บทที่ 11 ตอนที่11 เงาของพี่สาว

ตอนที่11

เงาของพี่สาว

โทรศัพท์สีดำเครื่องเล็กวางนิ่งอยู่กลางโต๊ะทำงานของธีรภพ ราวกับวัตถุต้องห้ามที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง แสงไฟสีนวลจากโคมตั้งโต๊ะส่องลงบนหน้าจอมืดสนิท ขณะที่เจ้าของบ้านยืนกอดอกมองมันด้วยแววตาเย็นจัด ส่วนลลิตายืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว

ตั้งแต่กลับจากบ้านเดิมของพริมรตา ความเงียบก็กลายเป็นกำแพงหนาระหว่างทั้งคู่ ธีรภพไม่พูดอะไรเลยนอกจากสั่งให้เธอตามเข้ามาในห้องทำงาน เขาเรียกคนของเขาให้หาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยปลดล็อกเครื่อง แต่เมื่อได้ยินว่าต้องใช้เวลา ลลิตาก็รู้ทันทีว่าความหวังเล็ก ๆ ของเธอยังคงต้องรออยู่ท่ามกลางความระแวงของเขา

“คุณเห็นแล้วใช่ไหมคะว่าโทรศัพท์เครื่องนี้มีอยู่จริง ฉันไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกคุณ” ลลิตาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า แต่ยังพยายามประคองให้มั่นคง ดวงตาของเธอมองเขาอย่างขอความเป็นธรรม

ธีรภพค่อย ๆ ละสายตาจากโทรศัพท์ขึ้นมามองเธอ แววตาของเขาไม่มีความเชื่อใจ มีเพียงความขุ่นมัวและความเจ็บปวดที่ถูกกดไว้ใต้เปลือกนอกเย็นชา

“การที่มีโทรศัพท์อีกเครื่องไม่ได้แปลว่าเธอบริสุทธิ์ มันแปลแค่ว่าพริมมีบางอย่างที่ฉันยังไม่รู้เท่านั้น” ธีรภพตอบเสียงต่ำ น้ำเสียงของเขาเรียบจนแทบไร้อารมณ์ แต่ทุกคำตอกย้ำว่าประตูหัวใจของเขายังปิดตายสำหรับเธอ

“ถ้าพี่พริมมีบางอย่างที่คุณยังไม่รู้ คุณไม่คิดบ้างหรือคะว่าบางอย่างนั้นอาจเกี่ยวกับคืนที่พี่เขานัดฉันออกไป” ลลิตาถามกลับอย่างอดทน ทั้งที่ในอกเจ็บแปลบกับคำว่าบริสุทธิ์ที่เขายังไม่ยอมมอบให้

“หรือบางอย่างนั้นอาจเกี่ยวกับเธอ และพริมอาจกำลังจะเปิดโปงเธอก่อนตายก็ได้” ธีรภพกล่าวอย่างเลือดเย็น ดวงตาคมจ้องเธอราวกับกำลังตอกตรึงความผิดลงบนตัวเธออีกครั้ง

ลลิตานิ่งงันไปชั่วขณะ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อไม่ให้เสียงของตัวเองแตกเป็นสะอื้น ความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด และความน้อยใจถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนแทบยืนไม่ไหว

“คุณธีร์ ฉันไม่เคยทำร้ายพี่พริม และไม่เคยมีเหตุผลอะไรต้องทำร้ายพี่เขาเลย คุณจะเกลียดฉันได้ แต่ได้โปรดอย่าปิดตาตัวเองจากหลักฐานที่อยู่ตรงหน้า” ลลิตาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นไหวแต่ชัดเจน ดวงตาแดงก่ำของเธอไม่หลบสายตาเขา

ธีรภพเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหาเธอช้า ๆ ทุกก้าวของเขาทำให้บรรยากาศในห้องหนักขึ้นอย่างน่าอึดอัด ลลิตารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น แต่ยังฝืนยืนอยู่ที่เดิม

“ฉันปิดตา หรือเธอกำลังพยายามเปิดทางให้ตัวเองพ้นผิดด้วยการทำให้พริมกลายเป็นคนมีความลับกันแน่” ธีรภพถามเสียงต่ำ ดวงตาของเขาเย็นจนเธอหนาวไปถึงกระดูก

“ฉันไม่ได้อยากให้พี่พริมเสียหาย ฉันแค่อยากรู้ว่าใครทำให้พี่พริมตาย ถ้าคุณรักพี่พริมจริง คุณก็ควรอยากรู้ความจริง ไม่ใช่เอาแต่รักษาภาพจำของคนตายไว้จนยอมทำร้ายคนเป็น” ลลิตาพูดออกไปอย่างเหลืออด น้ำตาเอ่อคลอแต่ไม่ยอมปล่อยให้ไหลง่าย ๆ

ธีรภพชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนแววตาของเขาจะกร้าวขึ้นทันที คำพูดของเธอแทงเข้าไปตรงส่วนที่เจ็บที่สุด เพราะมันกระทบความจริงบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ

“อย่าบังอาจเอาคำว่ารักมาสั่งสอนฉัน คนอย่างเธอไม่มีสิทธิ์พูดถึงความรักของฉันกับพริม” ธีรภพกล่าวเสียงเข้ม มือใหญ่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวเหมือนพยายามควบคุมอารมณ์ที่กำลังปะทุ

“ถ้าความรักของคุณทำให้คุณมองไม่เห็นว่าใครบริสุทธิ์ ใครผิด แล้วเอาความแค้นมาลงกับฉันทุกวัน ความรักนั้นก็โหดร้ายเกินไปค่ะ” ลลิตาตอบกลับด้วยหัวใจที่สั่นร้าว แต่คำพูดของเธอกลับหนักแน่นกว่าที่ธีรภพคาดคิด

ธีรภพมองเธอนิ่งนาน ดวงตาคมมีแววไหววูบเหมือนเปลวไฟที่ถูกลมพัด แต่เพียงครู่เดียวความเย็นชาก็กลับมาปกคลุมใบหน้าเขาอีกครั้ง

“พรุ่งนี้มีงานครบรอบบริษัท เธอต้องไปกับฉันในฐานะภรรยาที่คนอื่นคิดว่าเป็นของฉัน” ธีรภพพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงห่างเหิน ราวกับไม่ต้องการโต้เถียงเรื่องความจริงอีกต่อไป

ลลิตาชะงัก เธอไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไร เหตุใดจู่ ๆ จึงพูดถึงงานเลี้ยง ทั้งที่หัวใจของเธอยังเต็มไปด้วยคำถามเรื่องโทรศัพท์ลับ

“ฉันไม่อยากไปค่ะ ถ้าคุณอายที่มีฉันเป็นภรรยา ก็ไม่จำเป็นต้องพาฉันออกไปให้ใครเห็น”               ลลิตาปฏิเสธเสียงเบา ใบหน้าของเธอซีดลงเมื่อคิดถึงสายตาคนมากมายที่จะจ้องมองเธอเหมือนในวันแต่งงาน

“ฉันไม่ได้พาเธอไปเพราะอยากอวด แต่พาไปเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าครอบครัวของเธอส่งอะไรมาแทนพริม” ธีรภพตอบอย่างเย็นชา ดวงตาของเขามองเธอเหมือนกำลังเลือกวิธีลงโทษที่เหมาะสมที่สุด

“คุณกำลังจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือประจานตัวเองใช่ไหมคะ” ลลิตาถามเสียงแผ่ว ความเจ็บปวดในน้ำเสียงทำให้ความเงียบในห้องยิ่งหนักอึ้ง

“เธอเข้าใจถูกแล้ว” ธีรภพตอบสั้น ๆ และตรงไปตรงมา จนลลิตารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยถ้อยคำที่ไร้ความปรานี

“คุณโกรธฉัน เกลียดฉัน กล่าวหาฉันได้ทุกอย่าง แต่ทำไมต้องลากฉันไปให้คนอื่นเหยียบย่ำด้วยคะ แค่คุณคนเดียวฉันก็แทบไม่มีแรงหายใจแล้ว” ลลิตาพูดทั้งน้ำตาที่เริ่มไหลลงมาอย่างสุดกลั้น ความเจ็บที่สะสมมาตลอดหลายวันแตกออกในที่สุด

ธีรภพมองน้ำตาของเธอ ดวงตาคมแข็งอยู่ครู่หนึ่ง แต่ลึกในอกกลับเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างขึ้นมา เขาเกลียดตัวเองที่เผลอเห็นความเจ็บจริงในแววตาคู่นั้น

“ถ้าแค่นี้เธอทนไม่ได้ ก็จำไว้ว่าเมื่อคืนพริมต้องเจ็บกว่านี้อีกหลายเท่า” ธีรภพพูดเสียงต่ำ ก่อนเบือนหน้าหนีราวกับไม่อยากมองน้ำตาของเธอนานกว่านี้

ลลิตาหัวใจชาวาบ เธอรู้ว่าไม่ว่าพูดอะไร เขาก็จะโยนทุกอย่างกลับมาด้วยชื่อของพริมรตาเสมอ

“ฉันจะไปค่ะ แต่ฉันจะไปในฐานะลลิตา ไม่ใช่พริมรตา และไม่ใช่เงาของใคร” ลลิตาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่มีประกายแข็งแกร่งซ่อนอยู่ในดวงตาที่เปียกชื้น

ธีรภพหันกลับมามองเธอช้า ๆ ริมฝีปากหยักกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็นที่ทำให้ลลิตารู้สึกเหมือนลางร้ายกำลังคืบคลานเข้ามา

“เธอจะไปในชุดที่ฉันเตรียมให้ และเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” ธีรภพกล่าวเสียงเรียบ ก่อนหยิบถุงผ้าคลุมชุดจากโซฟาด้านข้างขึ้นมาโยนลงบนพนักเก้าอี้

ลลิตามองถุงผ้านั้นอย่างไม่ไว้ใจ หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล

“ชุดอะไรคะ” ลลิตาถามเสียงเบา มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป