บทที่ 9 ตอนที่9 ความอ่อนล้า
ตอนที่9
ความอ่อนล้า
ลลิตาหลบเข้าไปในห้องเก็บของด้านหลังบ้าน เธอยืนพิงประตู สูดลมหายใจลึกเพื่อกดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอีก แต่ยิ่งพยายามเข้มแข็ง ภาพสายตาของคนเหล่านั้นก็ยิ่งวนกลับมาทำร้ายซ้ำ
เธอไม่ได้อยากเป็นเจ้าสาวแทนพี่สาว ไม่ได้อยากได้บ้านหลังนี้ ไม่ได้อยากได้ตำแหน่งภรรยาของธีรภพ แต่ทุกคนกลับทำเหมือนเธอคือผู้หญิงโลภที่ฉวยโอกาสจากความตายของพริมรตา
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังใกล้เข้ามา ลลิตารีบปาดน้ำตาออกจากแก้ม ก่อนประตูห้องเก็บของจะถูกเปิดออกโดยธีรภพ
“มาหลบร้องไห้ให้ใครสงสารอีก” ธีรภพถามเสียงเย็น ขณะยืนกอดอกอยู่หน้าประตู
ลลิตาหันไปมองเขา ดวงตาของเธอยังแดงช้ำ แต่สีหน้ากลับนิ่งกว่าที่เขาคาด
“ในบ้านหลังนี้ไม่มีใครสงสารฉันหรอกค่ะ คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะใช้ความน่าสงสารไปหลอกใคร” ลลิตาตอบเสียงเรียบ ความอ่อนล้าที่เจืออยู่ในน้ำเสียงทำให้ธีรภพขมวดคิ้วน้อย ๆ
“เธอรู้ตัวก็ดี” ธีรภพพูดราวกับไม่สนใจ แต่สายตากลับเหลือบเห็นมือของเธอกำแน่นจนข้อนิ้วซีด
“คุณธีร์ ฉันขอไปบ้านเดิมสักครู่ได้ไหมคะ ฉันอยากเก็บของใช้ส่วนตัวเพิ่ม และอยากเอาของบางอย่างของพี่พริมกลับมาไว้ให้เป็นระเบียบ” ลลิตาพูดอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ว่าทุกคำเกี่ยวกับพริมรตาอาจจุดไฟในใจเขาได้ง่าย
แววตาของธีรภพเย็นลงทันที“ของของพริมไม่จำเป็นต้องให้เธอแตะ” ธีรภพตอบเสียงแข็ง สีหน้าของเขาเหมือนคนที่พร้อมปิดประตูทุกทาง
“ฉันไม่ได้จะเอาของพี่พริมมาเป็นของตัวเองค่ะ ฉันแค่อยากดูว่ามีอะไรที่เกี่ยวกับคืนเกิดเหตุหรือเปล่า พี่พริมส่งข้อความหาฉันก่อนตาย บางทีอาจมีเหตุผลที่พี่เขาต้องการพบฉัน” ลลิตารีบอธิบาย น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความจริงใจมากกว่าคำแก้ตัว
“เธอยังไม่เลิกใช้เรื่องข้อความนั่นมาอ้างอีกหรือ” ธีรภพถามเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องเธอราวกับจะบังคับให้ยอมรับผิด
“เพราะมันเป็นความจริงค่ะ และถ้าคุณไม่เชื่อฉัน ฉันก็ยิ่งต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้” ลลิตาตอบกลับอย่างหนักแน่น แม้ความกลัวจะยังแฝงอยู่ในแววตา
ธีรภพก้าวเข้ามาใกล้ เงาสูงของเขาทาบลงบนร่างเล็กจนลลิตาต้องเงยหน้าขึ้นมอง
“เธออยากไปบ้านเดิมเพื่อหาหลักฐาน หรืออยากกลับไปทำลายอะไรที่อาจสาวมาถึงตัวเองกันแน่” ธีรภพถามช้า ๆ น้ำเสียงของเขาเย็นเยือกยิ่งกว่าทุกครั้ง
ลลิตาสะอึกกับข้อกล่าวหานั้น เธอรู้สึกเจ็บจนแทบพูดไม่ออก แต่ก็ยังฝืนมองเขาตรง ๆ
“ถ้าคุณกลัวว่าฉันจะทำลายหลักฐาน คุณก็ไปกับฉันสิคะ ไปดูด้วยตาตัวเองว่าฉันทำอะไรบ้าง” ลลิตาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นน้อย ๆ แต่ไม่หลบสายตาเขา
ธีรภพนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับไม่คาดคิดว่าเธอจะกล้าท้ากลับอย่างตรงไปตรงมา
“ได้ ฉันจะไปกับเธอ และถ้าฉันเจอว่าเธอพยายามซ่อนอะไรไว้ ลลิตา เธอจะไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีก” ธีรภพกล่าวเสียงต่ำ คำขู่ของเขากดทับลงมาเหมือนเงามืด
“ฉันไม่ได้ต้องการโอกาสแก้ตัวค่ะ ฉันต้องการความจริง” ลลิตาตอบช้า ๆ แววตาของเธอเด็ดเดี่ยวขึ้นจนธีรภพหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
ช่วงบ่าย ธีรภพพาลลิตากลับไปยังบ้านเดิมของเธอ บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยมีเสียงหัวเราะของพริมรตา และความเงียบของลลิตาแทรกอยู่ในทุกมุม เธอเดินผ่านห้องโถงที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายของพี่สาว ตั้งแต่รูปเรียนจบ รูปรับรางวัล ไปจนถึงรูปพรีเวดดิ้งกับธีรภพ ไม่มีรูปของลลิตาติดอยู่สักใบเดียว
ธีรภพสังเกตเห็นแต่ไม่พูดอะไร เขาเดินตามเธอขึ้นไปยังห้องของพริมรตา สีหน้าของเขาแข็งขึ้นทุกครั้งที่เข้าใกล้พื้นที่ที่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้หญิงที่จากไป
ลลิตาหยุดหน้าประตูห้องพี่สาว ก่อนหันกลับมามองเขา
“ถ้าคุณไม่ไหว รอข้างนอกก็ได้นะคะ” ลลิตาพูดเสียงเบา แววตาของเธอมีความห่วงใยอย่างไม่ตั้งใจ
ธีรภพมองเธออย่างเย็นชา แต่ลึกในใจกลับสะดุดกับน้ำเสียงอ่อนโยนนั้น
“อย่าทำเหมือนเธอเป็นคนดีนักเลย เปิดประตูเข้าไป” ธีรภพตอบอย่างแข็งกระด้าง เพราะไม่อยากยอมรับว่าความห่วงใยเล็ก ๆ ของเธอทำให้เขาเจ็บแปลบ
ลลิตาเม้มปาก ก่อนผลักประตูเข้าไป
ห้องของพริมรตายังคงเรียบร้อยราวกับเจ้าของห้องเพิ่งออกไปไม่นาน กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศ โต๊ะเครื่องแป้งมีเครื่องสำอางวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ ชุดแต่งงานอีกชุดแขวนอยู่ริมหน้าต่าง และบนเตียงมีผ้าคลุมสีขาวพับไว้เรียบร้อย
