บทที่ 10 ตอนที่10 ไม่อยากให้ใครยุ่ง
ตอนที่10
ไม่อยากให้ใครยุ่ง
ธีรภพยืนนิ่งอยู่หน้าประตู แววตาไหววูบอย่างเจ็บปวด ลลิตาเห็นมือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดขึ้น แต่เขายังพยายามทำเหมือนตนเองไม่รู้สึกอะไร
“พี่พริมเก็บของสำคัญไว้ตรงไหนบ้างคะ” ธีรภพถามเสียงต่ำ แต่ความสั่นพร่าที่ซ่อนอยู่ทำให้ลลิตาได้ยินชัด
“ส่วนใหญ่พี่พริมจะเก็บเครื่องประดับไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งค่ะ ส่วนของที่ไม่อยากให้ใครยุ่ง พี่เขามักซ่อนไว้ในกล่องผ้ากำมะหยี่หลังตู้” ลลิตาตอบตามจริง ขณะเดินเข้าไปใกล้โต๊ะเครื่องแป้งอย่างระมัดระวัง
ธีรภพมองเธอเปิดลิ้นชักทีละชั้น แววตาของเขาไม่ไว้วางใจแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่มือของลลิตาแตะของของพริมรตา เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกข่วน แต่ก็ฝืนยืนดูเพราะต้องการจับผิดเธอด้วยตาตัวเอง
ลลิตาเปิดกล่องเครื่องประดับใบใหญ่ ภายในมีสร้อย แหวน ต่างหู และเข็มกลัดมากมาย เธอหยิบของแต่ละชิ้นอย่างเบามือ ไม่มีท่าทีโลภหรืออยากครอบครอง สิ่งที่เธอมองหาไม่ใช่เครื่องประดับราคาแพง แต่เป็นเบาะแส
“คุณหาอะไรอยู่” ธีรภพถามเสียงเข้ม เมื่อเห็นเธอเลื่อนถาดกำมะหยี่ด้านบนออก
“อะไรก็ได้ที่พี่พริมอาจทิ้งไว้ค่ะ ข้อความ กระดาษ หรือของที่เกี่ยวกับคืนนั้น” ลลิตาตอบโดยไม่หันมา มือของเธอชะงักเมื่อสัมผัสได้ว่าก้นกล่องหนากว่าปกติ
เธอลองกดมุมกล่องเบา ๆ แล้วช่องลับเล็ก ๆ ก็ดีดเปิดออก
ลลิตาเบิกตากว้าง ในช่องลับนั้นมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กสีดำวางอยู่ เครื่องไม่ใช่รุ่นที่พริมรตาใช้ประจำ และไม่เคยมีใครในบ้านพูดถึงมาก่อน
“นี่อะไร” ธีรภพถามเสียงต่ำ ก่อนก้าวเข้ามาใกล้ทันที
ลลิตาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือสั่น หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงในหูตัวเอง
“ฉันไม่รู้ค่ะ ฉันไม่เคยเห็นเครื่องนี้มาก่อน” ลลิตาตอบตามจริง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตกใจไม่ต่างจากเขา
ธีรภพยื่นมือออกมา“เอามาให้ฉัน” ธีรภพสั่งเสียงเข้ม แววตาของเขาคมกริบและเต็มไปด้วยความระแวง
ลลิตากอดโทรศัพท์ไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอรู้ว่าหากส่งให้เขาตอนนี้ เขาอาจทำลายมันทิ้งเหมือนทำลายทุกโอกาสที่เธอจะพิสูจน์ตัวเอง
“อย่าเพิ่งค่ะ เราต้องเปิดดูด้วยกัน เครื่องนี้อาจมีคำตอบว่าพี่พริมนัดฉันออกไปทำไม” ลลิตาพูดอย่างรีบร้อน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังครั้งแรกในรอบหลายวัน
ธีรภพจ้องเธออย่างไม่พอใจ“เธอกลัวฉันเห็นอะไร หรือกลัวว่าฉันจะรู้ว่ามันเกี่ยวกับเธอ” ธีรภพถามเสียงเย็น มือของเขายังคงยื่นรออยู่ตรงหน้า
“ฉันกลัวคุณไม่ฟังความจริงต่างหากค่ะ” ลลิตาตอบทันที น้ำเสียงของเธอสั่นแต่ชัดเจนจนธีรภพนิ่งไปชั่ววินาที
ทั้งคู่สบตากันกลางห้องของพริมรตา ระหว่างพวกเขามีโทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่อาจเป็นกุญแจไขความตาย แต่ก็อาจเป็นระเบิดลูกใหม่ที่ทำลายทุกอย่างให้หนักกว่าเดิม
ลลิตากดปุ่มเปิดเครื่อง หน้าจอสว่างขึ้นเพียงครู่เดียว ก่อนปรากฏช่องให้ใส่รหัสผ่าน เครื่องถูกล็อก
ความหวังที่เพิ่งเกิดขึ้นในดวงตาของลลิตาสั่นไหว แต่ยังไม่ดับสนิท
“มันล็อกค่ะ แต่ถ้าเราหาคนช่วยปลดล็อก บางทีอาจเจออะไร” ลลิตาพูดอย่างมีความหวัง มือของเธอกำโทรศัพท์ไว้แน่นราวกับถือเศษแสงสุดท้ายในความมืด
ธีรภพมองเครื่องนั้นนิ่ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่อยากเชื่อว่าพริมรตามีโทรศัพท์ลับ ไม่อยากเชื่อว่าคนรักของเขาอาจมีเรื่องที่เขาไม่รู้ แต่หลักฐานอยู่ตรงหน้า และลลิตาเป็นคนพบมันต่อหน้าเขา
“ฉันจะเป็นคนเก็บมันไว้” ธีรภพพูดในที่สุด น้ำเสียงของเขากลับมาแข็งอีกครั้ง ราวกับต้องการควบคุมทุกอย่างไว้ในมือ
“ไม่ได้ค่ะ” ลลิตาตอบทันทีโดยไม่ทันคิด
ดวงตาของธีรภพวาวโรจน์
“เธอกล้าขัดคำสั่งฉันหรือ” ธีรภพถามเสียงต่ำ สีหน้าของเขาอันตรายขึ้นทันที
“ฉันไม่ได้ขัดคำสั่ง แต่ฉันไม่ไว้ใจให้คุณเก็บหลักฐานไว้คนเดียว เพราะคุณยังเชื่อว่าฉันผิด และคุณอาจเลือกทำลายทุกอย่างที่ไม่ตรงกับสิ่งที่คุณอยากเชื่อ” ลลิตาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นไหว แต่ทุกคำมาจากความจริงในใจ
ธีรภพก้าวเข้ามาใกล้จนเธอต้องถอยหลังติดโต๊ะเครื่องแป้ง
“ระวังคำพูดของเธอให้ดี ลลิตา” ธีรภพเตือนเสียงเข้ม ดวงตาของเขาจ้องเธอจนแทบทำให้หัวใจเธอหยุดเต้น
“ฉันระวังมาตลอดค่ะ ระวังทุกคำ ระวังทุกก้าว ระวังแม้แต่การหายใจในบ้านของคุณ แต่ต่อให้ฉันระวังแค่ไหน คุณก็ยังตัดสินว่าฉันผิดอยู่ดี เพราะฉะนั้นครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมให้ความจริงหายไปจากมือฉัน” ลลิตาพูดทั้งน้ำตาที่เริ่มคลอหน่วย แต่แววตาของเธอไม่อ่อนลงเลย
ธีรภพมองเธอนิ่ง ความดื้อรั้นของเธอทำให้เขาโกรธ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอดูเหมือนคนที่กำลังดิ้นรนเพื่อความจริง ไม่ใช่คนที่พยายามปิดบังความผิด
“ถ้าอย่างนั้น เราจะเปิดมันด้วยกัน และถ้าข้างในมีอะไรที่ชี้มาหาเธอ เธอต้องยอมรับโดยไม่มีข้อแก้ตัว” ธีรภพพูดเสียงต่ำ หลังจากเงียบไปนาน
“ได้ค่ะ แต่ถ้าข้างในพิสูจน์ว่าฉันไม่เกี่ยว คุณต้องยอมฟังฉันบ้าง ไม่ใช่ใช้ความแค้นตัดสินทุกอย่างแทนหลักฐาน” ลลิตาตอบกลับทันที หัวใจของเธอสั่นแรง แต่เธอยอมถอยไม่ได้อีกแล้ว
ธีรภพไม่ตอบ เขาเพียงมองเธอด้วยสายตาเข้มจัด ก่อนหันไปเก็บของบางส่วนในห้องอย่างเงียบ ๆ ส่วนลลิตารีบซ่อนโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าสะพายของตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าความเคลื่อนไหวทั้งหมดไม่ได้มีเพียงธีรภพที่จับตามอง
นอกรั้วบ้าน ชายร่างสูงสวมหมวกแก๊ปสีดำลดกระจกฝั่งคนขับลงเล็กน้อย ดวงตาของเขาจ้องหน้าต่างห้องพริมรตาอย่างนิ่งเย็น เมื่อเห็นลลิตาเดินออกมาพร้อมกระเป๋าสะพาย เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก
“เธอเจอของแล้วครับ” ชายคนนั้นพูดเสียงต่ำ ขณะสายตายังจับอยู่ที่ประตูบ้าน
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงผู้ชายอีกคนดังลอดออกมาเย็นเฉียบ
“แน่ใจหรือว่าเป็นโทรศัพท์เครื่องนั้น” กวินทร์ถาม น้ำเสียงของเขานิ่ง แต่แฝงความตึงเครียดจนคนฟังรู้สึกได้
“ครับ เธอเจอในห้องคุณพริม และธีรภพก็อยู่ด้วย” ชายร่างสูงรายงานอย่างระมัดระวัง
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากปลายสาย แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขบขันเลยแม้แต่น้อย
“น่าสนใจ ลลิตาเริ่มขุดหลุมที่ไม่ควรขุดแล้วสินะ” กวินทร์พูดช้า ๆ น้ำเสียงเย็นลงทุกคำ
“ให้ผมทำยังไงต่อครับ” ชายคนนั้นถาม
“เอาโทรศัพท์กลับมาให้ได้ก่อนที่มันจะถูกเปิด ถ้าจำเป็นก็ทำให้เธอกลัวจนไม่กล้ายุ่งกับเรื่องนี้อีก” กวินทร์สั่งเสียงเรียบ แต่ความอำมหิตในคำพูดทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นวาบ
ชายร่างสูงรับคำ ก่อนวางสายและสตาร์ตรถออกไปอย่างเงียบเชียบ
ภายในรถของธีรภพ ลลิตานั่งกอดกระเป๋าไว้แน่น หัวใจยังเต้นแรงกับสิ่งที่เพิ่งค้นพบ เธอหันไปมองธีรภพที่ขับรถนิ่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของเขายังคงเย็นชา แต่เธอรู้ว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นทำให้บางอย่างในใจเขาเริ่มสั่นคลอน
“คุณธีร์ คุณคิดบ้างไหมคะว่าบางทีพี่พริมอาจมีเรื่องที่อยากบอกเราจริง ๆ” ลลิตาถามเสียงเบา ความหวังเล็ก ๆ แทรกอยู่ในน้ำเสียงอย่างปิดไม่มิด
ธีรภพมองถนนตรงหน้า ไม่หันมาหาเธอ
“ฉันคิดแค่ว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นจะบอกได้ว่าใครโกหก” ธีรภพตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แม้ในใจจะเริ่มมีคำถามมากมายที่เขาไม่อยากยอมรับ
“ถ้าคนโกหกไม่ใช่ฉันล่ะคะ” ลลิตาถามต่อ ดวงตาของเธอมองเสี้ยวหน้าของเขาอย่างรอคอย
ธีรภพนิ่งไปชั่วครู่ มือที่จับพวงมาลัยแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“งั้นก็พิสูจน์ให้ได้” ธีรภพตอบเพียงเท่านั้น น้ำเสียงยังแข็ง แต่ไม่เย็นชาจนปิดตายเหมือนที่ผ่านมา
ลลิตาหันกลับไปมองกระเป๋าบนตัก มือบางวางทับตำแหน่งที่ซ่อนโทรศัพท์ไว้ เธอรู้ดีว่าเส้นทางจากนี้คงไม่ง่าย แต่เป็นครั้งแรกที่เธอมีหลักฐานอยู่ในมือ เป็นครั้งแรกที่ความมืดรอบตัวมีรอยแยกเล็ก ๆ ให้แสงลอดเข้ามา
“ฉันจะพิสูจน์ให้ได้ค่ะ ไม่ใช่แค่เพื่อให้คุณเชื่อฉัน แต่เพื่อพี่พริมด้วย” ลลิตาพูดเสียงเบา ทว่าหนักแน่นอย่างคนที่ตัดสินใจแล้ว
ธีรภพปรายตามองเธอเพียงเสี้ยววินาที เขาเห็นแววตาของหญิงสาวสะท้อนอยู่ในกระจกรถ แววตานั้นเหนื่อยล้า เจ็บปวด แต่ไม่ยอมแพ้
เขาควรเกลียดเธอต่อไปอย่างไม่ลังเล แต่โทรศัพท์เครื่องเล็กในกระเป๋าของเธอกลับทำให้คำว่า “ความจริง” เริ่มดังขึ้นในใจเขาอย่างน่ารำคาญ
รถคันหรูแล่นกลับเข้าสู่ถนนใหญ่ โดยไม่มีใครรู้เลยว่าหลังจากวันนี้ ความลับของพริมรตาจะไม่ได้ถูกฝังไว้ในความตายอีกต่อไป และคนที่ต้องการให้ความลับนั้นหายไป ก็กำลังเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
