเธอคงจะเล่าทุกอย่างให้เขาฟังไปหมดแล้ว

"ค่ะ ก็อย่างที่แม่ของพิมพ์เล่าให้คุณฟัง" ชานนท์พยักหน้า

"คงจะลำบากไม่น้อยเลยนะ ที่ต้องปรับตัวจากประธานลงไปเป็นเลขาฯ" ชานนท์พูดด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ หญิงสาวก้มมองมือของตัวเอง ไม่รู้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร สงสาร? สมเพช? หรือเวทนา? แต่วันนี้เธอได้รับสายตาแบบนั้นมามากพอแล้ว

“จริงๆ มันก็ไม่ได้แย่นะคะ ความรับผิดชอบลดลงไปเป็นเท่าตัวเลย”

"งั้นเหรอ...พี่ว่าพิมพ์เก่งนะ" พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้น

"คะ?"

"ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมเริ่มต้นใหม่ได้" เขาพูดเรียบ ๆ

"ถ้าเป็นคนอื่น อาจหนีไปตั้งแต่วันแรกแล้ว" คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวนิ่งไป เพราะตลอดทั้งวัน สิ่งที่เธอได้รับ มีแต่คำดูถูก นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดอะไรแบบนี้กับเธอ

"ก็..."

“อีกอย่าง เรื่องที่ดูจะยากที่สุด คือต้องร่วมงานกับคน...เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน” เมื่อชานนท์กล่าวถึงตรงนี้ พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนถูกกดลงตรงแผลที่ยังไม่หายดี มันเจ็บแปลบไปทั้งตัวจนเธอแสดงออกมาทางสีหน้าชัดเจน

“ขอโทษที่พูดขึ้นมานะ พี่ลืมตัวอีกแล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พิมพ์ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว เลียม...คุณวิลเลียมเองก็คงเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ให้โอกาสพิมพ์ได้ทำงานอยู่ที่บริษัทของตัวเองต่อ” ชานนท์มองคนตรงหน้าอย่างสนใจ พิมพ์ชนกยังไงก็เป็นพิมพ์ชนกงั้นสินะ ในเวลาที่เธอควรจะอ่อนแอที่สุด เธอกลับยังดูเข้มแข็งจนเขาทึ่งเลยล่ะ ขนาดจี้ลงที่แผลเก่าเธอก็แค่แสดงออกทางสีหน้าเล็กน้อยเท่านั้น

“ให้โอกาสเหรอ พี่มองว่าตำแหน่งเลขาฯ...มันเล็กไปสำหรับพิมพ์หรือเปล่า โปรไฟล์พิมพ์อย่างต่ำที่สุดก็ต้องระดับผู้จัดการนะ”

“ตอนนี้พิมพ์ไม่ได้อยู่ในจุดที่จะเลือกได้ขนาดนั้นนี่คะ และอีกอย่างถ้าพิมพ์ไม่พอใจกับตำแหน่งนี้ พิมพ์ไปหาสมัครงานที่อื่นไม่ยากอยู่แล้ว ที่พิมพ์ทำอยู่ที่นี่ต่อ เพราะพิมพ์อยากเห็นบริษัทที่เคยเป็นของพ่อกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง” ชานนท์จ้องหน้าคนพูดนิ่ง เข้าหาเธอคงจะไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด แต่แบบนี้แหละสนุก

“งั้นก็ขอให้น้องพิมพ์มีความสุขกับตำแหน่งเลขาฯ นะครับ แต่ถ้าเบื่อแล้ว ไม่อยากทำแล้ว ก็บอกพี่ได้นะ พี่ยินดีจะหาตำแหน่งอื่นให้ พี่รู้จักกับเพื่อนๆ ที่มีบริษัทใหญ่ๆ เยอะ หรือถ้าน้องพิมพ์อยากทำที่บริษัทพี่ พี่ก็ฝากให้ได้”

“ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ”

“ถ้างั้นพี่ขอตัวก่อนนะ ดูท่าทางแล้วน้องพิมพ์คงอยากพักผ่อน”

“ลาตรงนี้เลยนะคะ พิมพ์ไม่สบายเดินไปส่งไม่ไหว” ชานนท์ยิ้มเจื่อน ก่อนจะลุกแล้วเดินออกไปเงียบๆ โดยไม่ได้ล่ำลาลัดดาก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป